หลุมสิวเกิดจากอะไร รู้ทันสาเหตุหลุมสิวและวิธีการรักษา ฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาเรียบเนียนจากแผลหลุมสิว

หลุมสิว เกิดจากอะไร?

รู้ทันสาเหตุและวิธีการรักษา ฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาเรียบเนียนจากแผล หลุมสิว

‘สิว’เป็นสภาวะปกติที่เกิดขึ้นกับผิวหนังได้ โดยเฉพาะใบหน้า เมื่อเกิดแล้วก็หายไป โดยอาจทิ้งรอยรอยไว้เป็นแผลเป็น รอยแดง รอยดำที่คอยกวนใจทุกครั้งเมื่อส่องกระจก   โดยเฉพาะ หลุมสิว ที่หายยาก ดังนั้นเมื่อสิวขึ้นทุกครั้ง เราจะต้องดูแลรักษาสิวให้หายอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด หลุมสิว ตามมา

สาเหตุหลุมสิว

หลุมสิวเป็นกระบวนการการรักษาตัวเองของร่างกายหลังจากเกิดบาดแผลหรือการอักเสบ โดยส่วนมากถ้าการอักเสบหรือบาดเจ็บเกิดแค่ผิวชั้นบนก็จะไม่ทิ้งรอยแผลที่ยุบตัวให้เห็น แต่ถ้าหากเกิดในชั้นที่ลึกลงยังผิวชั้นใน การรักษาแผลจะสร้างพังผืดที่ดึงรั้งทำให้ผิวหนังยุบลงไป จึงเกิดเป็นหลุมสิวนั่นเอง

ดังนั้นหากไม่อยากเป็นหลุมสิว ก็ต้องดูแลรักษาสิวอย่างถูกวิธี  ถึงแม้ปัจจุบันจะไม่มีวิธีที่ป้องกันการเกิดหลุมสิวได้ 100% แต่อย่างน้อยก็มีวิธีที่ช่วยลดการเกิดหลุมสิวได้ โดยการดูแลตัวเองก่อนสิวอักเสบลุกลาม

วิธีลดการเกิดหลุมสิว

วิธีการที่ดีที่สุดในการลดการเกิดหลุมสิวคือ รีบรักษาสิวทันทีที่สิวเริ่มขึ้น โดยการทายากลุ่มรักษาสิว ถ้าหากทาแล้วไม่ดีขึ้น หรือสิวอักเสบมีขนาดใหญ่มากควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้สิวอักเสบยิ่งแย่ลง เพราะยิ่งสิวอักเสบเม็ดใหญ่ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะทิ้งหลุมสิวมากขึ้น ดังนั้น ห้ามแกะ บีบ หรือขัดถูใบหน้าแรงๆ เมื่อเป็นสิวเด็ดขาด เพราะการบีบเค้นทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น อาจลงไปในชั้นผิวที่ลึกขึ้น และกระบวนการสมานแผลของร่างกายจะใช้เวลานานขึ้น เกิดพังผืดมากขึ้น ก็จะกลายเป็นแผลเป็นหรือหลุมสิวถาวรได้เลย

ห้ามแกะสะเก็ด หลังจากหัวสิวหลุดแล้ว บางครั้งผิวหนังจะเริ่มสร้างสะเก็ดแผลขึ้นมา สิ่งที่ควรทำในช่วงนี้คือ ไม่ควรแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด เพราะสะเก็ดที่ยังไม่หลุดหมายความว่ากระบวนการสมานแผลยังไม่เสร็จสิ้น การแกะสะเก็ดทำให้กระบวนการรักษาถูกยืดออกไป การสร้างพังผืดก็จะมากขึ้น ทำให้เกิดการดึงรั้งของผิวหนังเป็นรอยหลุมสิว

ในผู้ที่เป็นสิวเม็ดใหญ่และลุกลามเป็นพื้นที่กว้าง มีแนวโน้มที่จะเป็นรอยหลุมสิวมากกว่าคนที่มีสิวน้อยกว่า ดังนั้นควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

ยังมีหลายคนที่มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยา ทายา หรือการฉีดสิวว่าไม่ควรทำเมื่อเป็นสิว เพราะว่ากลัวจะเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาสิว  แต่คุณหมอได้ให้คำแนะนำไว้ว่า หากเป็นสิวรุนแรงและขาดการรักษาจะส่งผลให้เกิดทั้งรอยดำ รอยหลุมสิว หรือในบางกรณีก็เป็นแผลเป็นนูน  แผลเป็นเหล่านี้รักษาได้ยากกว่าและมีค่าใช้จ่ายในการรักษามากกว่าการรักษาสิวก่อนเกิดแผลเสียอีก

วิธีรักษาหลุมสิว

หากเกิดหลุมสิวขึ้นแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลเพราะปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาหลุมสิวให้ดีขึ้นได้ อาจไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม แต่ก็ช่วยให้รอยหลุมสิวตื้นขึ้น

Alpha hydroxyl acids (AHAs)

วิธีนี้หลายๆ คนเรียกว่า ‘การใช้กรดผลไม้’ ซึ่งมีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิว กำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว การอุดตันของรูขุมขน และทำให้รอยหลุมสิวดูจางลงได้ แต่เราควรเลือกใช้ความเข้มข้นให้เหมาะกับสภาพผิวหน้า แต่หากผิวแพ้ง่ายหรือผิวแห้งก็ไม่ควรใช้นะคะ

Lactic acid การผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดแลกติก

วิธีนี้ต้องทำทุก 2 สัปดาห์ สามารถช่วยรอยหลุมสิวให้ตื้นขึ้น รอยดำสิวจางลง แต่วิธีการนี้ควรให้คุณหมอเป็นผู้ทำให้จะดีกว่า เพราะต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

การใช้ยากลุ่มRetinoid

วิธีนี้เป็นการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมา ทำให้ผิวดูเรียบขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้รอยดำจากสิวดูจางลง แต่ก็มีความระคายเคืองเช่นกัน จึงไม่เหมาะกับคนที่ผิวแห้งหรือแพ้ง่าย และยามีความไวต่อแสงจึงทาได้เฉพาะช่วงกลางคืน และต้องทาครีมกันแดดในเวลากลางวันด้วย

การรักษาด้วยกรดซาลิซีลิก (Salicylic)

วิธีนี้เป็นการรักษาที่ดีมากวิธีหนึ่งเลยก็ว่าได้ การแต้มกรดซาลิซีลิกเฉพาะจุด เป็นการกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่บริเวณนั้น จะช่วยให้หลุมสิวบริเวณนั้นตื้นขึ้น ในคนที่มีหลุมสิวลึกวิธีนี้ค่อนข้างจะได้ผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีเลย

Microdermabrasion

เป็นการใช้เครื่องมือในการผลัดเซลล์ผิวให้ลงในชั้นลึกขึ้น หลายคนรู้จักกันว่าคือ การกรอหน้า วิธีนี้จะได้ผลดีกับกรณีที่เป็นหลุมสิวตื้น แต่ไม่ได้ผลในคนที่มีหลุมสิวลึก หลังทำอาจมีอาการแสบเล็กน้อยและหน้าแดง จะใช้เวลา 1-2 เดือนถึงจะเริ่มเห็นผล

การใช้เข็มเล็กๆตัดผังพืดใต้หลุมสิว วิธีนี้เป็นการใช้หัวเข็มแซะเข้าไปยังบริเวณได้หลุมสิวโดยตรง ค่อนข้างจะเจ็บสักหน่อย แต่เป็นการช่วยให้การดึงรั้งของพังผืดลดลง ทำให้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ด้วย หลุมสิวจึงตื้นขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์ (filler)

การเติมฟิลเลอร์บริเวณหลุมสิวเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ แต่วิธีนี้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และฟิลเลอร์เองมีอายุอยู่ได้ 6 – 18 เดือน ต้องมาเติมบ่อยๆ

Micro needles

คือการใช้เข็มเล็กๆ กระตุ้นให้เกิดรอยแผลเล็กๆ ทั่วบริเวณที่เป็นหลุมสิว เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น วิธีนี้ใช้ได้ผลค่อนข้างดีทั้งหลุมตื้นและลึก แต่ค่อนข้างเจ็บและหลังทำหน้าจะช้ำแดง และต้องดูแลตัวเองหลังการรักษาดีๆ เพื่อไม่ให้เกิดรอยดำหลังการรักษา

การใช้เลเซอร์

ใช้เลเซอร์กระตุ้นการผลัดเซลล์เพื่อช่วยให้ผิวเกิดการสร้างขึ้นใหม่ วิธีการนี้ก็ค่อนข้างเจ็บ และหลังทำหน้าจะแดงช้ำ แต่ผลลัพธ์ในการรักษาถือว่าดีและคุ้มค่า

จากข้อมูลข้างต้นจะพบว่าว่าการรักษาหลุมสิวมีหลากหลายวิธีมาก บางวิธีก็เห็นผลช้า บางวิธีเห็นผลเร็วแต่ต้องเจ็บตัวและมีค่าใช้จ่ายสูง บางวิธีต้องใช้ระยะเวลารักษานานและต้องทำอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่า หลุมสิวนอกจากกวนใจแล้วยังกวนเงินในกระเป๋าสตางค์ด้วย ดังนั้น ถ้าต้องการมีใบหน้าที่เรียบเนียน ไร้หลุมสิว ทางที่ดีที่สุดก็คือรีบดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆที่เริ่มเป็นสิวนะคะ

ข้อมูลโดย

keyboard_arrow_up