7 พฤติกรรม เหนี่ยวรั้งชีวิต ' ให้ย่ำอยู่แต่ที่เดิม '

7 พฤติกรรม เหนี่ยวรั้งชีวิตให้ย่ำอยู่แต่ที่เดิม

7 พฤติกรรม เหนี่ยวรั้งชีวิต ' ให้ย่ำอยู่แต่ที่เดิม '
7 พฤติกรรม เหนี่ยวรั้งชีวิต ' ให้ย่ำอยู่แต่ที่เดิม '

พฤติกรรมเหนี่ยวรั้งชีวิต ให้จมปลักอยู่กับที่

หากมัวแต่จมอยู่กับ พฤติกรรมเหนี่ยวรั้งชีวิต ไม่รู้จักการก้าวเท้าไปข้างหน้าให้ทันเวลา ในขณะที่คนอื่นเดินหนีห่างออกไปไกล ก็คงไม่มีทางได้ยืนอยู่ในจุดที่เรียกว่า ‘เส้นชัย’ ได้อย่างแน่นอน

เพราะเชื่อว่าบนโลกนี้คงไม่มีใครรู้สึกดีแน่ ถ้าในทุกๆ วันยังคงได้รับฟังแต่คำดูถูก หรือการตำหนิติเตียนจากคนรอบข้างอยู่บ่อยครั้ง แต่หากไม่รู้จักก้มมองตัวเอง และไม่เคยตั้งคำถามกับสิ่งที่ทำอยู่ในแต่ละวัน ว่าดีพอหรือยัง อย่างไรก็คงไม่สามารถนำตัวเองให้ก้าวพ้นไปจากคำดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นได้

ซึ่งพฤติกรรมในทุกๆ วันที่เป็นอยู่นี้ ก็อาจมีส่วนส่งผลให้บางคนมีชีวิตย่ำอยู่แต่กับที่เดิม ไม่ได้ก้าวออกมาจากกรอบที่ถูกวางเอาไว้ ในขณะเดียวกัน คนรอบข้างหลายๆ คน กลับเดินนำหน้าไปไกลจนบางทีอาจไม่ทันได้สังเกต เพราะมัวแต่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นดีอยู่แล้ว

หากต้องการที่จะเดินนำหน้าคนอื่นบ้าง ก็ต้องหัดเรียนรู้ข้อบกพร่องในชีวิตตัวเองเสียก่อน แล้วนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาพัฒนาและแก้ไข ไม่ใช่ฟังคำถากถางจากปากของคนรอบข้างแล้ว แต่ก็ยังคงมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตอยู่เช่นเดิม

ดังนั้น จงส่องกระจกมองดูตัวเองและพิจารณาให้ดีว่า การใช้ชีวิตของเราในทุกวันนี้กำลังเข้าข่ายลักษณะถ่วงความเจริญของชีวิตอยู่หรือไม่ !?

  1. ไม่เคยปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเอง

คนที่รู้ว่า สิ่งใดผิด สิ่งใดถูก สิ่งใดทำแล้วดี สิ่งใดทำแล้วไม่ดี แต่ยังคงมีพฤติกรรมทำทุกอย่างแบบไร้การพัฒนา ไม่เคยนำคำแนะนำจากคนอื่นมาเปลี่ยนแปลงให้สิ่งที่ทำอยู่ออกมาดีเท่าที่ควร จึงไม่แปลกที่จะไม่สามารถเดินก้าวออกมาให้พ้นจากจุดเดิมได้

  1. รักความสบายมากเกินไป

คนที่ทำทุกอย่างด้วยความมักง่าย หรือเห็นแก่ความสบายมากกว่า มักจะไม่เคยทุ่มเทให้กับสิ่งใดได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น หากความทุ่มเทเป็นศูนย์ ผลตอบแทนก็ย่อมออกมาเท่ากับศูนย์เช่นกัน ซึ่งคล้ายกับการทำสิ่งใดไว้ ก็ย่อมได้รับการตอบแทนกลับมาเป็นสิ่งนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดา

  1. มัวแต่หันไปโทษคนอื่น

การหันไปโทษคนอื่น หรือความผิดใส่กันไปมา ไม่เคยช่วยให้อะไรดีขึ้น นอกเสียจากว่า ได้ใช้เวลาไปอย่างไร้ประโยชน์ ซึ่งก่อนที่จะหันไปโทษว่าใครตำหนิเรา บางครั้งก็ควรนำคำพูดพวกนั้นกลับมาเป็นแรงผลักดัน เพื่อพัฒนาตัวเองให้ลบล้างคำสบประมาทได้จะดีกว่า

  1. เก็บคำพูดด้านลบมาใส่ใจ

หากมัวแต่สนใจคำพูดแย่ๆ จากปากคนอื่นมากกว่าใส่ใจให้กับสิ่งที่ทำ ก็คงไม่มีวันได้ดึงศักยภาพของตัวเองที่มีอยู่ออกมาใช้ เพราะกลัวแต่ว่าจะได้รับคำตำหนิติเตียนมากกว่าคำชื่นชม ซึ่งเชื่อว่าบนโลกใบนี้คงไม่เคยมีใครได้รับคำชมตั้งแต่ครั้งแรก นอกเสียจากว่า จะได้รับคำติเตียนเพื่อนำกลับมาปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ทำอยู่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

  1. คิดอะไรเองไม่เป็น

อย่ามัวแต่ขอยืมจมูกคนอื่นหายใจ แต่ควรจะใช้เวลาที่หันไปขอยืม เปลี่ยนมาเป็นคิดทำในสิ่งที่ดี และสร้างสรรค์จะดีกว่า เพราะไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป้นอย่างไร ดีหรือไม่ ก็จงภูมิใจว่า อย่างน้อยนี่ก็คือสิ่งที่เราได้ใช้ความคิดกลั่นกรองออกมาเอง

  1. ความอดทนไม่มากพอ

สิ่งที่ต้องเจอในแต่ละวันถือเป็นบททดสอบความอดทนของชีวิต ที่วัดได้ทั้งความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจว่าเราสามารถอดทนต่อทุกอย่างได้มากขนาดไหน ซึ่งคนที่อ่อนแอกว่าก็ย่อมต้องแพ้ไปอย่างไม่มีข้อแม้เช่นกัน

  1. คิดว่าชีวิตตัวเองดีอยู่แล้ว

หากมัวแต่มีความคิดที่ว่า ชีวิตตัวเองดีมากพออยู่แล้ว ก็อาจจะทำให้ไม่ได้รับการพัฒนาสิ่งใดเพิ่มเติมอีกเลย เพราะฉะนั้น จงเปลี่ยนแปลงความคิดเดิมๆ ที่มีอยู่ ให้กลายเป็นว่าชีวิตของเรายังดีไม่พอ และยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาหลายสิ่งหลายอย่างให้ดียิ่งขึ้น

พฤติกรรมเหนี่ยวรั้งชีวิต

โดย : sineenow

keyboard_arrow_up