ถึงจะอ้วนต้องสตรอง! โสดอย่างมีสุข ไม่ง้อผู้ชาย!

โสดอย่างมีสุข
โสดอย่างมีสุข

ทำไมสาวเจ้าเนื้อถึงไม่มีแฟน? ทำไมหาแฟนยากจัง? คำถามนี้สะเทือนใจใครหลายๆ คนนะ และคิดว่าในใจแต่ละคนคงจะคิดเหมือนกันว่า เออทำไมอะ!? เราไม่ตรงไหน นิสัยคนอ้วนน่ารักจะตายทำไมไม่เลือกกัน! จะอะไรซะอีกละก็ผู้ชายส่วนใหญ่เค้าชอบ “สาวหุ่นดี” ไงเธอ ส่วนเธอนั้น “อ้วน” มันก็น่าเศร้าใจเหมือนกันนะ ถ้าเลือกกันที่รูปร่างหน้าตาแบบนี้เนี่ยโสดดีกว่าคะ

แต่มันก็ไม่เสมอไปหรอก สาวเจ้าเนื้อบางคนก็มีแฟนและสมหวังกันมาก็หลายคู่อยู่นะ มันอาจจะขึ้นอยู่กับนิสัยที่น่ารักของสาวอ้วนก็ได้ หรือขึ้นอยู่กับดวงก็เป็นไปได้อีก คือคิดในแง่ดีหน่อย แต่ไม่ใช่เราจ๊ะ ตื่นค่ะ!! เพราะเราเป็นสาวอ้วนส่วนใหญ่คะคุณ… สาวอ้วนตุตะทุกคนคะถึงจะโสดมานาน หรือพึ่งจะโสดได้ไม่นาน ความโสดไม่ใช่เรื่องน่ากลัวนะคะบอกเลย… เรามาเป็น สาวอ้วน ที่สตรอง โสดอย่างมีสุข โสดแบบไม่แคร์ผู้ก็อยู่ได้กันเถอะ มาทำชีวิตให้มันดีขึ้นกว่าเคย แล้วเราจะเริ่มยังไง เรามีวิธีสร้างความโสดให้มีความสุขมาฝาก ลองทำตามกันได้ไม่เสียหาย…ทำได้ก็เริ่ดนะ โดยไม่ต้องไปอิจฉาคนมีคู่เค้าหรอก ถ้าทำไม่ได้ก็เริ่มใหม่ไม่มีคำว่าสายจ๊ะ

รักตัวเองให้เป็น

เป็นการเริ่มต้นของการเป็นสาวโสดที่ดี เริ่มจากตัวเราเองคะ นั่นก็คือ การรักตัวเองให้เป็น แต่ไม่ใช่ว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวหรอกนะ การรักตัวเองในที่นี้คือ เป็นการปกป้องตัวเอง ปกป้องจากความเสียใจ ที่อดีตอาจจะเคยเจ็บปวดในเรื่องความรักมา ในเมื่อมันไม่สมหวังอย่างที่คิดไว้ก็ให้ปล่อยวาง ไม่ให้ยึดติดกับความเสียใจ ความโกรธพวกนั้น เพราะมันคือการทำร้ายตัวเอง ยิ่งถ้าเราหมกมุ่นกันอะไรที่มันไม่เป็นผลดีกับตัวเรามากๆ ส่งผลให้เสียสุขภาพจิตไป เพราะงั้นถ้าใครรักตัวเอง เข้าใจตัวเอง เห็นคุณค่าของตัวเอง ไม่ลดค่าความเป็นตัวเราลงไปกับเรื่องความโกรธ ความเกลียด ถือว่าคุณนั้นเริ่มรักตัวเองแล้วละ ถ้าทำได้แน่นอนว่าชีวิตจะดี๊ดีย์…เชียวละ

ตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตของตัวเอง

คนโสดไร้คู่อย่างเราต้องเริ่มวางแผนและตั้งเป้าหมายให้ชีวิตของเราและการอยู่คนเดียวให้ได้ เพราะอนาคตก็ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีใครเลี้ยงก็เลี้ยงตัวเองได้คะ ไม่ต้องง้อผู้ก็ได้ สาวๆ ต้องคิดเอาไว้ว่าหลังจากนี้จะทำอะไร หรือ มีอะไรที่ต้องทำบ้างหรือเปล่า ก็ลิสต์มาเป็นข้อๆ เอาไว้เพื่อเป็นเป้าหมายให้กับตัวเอง ก็โสดแล้วมีอิสระเต็มที่จะกลิ้งไปไหนก็ได้ไม่ต้องแคร์ใคร อยากทำในสิ่งที่มีความสุขก็ทำได้เลย แค่คิดไว้เสมอว่าเพื่อตัวเองและครอบครัวที่เป็นกำลังใจให้เท่านั้นพอ

โสดอย่างมีสุข

มองโลกในแง่ดี คิดบวกอยู่เสมอ

จากที่เคยเป็นคนคิดลบ หันมาเป็นคนที่คิดบวกกันเถอะ พยายามเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี คิดบวกอยู่เสมอ เพราะเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องอยู่ในพื้นฐานของเหตุผลและผลด้วย ไม่ใช่โลกสวยไปวันๆ เดี๋ยวจะมีคนว่าเราได้ว่าอ้วนแล้วไร้สมองคะไม่ดีๆ การมองโลกในแง่ดี คิดบวกทำอย่างไร ก็แค่เราคิดในสิ่งที่ดีๆ ทำในสิ่งที่ดีๆ ดีทั้งกับตัวเราเองและไม่เดือดร้อนคนรอบข้าง แค่นี้ก็ทำให้จิตใจเราดีและมีความสุขได้แล้วละ

สร้างสุขผลักความเหงาอย่างสร้างสรรค์

ความโสดก็ทำให้เหงาได้ง่าย ยิ่งเป็นสาวอ้วนยิ่งคิดมาก เหมือนโอกาสเจอคนที่ใช่มันน้อยเหลือเกิน มันก็จะเหงาๆ ที่มาพร้อมกับความหดหู่ในจิตใจได้ เพราะอย่างนั้นหาเวลาให้กับตัวเองบ้างนอกเหนือจากการทำงาน เช่น การหากิจกรรมทำยามว่าง อาทิ หาหนังสือที่ชอบมาอ่านเพลินๆ ดูหนัง ฟังเพลง หรือออกไปผจญภัยในโลกกว้างคือการไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ต่างจังหวัดบ้าง ก็ทำให้คลายเหงาได้

หันมาดูแลตัวเองให้มากขึ้นกว่าเคย

นอกจากจะเป็นสาวโสดแล้ว ยังเป็นสาวอ้วนด้วย ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองแล้วใครจะมาดูแลเราจริงมั๊ย เพราะฉะนั้น ต้องหันมาดูแลตัวเองให้มากกว่าคนอื่นๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ และความสวยความงามก็ต้องดูแลให้มากขึ้นหน่อย ในเรื่องสุขภาพ คนอ้วนอย่างเราต้องใส่ใจนะ เพราะโรคที่เกิดกับคนอ้วน ปัจจุบันนี้ก็มีเยอะแยะไม่รู้ว่าจะถึงตาเราเมื่อไหร่ ถึงแม้จะอ้วนก็ขอให้อ้วนแบบสุขภาพดีกันจะดีกว่า เริ่มจากการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ออกกำลังกายเบาๆ บ้าง ถือคติว่าการขยับเท่ากับการออกกำลังกาย แต่ไม่ใช่ขยับปากเพลินอย่างเดียวต้องขยับร่างกายบ้างนะ เมื่อสุขภาพดีแล้วชีวิตก็แฮปปี้แล้ว จากนั้นก็หันมาดูแลความสวยความงามกันบ้างอย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้โทรมนะ เพราะหน้าตาคือสิ่งแรกที่ใครๆ เห็น เพราะงั้นต้องดูดีเข้าไว้จ๊ะ

เป็นไงกันบ้างสาวๆ ความโสด ไม่ได้ทำให้โดดเดี่ยวหรอกถ้าอยู่ให้เป็น มันก็แค่ความกลัว ที่เราคิดเอง ถ้าเราไม่คิด เราไม่ยึดติดกับอะไรที่ไม่ใช่ของเรา มันก็ไม่เกิดทุกข์ได้หรอก (ใช้คำสอนทางพระพุทธศาสนามาปรับใช้บ้างดีนะ) ถ้าใครที่กำลังโสดลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูนะ จะได้โสดอย่างมีความสุขกันถ้วนหน้า ไม่ง้อผู้ชายให้เสียเวลาหรอกคะ แอดขอเป็นกำลังใจให้สาวโสดทุกคน สตรองเข้าไว้ แล้วชีวิตจะดี๊ดีย์ขึ้นจ้า ^^

โดย Admin Pakkimji
ขอบคุณภาพประกอบจาก unsplash.com

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

keyboard_arrow_up