เพิ่มความอ่อนเยาว์

สูดลมหายใจสีชมพู เพิ่มความอ่อนเยาว์ ให้ตัวเองกัน

เพิ่มความอ่อนเยาว์
เพิ่มความอ่อนเยาว์

สูดลมหายใจสีชมพู เพิ่มความอ่อนเยาว์ ให้ตัวเองกัน

ตอนเด็กๆ เราก็อยากจะโตเป็นผู้ใหญ่เร็วๆ แต่พอโตแล้วก็เริ่มชักจะกลัวความแก่ อ้าวทำไมความคิดกลับตาลปัตรซะอย่างนั้น ถ้ามองให้เป็นเรื่องปกติก็ได้อยู่ก็เพราะผู้ใหญ่อย่างเราๆ อยากมีความสดใสเหมือนตอนเด็ก จะสังเกตได้ว่าเรายังชอบคิดโหยหาเรื่องต่างๆ ในอดีต นอกจากแค่คิดอยากอ่อนเยาว์ขึ้นแล้ว เรายัง เพิ่มความอ่อนเยาว์ ให้กับตัวเองได้ด้วยเฉดสีอีกด้วยนะ

สีที่อยากแนะนำในกรณีนี้คือสีชมพู ซึ่งให้ผลในการทำให้อ่อนวัยขึ้น โดยสีนี้จะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน กล่าวคือมีรายงานการวิจัยระบุว่าสีชมพูจะนำรังสีจากดวงอาทิตย์เข้าสู่ร่างกายโดยไม่ตัดทอน ซึ่งจะไปกระตุ้นส่วนล่างทั้งหมดของสมองส่วนธาลามัส (Thalamus) ที่เป็นศูนย์กลางสำคัญในการควบคุมระบบประสาทอิสระ (Automatic Nervous System) การกระตุ้นสมองส่วนล่างธาลามัสนี้ถือได้ว่าเป็นการเร่งการหลั่งฮอร์โมนนั่นเอง

ในทางตรงกันข้าม สีมืดขรึม เช่น ดำ เทา หรือน้ำตาลไหม้ จะดูดซับแสงอาทิตย์ซึ่งจำเป็นต่อร่างกายไว้โดยไม่ส่งผ่านไปภายในร่างกาย จึงทำให้ดูมีอายุหรือไม่ก็ทำให้แก่เร็วขึ้นไปอีก โดยเฉพาะคนที่มีอายุมากขึ้นและชอบสวมเสื้อผ้าสีขรึมๆ เหล่านี้ ถึงจะมีอายุแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเสื้อผ้าสีเรียบๆ เสมอไป และถึงจะเป็นผู้ชาย แต่สีหวานๆ อย่างสีพาสเทลหรือสีชมพูก็เข้ากันกับคุณได้เหมือนกันนะ

ดังนั้นมาใส่สีชมพูอย่างสร้างสรรค์กันดีกว่า ในการแต่งกายอาจใช้สีชมพูเป็นเสื้อเชิ้ตหรือชุดชั้นในก็ได้ แต่ถ้ายังรู้สึกว่ารับไม่ได้กับสีชมพูอยู่ ก็ลองใช้เป็นผ้าเช็ดหน้าซึ่งพกติดตัวทุกวันก็ได้ หรือจะใช้สีชมพูกับการตกแต่งภายในบ้าน เช่น ผ้าม่าน พรม หรือโซฟา ก็เป็นผลเช่นเดียวกัน ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ไม่เพียงแต่จะสามารถทำให้อ่อนเยาว์ทางความรู้สึกเท่านั้น แต่ยังจะอ่อนเยาว์จากภายในร่างกายอีกด้วย

นอกจากนี้ สิ่งที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้คือ “วิธีสูดลมหายใจสีชมพู” สิ่งนี้ถือเป็น Biofeedback (การควบคุมตัวเองทางชีวภาพ) อย่างหนึ่ง ซึ่งจะเหมือนกับการหายใจของโยคะ นั่นคือการสูดลมหายใจไปพร้อมๆ กับนึกถึงสีที่กำหนด ก็จะสามารถดูดพลังที่สีนั้นๆ มีอยู่เข้าไปในร่างกายได้นั่นเอง หลับตานึกถึงท้องทะเลสีครามให้ความเยือกเย็น นึกถึงท้องทุ่งสีเขียวให้ความสงบใจ ก็ดีเหมือนกัน

สำหรับสีอื่นๆ ก็มีคุณสมบัติในการบำบัดโรคที่แตกต่างกัน เช่น สีเหลืองช่วยเยียวยาอาการท้อแท้ หดหู่ และหมดกำลังใจของผู้ป่วยบางประเภท สีม่วงเป็นสีแห่งผู้รู้ ช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจและสร้างความสงบในจิตใจได้เป็นอย่างดี สีส้มเป็นสีแห่งความสร้างสรรค์ อบอุ่น สดใส มีสติปัญญา ความทะเยอทะยานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เป็นต้น

 

ข้อมูลอ้างอิง

สีสันสร้างเสน่ห์และความสำเร็จ โดย Ayumi Ishii สำนักพิมพ์สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)


บทความที่น่าสนใจ

Color Therapy ศาสตร์แห่งสีเพื่อการบำบัดโรค

หรรษาบำบัด ให้เสียงหัวเราะช่วยลดเครียด

ผ่อนคลายกายใจด้วย ดนตรีบำบัด

keyboard_arrow_up