คิดจะเลือกคู่

คิดจะเลือกคู่ ถึงจะเสียดายก็ยังดีกว่าเสียใจ

คิดจะเลือกคู่
คิดจะเลือกคู่

คิดจะเลือกคู่ ถึงจะเสียดายก็ยังดีกว่าเสียใจ

เรามักมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจกันบ่อยๆ แต่การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตนั้นมีเพียงไม่กี่เรื่อง หนึ่งในนั้นคงมีเรื่องการเลือกคู่ชีวิตรวมเอาไว้ด้วยอย่างแน่นอน หากลองคิดถึงเวลาทั้งหมดที่จะต้องใช้ไปจนแก่เฒ่าร่วมกับใครสักคนหนึ่ง (ในกรณีที่ไม่คิดจะครองโสดไปตลอด) ก็กล่าวได้ว่า คิดจะเลือกคู่ นั้นต้องคิดกันอย่างหนัก

บางคนอาจถามว่าเรื่องความรักทำไมต้องคิดเพราะมันเป็นเรื่องของ “หัวใจ” ใช้ความรู้สึกสัมผัสสิแล้วเราจะรู้เอง เราเลยอยากเสนออีกมุมนึงที่ว่าใช้ความคิดร่วมด้วยก็ไม่เสียหาย จากหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต กล่าวถึงการเลือกคู่ว่า ในทางพระพุทธศาสนาคู่ชีวิตมีส่วนช่วยให้การเกิดใหม่ไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้น

แม้ในภพปัจจุบันการแต่งงานก็เหมือนกับเป็นการเกิดใหม่ครั้งที่สอง หลังแต่งจึงมีพ่อแม่เพิ่มขึ้นอีกสองคน และญาติพี่น้องใหม่ๆ ตามมาอีกมากมาย ยังไม่นับลูกหลานของตัวเองที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังนั้นก่อนแต่ง ดูให้ดีๆ ว่าคนที่จะเลือกมีส่วนบวกหรือลบในตัวมากกว่ากัน หากดูไม่ออกก็ให้เพื่อนสนิท พ่อแม่ พี่น้องช่วยดู ค่อยๆ วิเคราะห์ไม่ต้องรีบ และจำไว้ว่า เสียดายดีกว่าเสียใจ

หลวงพ่อชาเคยกล่าวไว้ว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือกฎแห่งกรรม ยังมี “วิปัสสนากรรมฐาน” นั่นก็หมายความว่า แม้เนื้อคู่จะถูกกำหนดไว้แล้วจากกรรมเก่า แต่ทุกคนสามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยกำลังสติ เหมือนรถที่กำลังจะพุ่งลงเหว ถ้าคนขับมีสติก็สามารถหักหลบได้ทันท่วงที และเมื่อตัดสินด้วยสติปัญญา โลกแห่งชีวิตสมรสก็จะเป็นอีกโลกหนึ่งซึ่งต่างจากโลกเดิมที่จะต้องเป็นไปตามกฎแห่งกรรม

เป็นไปได้ว่าคู่เวรคู่กรรมหรือคู่สร้างคู่สมของเราเกิดมาในเวลาใกล้เคียงกับเรา แต่กรรมที่ทำในชาตินี้จะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะได้พบคู่แบบไหน ดังนั้นการฝึกเจริญสติหรือที่เรียกกันว่าการปฏิบัติธรรมจึงมีผลต่อชีวิตในชาติปัจจุบันอย่างมาก แน่นอนว่าถ้าเราเลือกคู่ด้วยการใช้สติปัญญาย่อมมีโอกาสได้คู่ดีมากกว่าเลือกด้วยอารมณ์ ความรู้สึก

อย่างไรก็ตามเรื่องชีวิตคู่ลึกลับซับซ้อนยากที่จะหยั่งถึง บางคนเป็นแฟนกันมาสิบปี แต่เพียงหกเดือนก็หย่า บางคู่รักกันแค่หกเดือน แต่อยู่กินกันจนแก่จนเฒ่า สิ่งเหล่านี้มีเหตุปัจจัยสามารถอธิบายได้

ในทางจิตวิทยา สมองเพศหญิงจะมีเส้นประสาทที่ทอดผ่านไปยังซีกขวา ซึ่งเป็นส่วนของอารมณ์และความรู้สึกมากกว่าเพศชายถึงสี่เท่า ดังนั้นเวลาเกิดอารมณ์ความรู้สึก เพศชายจะไม่เข้าใจ แม้จะเป็นเหตุการณ์เดียวกัน เพราะเขาคิดเพียงเชิงตรรกะของสมองซีกซ้ายเท่านั้น และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บางครั้งคู่สามีภรรยาคุยกันไม่รู้เรื่อง

ภรรยาที่มองสามีลบก็จะมองลบไปถึงอดีตต่างๆ ของสามีด้วย คือดึงส่วนลบของเขาทั้งชีวิตขึ้นมารวมอยู่ในปัจจุบัน บางคนสามารถระลึกถึงเรื่องลบๆ เมื่อสิบปีที่แล้วกลับมาได้อย่างชัดเจนมาก เพราะสมองซีกขวาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะที่สามีเมื่อมองภรรยาลบ ก็จะนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องราวเก่าๆ ทางลบในอดีตของเธอด้วย ทั้งๆ ที่เรื่องบวกที่เคยมีมาก็ไม่น่าจะน้อยกว่าเรื่องลบ แต่เมื่อมองเห็นแต่ส่วนลบ แถมยังเอามาขยายให้ใหญ่โตขึ้นอีก ผลที่ตามมาก็คืออยู่ร่วมกันไม่ได้

เห็นแล้วใช่มั้ยว่าการที่จะเลือกใครสักคนหนึ่งเข้ามาร่วมชีวิตด้วยนั้น ต้องใช้ทั้งใจและสมองคิดไปพร้อมๆ กัน หากเลือกได้เราก็คงขอเลือกอยู่ข้างที่ไม่ต้องเสียใจให้กับความรัก

คิดจะเลือกคู่ถึงรู้สึกเสียดาย ก็ยังดีกว่าต้องมานั่งเสียใจทีหลังนะ


บทความที่น่าสนใจ

ลักษณะคู่แท้ตามหลักพุทธศาสนา เช็คดูว่า คู่ของคุณสมกันหรือไม่?

เช็ค 8 สัญญาณเนื้อคู่ คุณกำลังคบกับ “คนที่ใช่” อยู่หรือไม่?

3 สิ่งที่ผู้หญิงควรเข้าใจและ 3 สิ่งที่ผู้ชายควรรู้ เคล็ดลับ ครองคู่ให้ยาวนาน

keyboard_arrow_up