หลักธรรมสำหรับภรรยา

แม่บ้านที่ดี เอาใจสามีอยู่หมัด! หลักธรรมสำหรับภรรยา ที่พระพุทธเจ้าทรงสอน

หลักธรรมสำหรับภรรยา
หลักธรรมสำหรับภรรยา

แม่บ้านที่ดี เอาใจสามีอยู่หมัด! หลักธรรมสำหรับภรรยา ที่พระพุทธเจ้าทรงสอน

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) กล่าวไว้ว่า ในสมัยพุทธกาล พระบรมศาสดาเคยทรงได้รับอาราธนาจากคฤหบดีท่านหนึ่ง ให้ทรงประทานโอวาทแก่กุมารี ที่จะแยกครอบครัวไปอยู่ในตระกูลสามี ครั้งนั้น พระองค์ได้ตรัสสอนกุมารีเหล่านั้น ให้ประพฤติตามหลักธรรมสำหรับแม่บ้านหลายประการ หลักธรรมที่ทรงประทานครั้งนั้น พระองค์ตรัสให้เหมาะสมกับสภาพสังคมของชมพูทวีปยุคพุทธกาบ ที่ฝ่ายพ่อบ้านเป็นผู้ประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว จึงเป็นหลักธรรมที่ใช้ได้อย่างดีในสังคมแบบไทยเดิม ซึ่งมีลักษณะการแบ่งงานในครอบครัวอย่างเดียวกัน

ปัจจุบันนี้ แม้สังคมจะเปลี่ยนไปตามกาลสมัย สตรีผู้ฉลาดก็สามารถยึดสาระจากหลักธรรมเหล่านั้น นำมาประพฤติปฏิบัติให้เป็นประโยชน์แก่ชีวิตครอบครัวได้เป็นอย่างดี

ในพุทธโอวาทครั้งนั้น ทรงแสดงหลักธรรมสำหรับภรรยา 5 ข้อ ซึ่งมีใจความดังนี้

ข้อที่ 1  พึงเป็นผู้ตื่นก่อน นอนทีหลัง เอาใจใส่ คอยฟังว่าจะมีอะไรให้ช่วยทำ ประพฤติสิ่งที่ถูกใจ พูดคำไพเราะน่ารัก คือรู้จักปรนนิบัติถนอมน้ำใจ

ข้อที่ 2 คนเหล่าใดเป็นที่เคารพนับถือของสามี เช่น บิดา มารดา ครู อาจารย์ ของสามี เป็นต้น ก็แสดงความเคารพนับถือด้วยเอาใจใส่ปฏิสันถารท่านเหล่านั้นเป็นอันดี

ข้อที่ 3 เป็นผู้ขยัน เอาใจใส่ในงานบ้านทุกอย่าง เช่น งานเกี่ยวกับเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น เฉลียวฉลาด รู้จักคิดจัดทำงานเหล่านั้นให้เรียบร้อยเหมาะสม

ข้อที่ 4 เอาใจใส่สอดส่องดูแลคนในปกครองภายในบ้าน เช่น คนรับใช้ และคนงานต่างๆ รู้งานของเขาว่าได้ทำแล้วหรือไม่ เพียงใด มีใครเจ็บป่วยไข้เป็นอย่างไร เอาใจใส่รักษาพยาบาล จัดแบ่งอาหารของบริโภคเผื่อแผ่ให้ตามสมควร

ข้อที่ 5 รู้จักประหยัดเก็บรักษาทรัพย์สมบัติที่สามีหามาได้ ไม่เล่นการพนัน ไม่เป็นนักดื่ม ไม่ทำลายผลาญทรัพย์สมบัติ

นอกจากหลักความประพฤติเหล่านี้แล้ว ในที่บางแห่งทรงแสดงคุณธรรมในใจกำกับไว้เป็นข้อสุดท้ายด้วย คือ การอยู่ครองเรือนด้วยจิตใจโอบอ้อมอารี ไม่คับแคบด้วยความตระหนี่เห็นแก่ตัว คุณธรรมประจำใจนี้เป็นพื้นฐานชีวิตที่สำคัญ ทำให้บ้านเรือนเป็นสถานที่ร่มรื่น แช่มชื่นเยือกเย็น เบิกบานใจ ทั้งแก่ผู้อาศัยที่อยู่ร่วมกัน และแก่ผู้ไปมาหาสู่เยี่ยมเยือน

หลักธรรมข้อต้นๆ อันเป็นความประพฤติที่แสดงออกภายนอก อาจเปลี่ยนแปลงประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมตามยุคสมัย แต่คุณธรรมที่เป็นพื้นใจ จะยังคงรูปเป็นอย่างเดียวกันตลอดทุกกาล

เรียบเรียงจาก หนังสือ “คู่สร้างคู่สม ชีวิตคู่ในอุดมคติ” โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

:::มินู:::

keyboard_arrow_up