ออมเงิน-วิธีเก็บเงิน

วิธีออมเงิน ให้มีเงินเก็บภายใน 1 ปี สำหรับชาวออฟฟิศ ทำได้ไม่ยาก

ออมเงิน-วิธีเก็บเงิน
ออมเงิน-วิธีเก็บเงิน

วิธีออมเงิน ให้มีเงินเก็บภายใน 1 ปี สำหรับชาวออฟฟิศ ทำได้ไม่ยาก

สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจมองเงินในบัญชีทีไรก็ท้อใจทุกที ชีวิตมนุษย์เงินเดือนอย่างเรามันก็แบบนี้แหละนะ ทำงานหนักมาก็อยากหารางวัลมาเปย์ให้ตัวเองบ้าง แต่บางทีก็เปย์มากเกินไปจนกลายเป็นคนไม่มีเงินเก็บ และไม่รู้ “วิธีออมเงิน” หากใครที่กำลังเป็นแบบนี้อยู่ไม่ต้องกังวลไป เพราะไม่ว่าจะเป็นอะไรเราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ลองมาดูเทคนิคการเก็บเงินกันดีกว่า มาเริ่มเก็บเงินพร้อมกันตั้งแต่สิ้นเดือนนี้กันเลย

เงินเก็บ-ออมเงิน

1.เก็บก่อนใช้

แม้เป็นวิธีดั้งเดิมไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ดี โดยวิธีนี้คือการแบ่งเงินรายได้ออกมาออมไว้ก่อนใช้จ่าย เช่น ตั้งใจเก็บเดือนละ 1,000 บาท เมื่อเงินเดือนเข้ามา ก็เอาเข้าบัญชีแยกเก็บไปเลย หรือจะเปิดบัญชีฝากประจำไปก็ได้ ทำให้มันถอนออกยากเข้าไว้ยิ่งเป็นการดี เราจะได้ไม่ดึงเงินเก็บออกมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เป็นการเพิ่มวินัยการออมของเราเองด้วย

2.กระปุกคู่ใจหยอดไปวันละ 50

เพียง 50 บาท หยอดไป 30 วันก็ได้ 1,500 บาทต่อเดือน ทุกๆ สิ้นเดือนเอาเงินในกระปุกเข้าธนาคารที่เป็นบัญชีเงินเก็บเอาไว้ เมื่อครบ 365 วัน เงินเก็บในกระปุกนั้นรวมกันนับได้เกือบสองหมื่นแหนะ วันไหนมีเหรียญเพิ่มด้วยก็หยอดไปให้หมดเลยจ้า หรือจะเลือกเก็บแต่แบงค์ 50 ก็ได้ไม่ว่ากัน

3.เก็บตามวัน จนครบ 365 วัน

วิธีนี้อาจจะต้องทำตารางขึ้นมา เขียนวันที่ 1-365 แล้วหากล่องหรือกระปุกเก็บเงิน วันไหนหยอดแล้วให้กาทับวันนั้นไป แต่วินัยต้องมีเพราะต้องทำทุกวัน เช่น วันที่ 1 หยอด 1 บาท วันที่ 2 หยอด 2 บาท จนถึงวันที่ 365 จะต้องหยอด 365 บาท แล้วรวมยอดเงินทั้งหมดเข้าบัญชีเงินเก็บไปเลย สุดท้ายก็จะได้เงินเก็บกว่า 6 หมื่นบาทเลยนะ

4.ใช้บัตรเครดิตอย่างฉลาด

ในเมื่อเลิกช็อปไม่ได้ ก็มาใช้ประโยชน์จากบัตรเครดิตกันดีกว่า ก่อนจะใช้ก็ศึกษาโปรโมชั่นให้ดี มีผ่อน 0% ไหม ได้แต้มหรือแคชแบ็กกลับมาเท่าไหร่ แล้วนำแต้มนั้นไปใช้ประโยชน์แลกส่วนลดต่างๆ เพื่อให้เราจ่ายน้อยลง แต่ก็ต้องคอยห้ามใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าอย่าใช้มันจนเกินตัว ทุกๆ สิ้นเดือนต้องแบ่งเงินมาจ่ายให้ได้ เพื่อไม่ให้เสียเครดิต

5.คิดก่อนซื้อ

วิธีนี้เป็นวิธีที่ต้องใช้จิตเข้าข่มเป็นอย่างมาก ก่อนจะซื้ออะไรให้ถามตัวเองว่าของที่เราอยากได้นั้นจำเป็นจริงไหม สรุปแล้วจะซื้อมันมาเพื่อสนองความอยากหรือซื้อเพื่อความจำเป็น ถ้ายังตอบไม่ได้ก็กลับไปนั่งคิดนอนคิดก่อนซัก 3 วัน ถ้าไม่นึกถึงมันก็ปล่อยมันไป แต่ถ้ายังอยากได้ก็ค่อยกลับมาซื้อ

ลองเอาไปใช้กันดูนะคะ แค่ได้เริ่มเก็บไม่ว่าจะมากจะน้อยก็เป็นผลดีกับตัวเราทั้งนั้น เพราะว่าการที่มีเงินสำรองไว้ย่อมอุ่นใจมากกว่า

วิธีเก็บเงิน-ออมเงิน

keyboard_arrow_up