ทคนิค เก็บผักผลไม้ ไว้กินช่วง Work from home : ผักผลไม้แต่ละชนิด เก็บได้นานกี่วัน?

เทคนิค เก็บผักผลไม้ ไว้กินช่วง Work from home : ผักผลไม้แต่ละชนิด เก็บได้นานกี่วัน?

ทคนิค เก็บผักผลไม้ ไว้กินช่วง Work from home : ผักผลไม้แต่ละชนิด เก็บได้นานกี่วัน?
ทคนิค เก็บผักผลไม้ ไว้กินช่วง Work from home : ผักผลไม้แต่ละชนิด เก็บได้นานกี่วัน?

เทคนิค เก็บผักผลไม้ ไว้กินช่วง Work from home : ผักผลไม้แต่ละชนิด เก็บได้นานกี่วัน?

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ที่ทำให้เราต้อง work from home เพื่อหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านให้มากที่สุด การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงในช่วงนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรใส่ใจ วิธีที่ง่ายที่สุดนั้นคือการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะวิตามินจากผักผลไม้ที่จะช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายห่างไกลจากไวรัสได้ แต่การ เก็บผักผลผลไม้ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่เน่าเสียได้ง่ายนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย 

วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับมาฝากสำหรับใครที่กำลังกักตัวอยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหนแต่ก็อยากทานผักผลไม้ที่สดใหม่และได้รับวิตามินสูงมาฝาก สิ่งแรกที่เราควรรู้ คือ ผักผลไม้แต่ละชนิดสามารถเก็บได้นานกี่วัน เพื่อที่จะบริโภคได้ทันก่อนจะเน่าเสีย ที่สำคัญควรเก็บแยกเป็นชนิดๆ เพื่อยืดอายุผักผลไม้ให้นานขึ้น และคงวิตามินที่ร่างกายต้องการให้ได้นานที่สุด โดยผักผลไม้จะแบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลักๆ ตามอายุการเน่าเสีย ดังนี้

  • ผักผลไม้ที่เหี่ยวเน่าง่ายที่สุด ควรบริโภคภายใน 1-3 วัน ได้แก่ ผักชี ผักบุ้ง ผักกาดหอม ปวยเล้ง แตงกวา ผักโขม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ กล้วย อะโวคาโดสุก ข้าวโพดสุก

  • ผักผลไม้ที่เก็บได้ในระยะเวลาจำกัด ประมาณ 5-7 วัน ได้แก่ ผักกาด ผักคะน้า มะเขือเทศ แครอท
    สับปะรดแอปเปิล ฝรั่ง

  • ผักผลไม้ที่เก็บได้นานกว่าชนิดอื่นๆ ได้แก่ ผักตระกูลฟัก เผือก หรือมัน ที่หากยังไม่ถูกใช้สามารถเก็บได้นานถึง 1 เดือน เลยทีเดียว

เก็บผักผลไม้

รู้อย่างนี้แล้ว เรามาเปลี่ยนผักผลไม้ที่เน่าเสียง่ายที่สุดมาเป็น เมนูที่ทำได้ง่ายๆ สำหรับคนที่อยากดูแลสุขภาพด้วยเมนูเฮลท์ตี้ ที่ทุกคนสามารถลองทำทานเองได้ในช่วงกักตัวอยู่ที่บ้านกันเถอะ

  1. เมนูสมูทตี้โบวล์โรยเมล็ดเจียและกราโนล่า

เมนูง่ายๆที่นำผักผลไม้ มาจับคู่กันเพื่อสร้างรสชาติอร่อยตามใจ ไม่ว่าจะเป็น สมูทตี้ผักโขมและกล้วย ผักโขมกับสับปะรด หรือจะเป็นสมูทตี้ผักรวมบีบมะนาวเล็กน้อยเพิ่มรสชาติ เติมนมหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย และน้ำแข็ง 1 ส่วน ปั่นให้เข้ากัน เทใส่แก้วแล้วโรยด้วยกราโนล่า เมล็ดเจียหรือธัญพืชที่ชอบ เท่านี้ก็สามารถทานเป็นมื้อเช้า หรือไว้เติมความสดชื่นยามบ่ายได้เลย

  1. สลัดทูน่า ไข่ต้มออนเซ็น ซอสญี่ปุ่น

ทูน่ากระป๋องเป็นหนึ่งในอาหารที่หลายคนมักมีติดบ้าน สำหรับสลัดทูน่านั้น เพียงเลือกผักที่เราชอบ ไม่ว่าจะเป็น ผักกาดหอม ผักสลัด แตงกวา มะเขือเทศ ข้าวโพด หรือผลไม้อื่นๆ ใส่ลงในจาน ตามด้วยทูน่ากระป๋อง เทน้ำสลัดญี่ปุ่นที่แคลอรี่ต่ำคนให้เข้ากัน จากนั้นวางไข่ออนเซ็นที่ต้มไว้วางไว้ข้างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูพร้อมทานที่อัดแน่นไปด้วยโปรตีนและวิตามิน ดีต่อสุขภาพ แถมไม่ทำร้ายน้ำหนักอีกด้วย

  1. อกไก่ผัดซอสเปรี้ยวหวาน

ถือว่าเป็นอีกเมนูที่ทำง่ายมาก เริ่มจากนำอกไก่ที่หั่นไว้พอดีคำมาผัดกับกระเทียมให้หอม พอไก่ใกล้สุก นำพริกหวาน แตงกวา หอมใหญ่ ลงไปผัด ปรุงด้วยซอสมะเขือเทศ เติมน้ำเปล่าๆเล็กน้อย จากนั้นเติมรสชาติเปรี้ยวหวานด้วยสับปะรด นำลงไปผัดให้เข้ากัน เมื่อเนื้อไก่สุกดีแล้วก็เทใส่จาน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆได้เลย

นอกจากวิธีบริหารจัดการผักผลไม้ในตู้เย็นที่เราเสนอไป ปัจจุบันตู้เย็นยังมีส่วนช่วยในการรักษาวิตามิน อย่างเทคโนโลยี HarvestFresh ในตู้เย็น Beko ช่วยคงคุณค่าวิตามินเอและซีมากกว่าเดิมถึง 40% และตู้เย็น Beko ยังมาพร้อมด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ตู้เย็น Beko ที่มีเทคโนโลยี HarvestFresh ช่วยคงคุณค่าวิตามินเอและซีมากกว่าเดิมถึง 40% และเทคโนโลยี Everfresh+ ที่ช่วยควบคุมความชื้นของผัก-ผลไม้ช่วยรักษาความสดของผัก-ผลไม้ได้นานสูงสุดถึง 30 วัน

บทความเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

Summary
เทคนิค เก็บผักผลไม้ ไว้กินช่วง Work from home : ผักผลไม้แต่ละชนิด เก็บได้นานกี่วัน?
Article Name
เทคนิค เก็บผักผลไม้ ไว้กินช่วง Work from home : ผักผลไม้แต่ละชนิด เก็บได้นานกี่วัน?
Description
เก็บผักผลไม้ ให้สดใหม่อยู่เสมอเพื่อเป็นแหล่งเสริมวิตามินที่จะช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายห่างไกลจากไวรัส ดูแลตัวเราและคนที่เรารักช่วง Work from home.
Author
Publisher Name
Goodlifeupdate
keyboard_arrow_up