ปวดหัวไมเกรน

ปวดหัวไมเกรน อาการปวดหัวที่ชวนให้ปวดใจ เป็นทีไรก็อยากโดดงานทุกที

account_circle
event
ปวดหัวไมเกรน
ปวดหัวไมเกรน

ปวดหัวไมเกรน อาการปวดหัวที่ชวนให้ปวดใจ เป็นทีไรก็อยากโดดงานทุกที

ปวดหัวไมเกรน โรคปวดหัวที่มักพบในกลุ่มคนวัยทำงาน โดยมีสาเหตุมาจากปัจจัยที่เราพบเจอทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น ความเครียด สภาพอากาศที่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เสียงดัง แสงสว่าง อาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัว เป็นต้น จึงทำให้คนวัยทำงานเป็นโรคไมเกรนได้ง่าย เมื่ออาการกำเริบ ก็จะมีอาการที่หนักขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถทำงานต่อได้ ควรต้องหยุดพัก ซึ่งอาจทำให้คนรอบข้างไม่เข้าใจถึงความรุนแรง และเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าคนเป็นไมเกรนนั้นมีอาการไม่หนักมาก ไม่จำเป็นต้องลางาน หรือ หยุดพักอยู่บ้านก็ได้

วันนี้ Goodlife จึงขอไขความกระจ่าง นำข้อมูลเกี่ยวกับโรคไมเกรน มาสรุปให้ทุกคนอ่านแบบเข้าใจง่ายกันค่ะ

 

โรคไมเกรนคืออะไร?

โรคไมเกรน ไม่ใช่แค่อาการปวดหัวทั่วไปอย่างที่คนเข้าใจกัน แต่เป็นโรคทางสมอง ที่จะมีอาการเมื่อร่างกายของเราเผชิญกับสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ เช่น ภาวะความเครียดสูง การนอนหลับพักผ่อนที่ผิดเวลา การเดินทางที่ต้องเผชิญกับสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น ความร้อน ความหนาว เป็นต้น

หากเปรียบเทียบโรคไมเกรนให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้น สามารถเปรียบเทียบโรคไมเกรน คือ โรคภูมิแพ้ โดยที่โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจและจมูก จะมีอาการคัดจมูกและจาม และ โรคไมเกรน คือภูมิแพ้ทางสมอง ที่จะมีอาการปวดศีรษะนั่นเอง

ปวดหัวไมเกรน อาการปวดหัวที่ชวนให้ปวดใจ เป็นทีไรก็อยากโดดงานทุกที

ใครมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไมเกรนบ้าง?

เราสามารถพบผู้ป่วยโรคไมเกรนมากถึง 1 ใน 7 ของประชากรทั่วไป โดยผู้ป่วยโรคไมเกรน ส่วนมากจะอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 20 – 40 ปี มากที่สุด และมักพบในผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

ปวดหัวไมเกรน อาการปวดหัวที่ชวนให้ปวดใจ เป็นทีไรก็อยากโดดงานทุกที

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดไมเกรน

มีหลายสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดไมเกรน โดยแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. ปัจจัยทางพันธุกรรม คิดเป็นร้อยละ 10 – 20
  2. ปัจจัยด้านพฤติกรรม และ สิ่งแวดล้อมที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า คิดเป็นร้อยละ 80 – 90

ซึ่งแบ่งได้เป็นทั้งหมด 2 ประเภท คือ

  • ตัวกระตุ้นภายใน: ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ ฮอร์โมน หรือการมีรอบเดือน เป็นต้น
  • ตัวกระตุ้นภายนอก: กลิ่น เสียง แสง อากาศ เป็นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกิดจาก รูป รส กลิ่น เสียง หรือประสาทสัมผัสทั้งหมด
    • สำหรับผู้ป่วยโรคไมเกรนเพศหญิงจะมีผลกระทบจากโรคมาก สืบเนื่องจากปัจจัยการแกว่งของฮอร์โมน ซึ่งในบางกรณีอาการของโรคมีปัจจัยสอดคล้องกับการมีรอบเดือนได้เช่นกัน

ปวดหัวไมเกรน อาการปวดหัวที่ชวนให้ปวดใจ เป็นทีไรก็อยากโดดงานทุกที

 

อาการของโรคไมเกรน

โรคไมเกรนยังมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่ การมองเห็นผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน หงุดหงิดง่าย ซึ่งหากยิ่งซ้ำเติมด้วยตัวกระตุ้นก็จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลงไปอีก

ระยะของโรคไมเกรน สามารถจำแนกได้ด้วย ระดับความปวดศรีษะของโรคไมเกรน ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

  1. ระยะนำ (Prodrome) คือ ระยะก่อนเริ่มมีอาการปวดศีรษะประมาณ 1 – 2 วันล่วงหน้า โดยผู้ป่วยจะมีการเปลี่ยนแปลงทางระบบสมองที่ควบคุมร่างกาย เช่น ตัวบวม ปวดเมื่อยตามตัว อารมณ์ รวมถึงพฤติกรรมและความอยากอาหารมากกว่าปกติ
  2. ระยะอาการเตือน (Aura) คือ ระยะการเตือนก่อนเกิดอาการปวดศีรษะ ประมาณ 5 – 60 นาที แต่จะไม่เกิดกับผู้ป่วยทุกคน เป็นอาการที่เกิดจากระบบประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติ สามารถเกิดได้หลายรูปแบบ เช่น มองเห็นแสงกระพริบ ๆ แสงซิกแซก มองเห็นเป็นเส้นคลื่น หรืออาการที่เกิดจากความรู้สึก การเคลื่อนไหว กล้ามเนื้ออ่อนแรง รู้สึกชาที่มือหรือเท้า การพูดลำบาก พูดไม่ชัด ซึ่งอาการเหล่านี้ จะค่อย ๆ เริ่มเกิดขึ้น และจะยังคงมีความรู้สึกนี้เป็นชั่วโมง หรือหลายชั่วโมงก็ได้หากมีหลายอาการ
  3. ระยะปวดศีรษะ (Headache) คือ ระยะที่ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะด้านใดด้านหนึ่ง โดยมีอาการปวดแบบตุบ ๆ ตามจังหวะหัวใจเต้น มักจะมาพร้อมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน และผู้ป่วยบางรายอาจไวต่อแสงหรือเสียงดัง ซึ่งอาการปวดศีรษะอาจยาวนานถึง 4 – 72 ชั่วโมง
  4. ระยะหลังจากปวดศีรษะ (Resolution) หรือ ระยะพัก คือ ระยะที่อาการปวดศีรษะและอาการอื่น ๆ ค่อย ๆ ลดลง ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจจะมีความรู้สึกเหนื่อยล้า ซึ่งอาจกินระยะเวลาไม่กี่วันหลังจากหายปวดศีรษะ
    • โรคไมเกรน สามารถจำแนกผู้ป่วยตามระยะการดำเนินโรคออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
  5. ผู้ป่วยโรคไมเกรนแบบครั้งคราว คือมีจำนวนความถี่ของอาการปวด ไม่เกิน 15 วันต่อเดือน
  6. ผู้ป่วยโรคไมเกรนแบบเรื้องรัง คือ ผู้ป่วยที่มีอาการปวดไมเกรนบ่อยครั้ง และปวดไมเกรนมากกว่า 15 วันต่อเดือน (หรือวันเว้นวันในหนึ่งเดือนนั่นเอง)
    • ผู้ป่วยที่เป็นโรคไมเกรนเรื้อรัง มีปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้าได้สูงถึง 40%

ปวดหัว

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคไมเกรน

  • ไมเกรนไม่ใช่แค่โรคปวดหัว
    • เวลาเกิดอาการไมเกรนจะมีอาการปวดที่รุนแรงกว่าการปวดหัวปกติ
    • เมื่อมีอาการไมเกรน และ พบสิ่งกระตุ้น/สิ่งเร้า จะทำให้การปวดหัวทวีความรุนแรง และอาการปวดแย่ลง
    • อาการไมเกรน มีอาการอื่นร่วมด้วยอาทิ อาการทางประสาท (แขนขาชา ตาพร่ามัว ฯลฯ) คลื่นไส้อาเจียน เวียนศรีษะ ฯลฯ
  • แม้ไมเกรนเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถรักษาอาการไมเกรนให้เป็นน้อยได้

 

เมื่อไหร่จะถึงเวลาที่ควรพบแพทย์ เพื่อรักษาโรคไมเกรนอย่างจริงจัง

  • ผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนเรื้อรังที่มีอาการโรคไมเกรนมากกว่า 15 วันต่อสัปดาห์หรือวันเว้นวัน และในกรณีของผู้ป่วยโรคไมเกรนที่เมื่อเกิดอาการในแต่ละครั้งมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง จะต้องเข้าพบแพทย์เพื่อรักษาโรคไมเกรนอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ในกรณีผู้ป่วยโรคไมเกรนที่มีการใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ ซึ่งจะส่งผลในระยะยาวกับร่างกาย หากรับประทานติดต่อกันเป็นประจำ หรือ ติดต่อกันมากกว่า 3 วัน ไม่เพียงเท่านั้น ยังส่งผลโดยตรงถึงอาการปวดโรคไมเกรน ที่อาจจะทำให้มีอาการดื้อยาได้
  • ซึ่งผู้ป่วยดังที่กล่าวมา จำเป็นต้องเข้าพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง โดยจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นตัวกระตุ้นการเกิดโรคไมเกรน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการรักษา ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาแบบป้องกัน หรือ การรักษาแบบไม่ใช้ยา ซึ่งการรักษาจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นส่วนสำคัญ

 

การรักษาและการจัดการกับโรคไมเกรน

  1. การรักษาแบบไม่ใช้ยา
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
    • งด/เว้นอาหารบางชนิด เช่น กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน, เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารที่มีส่วนประกอบของชีส เนยแข็งบ่มนาน อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม ผงชูรส น้ำตาลเทียม ช็อคโกแลต ผลไม้รสเปรี้ยวจัด อาหารมันจัด เป็นต้น
    • กินข้าวให้ตรงเวลา
    • พักผ่อนให้เพียงพอ ขั้นต่ำ 7 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 9 ชั่วโมงต่อวัน และควรนอนก่อน 5 ทุ่ม เนื่องจากช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่ร่างกายจะฟื้นฟูตนเองและมีการหลั่งของสารเอสโตรเจน
  • หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการ
  • การออกกำลังกาย เนื่องจากช่วยทำให้เกิดการหลั่งของฮอร์โมนเอนโดรฟิน ที่ช่วยบรรเทาอาการฯ
  • การนั่งสมาธิ หรือการทำ Emotional Detox
  • Music Therapy
  • Cognitive Behavioral Therapy
  • การทำกายภาพบำบัด
  • โยคะ
  • กลิ่นบำบัด
  1. การรักษาแบบใช้ยา
  • การใช้ยาแก้ปวด หรือ ยาระงับอาการปวด ซึ่งจะใช้เฉพาะตอนที่มีอาการปวดเพื่อบรรเทาอาการในช่วงไมเกรนกำเริบ
  • การใช้ยาป้องกัน คือ เพื่อลดความถี่ของการเกิดโรคฯ โดยต้องใช้ต่อเนื่องและควรอยู่ภายในการควบคุมดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ อย่างเช่น แพทย์ และ เภสัชกร
  • นวัตกรรมของการรักษาโรคไมเกรน ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา ได้แก่
  • ยากลุ่มชีวโมเลกุล เป็นนวัตกรรมยากลุ่มใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับป้องกันโรคไมเกรน
  • เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า ที่จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงคลื่นไฟฟ้าสมอง

การรักษาแบบใช้ยาวิธีต่างๆ จะต้องได้รับคำแนะนำและอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความเหมาะสมต่อการรักษา การตอบสนอง และผลข้างเคียงจากยาที่แตกต่างกัน

  1. การสังเกตพฤติกรรมและรูปแบบการดำเนินโรค ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการที่แพทย์จะสามารถให้คำแนะนำและการรักษาที่แม่นยำยิ่งขึ้นได้ ดังนั้น แนะนำให้จดบันทึกจำนวนวันปวดศรีษะ (Migraine Diary) ซึ่งจะประกอบไปด้วย
    • การบันทึกอาการปวดศรีษะ ความถี่ของการปวด ระดับความรุนแรง
    • ชนิดยา และ ความถี่ของการใช้ยา
    • อาการร่วมของการปวดในแต่ละครั้ง

ปัจจุบัน มีแอพพลิเคชั่นสำหรับการบันทึกอาการไมเกรนและประมวลผลอาการไมเกรน ชื่อแอพพลิเคชั่น smile migraine ซึ่งผศ.นพ. สุรัตน์ ตันประเวชและทีมงานได้พัฒนาขึ้นมา ทำให้สามารถติดตามอาการได้ด้วยตัวเองและมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น

 

คำแนะนำในการดูแลตัวเองเมื่อเกิดอาการไมเกรน

  1. ผู้ป่วยโรคไมเกรนควรจะอธิบายและทำความเข้าใจกับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น ญาติ เพื่อน หัวหน้า เพื่อนร่วมงานฯ ให้เข้าใจเกี่ยวกับโรคไมเกรน อาการและข้อควรระวังเมื่อเกิดโรค
  2. ควรจะเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ เช่น การพกยาแก้ปวดติดตัว หรือหากเป็นบริษัท/ที่ทำงาน ควรจะมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ดูแลเบื้องต้น เช่น เจลเย็น, น้ำแข็งประคบศรีษะ เพื่อบรรเทาอาการ
  3. หาสถานที่ที่ปลอดสิ่งเร้า เพื่อหยุดพักให้อาการดีขึ้น
  4. หากมียาแก้ปวดควรจะรีบทานยาแก้ปวดทันทีที่มีอาการ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ผศ.นพ. สุรัตน์ ตันประเวช ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ขอขอบคุณภาพจาก Pinterest

บทความเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

Summary
ปวดหัวไมเกรน อาการปวดหัวที่ชวนให้ปวดใจ เป็นทีไรก็อยากโดดงานทุกที
Article Name
ปวดหัวไมเกรน อาการปวดหัวที่ชวนให้ปวดใจ เป็นทีไรก็อยากโดดงานทุกที
Description
ปวดหัวไมเกรน โรคปวดหัวที่มักพบในกลุ่มคนวัยทำงาน โดยมีสาเหตุมาจากปัจจัยที่เราพบเจอทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น ความเครียด สภาพอากาศที่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เสียงดัง แสงสว่าง อาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัว เป็นต้น จึงทำให้คนวัยทำงานเป็นโรคไมเกรนได้ง่าย เมื่ออาการกำเริบ ก็จะมีอาการที่หนักขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถทำงานต่อได้ ควรต้องหยุดพัก ซึ่งอาจทำให้คนรอบข้างไม่เข้าใจถึงความรุนแรง และเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าคนเป็นไมเกรนนั้นมีอาการไม่หนักมาก ไม่จำเป้นต้องลางาน หรือ หยุดพักอยู่บ้านก็ได้
Author
Publisher Name
Goodlifeupdate
keyboard_arrow_up