มดลูกและรังไข่

ผ่าตัดมดลูกและรังไข่ทางหน้าท้อง รู้ก่อน เตรียมพร้อมไว้ ไม่น่ากลัว

มดลูกและรังไข่
มดลูกและรังไข่

 ผ่าตัดมดลูกและรังไข่ทางหน้าท้อง

รู้ก่อน เตรียมพร้อมไว้ ไม่น่ากลัว

“ผ่าตัดมดลูก” ผู้หญิงคนไหนได้ยินคำนี้คงหวาดเสียวอยู่ไม่น้อย และทำให้กังวลว่าถ้าผ่าตัดแล้วจะเป็นอย่างไร อันตรายไหม น่ากลัวหรือเปล่า นอกจากนั้นยังมีความเชื่อว่า ถ้าตัดมดลูกออกไปแล้ว จะแก่เร็ว ความจำเสื่อม ร่างกายอ่อนแอ มีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ดังนั้นจึงอยากให้สาว ๆ มาทำความเข้าใจกันใหม่ว่าการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ ความจริงแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

ใครบ้างที่ต้องผ่าตัดมดลูกและรังไข่ทางหน้าท้อง?

  1. คนที่มีอาการของโรคมดลูก ปวดท้องเรื้อรัง เช่น เนื้องอกในมดลูก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดลูก ฝีในปีกมดลูก หรือช็อกโกแลตซีสต์ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
  2. เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ส่วนใหญ่เกิดจากประจำเดือนไหลย้อนกลับไปที่เชิงกรานผ่านท่อนำไข่และฝังตัวในโพรงมดลูกหรือฝังตามอวัยวะต่าง ๆ บริเวณที่เจอบ่อย ๆ คือ รังไข่ ท่อนำไข่
  3. มดลูกหย่อน เกิดจากมดลูกไม่แข็งแรงทำให้มดลูกหลุดต่ำลงมาอยู่ที่ช่องคลอด
  4. มีเนื้องอกที่รังไข่ หรือท่อนำไข่ ทำให้ต้องผ่าตัดมดลูกออกไปด้วย
  5. ประจำเดือนมาน้อยหรือมามากผิดปกติ และมีอาการปวดท้องน้อย ผู้หญิงหลายคนอาจคิดว่าเป็นอาการปกติ ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจอะไรมาก แต่จริง ๆ แล้วนี่อาจเป็นสัญญาณของเนื้องอก หรือติดเชื้อในมดลูกได้
  6. ตกเลือดหลังคลอดบุตร ไม่สามารถห้ามเลือดได้ด้วยวิธีอื่น

ผ่าตัดมดลูก รังไข่

การผ่าตัดมดลูกและรังไข่ทางหน้าท้องมี 3 รูปแบบ

  1. การผ่าตัดมดลูกและปากมดลูกออก
  2. การผ่าตัดมดลูกที่เก็บปากมดลูกไว้ จะทำได้ในกรณีที่ตัดปากมดลูกออกยาก หรือเป็นความเชื่อว่าการเก็บปากมดลูกจะช่วยป้องกันการหย่อนของช่องคลอด จะทำให้ผู้หญิงมีความรู้สึกทางเพศ แต่ถ้าปากมดลูกเหลืออยู่ก็มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งได้เหมือนคนทั่วไปที่ไม่ได้ผ่าตัดมดลูก ดังนั้นต้องตรวจภายในถึงจะรู้ความผิดปกติ
  3. การผ่าตัดมดลูกส่วนบนของช่องคลอด ปากมดลูก หรือเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ ปากมดลูกออก ทำได้เฉพาะคนที่เป็นมะเร็ง แต่จะผ่าตัดรังไข่ออกด้วยหรือไม่ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการผ่าตัดมดลูก และคำแนะนำจากแพทย์ การเอารังไข่ออกทั้ง 2 ข้าง จะทำได้กับคนอายุมาก รังไข่หยุดทำงานแล้ว รังไข่ที่มีพยาธิสภาพหรือมีมะเร็งตำแหน่งอื่น ๆ ทีฮอร์โมนจากรังไข่จะทำให้ลุกลามมากขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ทางหน้าท้อง

การผ่าตัดอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ เช่น เลือดออกในช่องท้อง เกิดอันตรายกับอวัยวะใกล้เคียง อย่างลำไส้ ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ หรือติดเชื้อระหว่างผ่าตัด เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ แต่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุดคือ เสียชีวิต แต่มีโอกาสเกิด 1 ใน 1,000 รายเท่านั้น

ภารกิจตรวจภายในครั้งแรกที่โรงพยาบาลธนบุรี ติดตามชมได้ที่

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนผ่าตัด

  1. งดสูบบุหรี่
  2. ถ้ามีโรคประจำตัวและต้องกินยา ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนการผ่าตัด
  3. ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 7 วัน ต้องหยุดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, วาฟาริน
  4. งดน้ำและอาหาร อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ก่อนการผ่าตัด
  5. ถ้ามียากินในวันผ่าตัด ให้จิบน้ำเล็กน้อยเพื่อกินยา

วิธีผ่าตัดมดลูกและรังไข่ทางหน้าท้อง

วิธีผ่าตัดส่วนใหญ่คือผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้อง จะมีแผลทั้งแนวตั้งและแนวนอน ยาวประมาณ 6-8 นิ้ว ขึ้นอยู่กับโรคที่ผ่าตัด ขนาดของมดลูก และความชำนาญของแพทย์ นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัดทางช่องคลอด และการผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง โดยแต่ละวิธีจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ต้องเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย

อาการที่เกิดขึ้นหลังการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ทางหน้าท้อง

  1. ถ้ามีอาการเจ็บแผลผ่าตัดมาก ๆ แพทย์จะให้ยาแก้ปวดทางหลอดเลือดดำหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ จะเป็นมากใน 1-2 วันแรกและอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ถ้าคนที่กินอาหารได้ปกติ แต่ยังมีอาการปวดก็จะให้กินยาแก้ปวด
  2. ต้องใส่สายสวนปัสสาวะอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด แต่จะใส่นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นระหว่างผ่าตัด
  3. คลื่นไส้อาเจียน ท้องอืด มีอาการคันตามตัว และใบหน้าเป็นผลมาจากการบล็อกหลังผ่าตัด แต่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น แพทย์แนะนำว่าถ้าหากคลื่นไส้ให้ขยับตัว ลุกนั่งบ่อย ๆ จะทำให้ลดอาการดังกล่าวและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
  4. ถ้าไม่ได้ตัดรังไข่ออกหรือเหลือรังไข่ 1 ข้าง จะมีการสร้างฮอร์โมนและตกไข่ได้เป็นรอบ ๆ เหมือนเดิม มีความรู้สึกทางเพศ แต่อาจมีอาการหน้าอกตึง ตกขาว และทำให้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน (วัยทอง) เร็วกว่าปกติ
  5. ถ้าตัดรังไข่ 2 ข้าง อาจทำให้เกิดภาวะหมดระดู ไม่มีประจำเดือน และไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก เกิดอาการร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน ช่องคลอดแห้ง อารมณ์ทางเพศลดลง ซึ่งมีวิธีป้องกันโดยใช้ฮอร์โมนทดแทน การใช้ฮอร์โมนมีทั้งผลดีผลเสีย จะต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ขึ้นอยู่กับคนไข้จะตัดสินใจอย่างไร

การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ทางหน้าท้อง

ใช้เวลาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับอาการและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น ส่วนระยะในการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์

เมื่อรู้ว่าการผ่าตัดมดลูกต้องทำอย่างไร เข้าใจผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และรู้วิธีดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยให้ลดความวิตกกังวลในการผ่าตัดลงไปได้ นอกจากนี้ ถ้าเรารู้ถึงความผิดปกติเกี่ยวกับมดลูกได้เร็ว ก็จะยิ่งรักษาได้ทันท่วงที สาว ๆ จึงควรไปตรวจภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ที่โรงพยาบาลหรือศูนย์สูติ-นรีเวช โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางพร้อมให้คำปรึกษาคุณอยู่ค่ะ http://bit.ly/2OuGDln

keyboard_arrow_up