Work-life balance คือ

Work-life balance คืออะไร? เทคนิคการ “Work Smart” อย่างไร ให้ไปพร้อมกับ “Work Out”

Work-life balance คือ
Work-life balance คือ

Work-life balance คืออะไร? เทคนิคการ “Work Smart” อย่างไร ให้ไปพร้อมกับ “Work Out”

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Work-life balance แต่อาจจะยังไม่เข้าใจความหมายว่า Work-life balance คืออะไร และ เราต้องทำอย่างไรจึงจะมีชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวที่สมดุลกัน

เพราะปัจจุบันการทำงานหนัก (work hard) เพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน อาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญอย่างเดียวในชีวิต แต่การทำงานหนัก ในขณะที่สามารถสร้างสมดุลที่พอดีให้กับชีวิตไปพร้อมกัน (work smart) ทำให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง พร้อมที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่ดีในระยะยาว เป็นสิ่งสำคัญกว่าที่คนรุ่นใหม่ควรตระหนักถึง ดังนั้นนอกจาก work hard แล้ว ต้องอย่าลืม work smart ไปพร้อมกันด้วย

การมีสุขภาพดี ถือเป็นเป้าหมายชีวิตของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะหนุ่มสาววัยทำงานที่เริ่มหันมานิยมเทรนด์   รักสุขภาพมากยิ่งขึ้น เพราะการมีสุขภาพดี ต้องมาพร้อมความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่แน่นอนว่าการได้มาซึ่งสุขภาพที่ดีย่อมมาจากการดูแลตัวเอง ทั้งด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย รวมถึงการจัดสมดุลให้กับชีวิต

สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศส่วนใหญ่ที่ใช้เวลาหนึ่งวันหมดไปกับที่ทำงาน และบนท้องถนน การหาเวลาสักนิดเพื่อออกกำลังกาย จัดสรรโภชนาการให้กับตัวเอง รวมถึงการหาสมดุลให้กับชีวิตอย่างไรให้สามารถ “เวิร์ค สมาร์ท” ไปพร้อมกับการ “เวิร์ค เอาท์” ในทุกๆวันของการทำงานได้ เชื่อหรือไม่ว่านอกจากจะทำให้สุขภาพดีขึ้น ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างเหลือเชื่อ

 

::: ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ:::

สำหรับใครหลายๆคน การดูแลสุขภาพเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกปี คุณสุธาวัลย์ กุงนอก – เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ตั้งเป้าหมายเรื่องสุขภาพเอาไว้ทุกปีเช่นกัน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้เริ่มทำ ด้วยความคิดที่ว่าการทำงานหนัก และไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองที่เป็นอยู่ในทุกวัน จะไม่สามารถหาเวลาเพื่อดูแลตัวเองได้

หากเรารอให้ “เวลาเหลือ” แล้วถึงค่อยเริ่มต้นออกกำลังกายได้ ถ้าอย่างนั้น เราก็คงไม่สามารถเริ่มต้นออกกำลังกายได้สักที

วิธีเริ่มต้นที่ดีที่สุด คือการมองให้เห็น “ความสำคัญ” แล้วนำการออกกำลังกายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ “วิถีชีวิต” ของเรา เพื่อให้การดูแลตัวเองเป็นอีกหนึ่งในกิจวัตรประจำวันเช่นเดียวกับการทำงาน และไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง เพียงเท่านี้การดูแลสุขภาพก็จะไม่ถูกผลัดวันประกันพรุ่งออกไป และการมีสุขภาพดีก็จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัว

ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลา จึงทำให้บางองค์กรมีการจัดกิจกรรมออกกำลังกายในเวลางาน เช่น กิจกรรม “ทาทา สตีล ชวนกันเดิน” เพื่อเป็นการกระตุ้นให้พนักงานหันมาออกกำลังกายในระหว่างวันทำงาน

ผลจากการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้มีระเบียบวินัยในการดูแลตนเองมากยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นโดยตรงก็คือการมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสิ่งที่ได้เพิ่มมาก็คือ ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีมากขึ้นตามไปด้วย

 

::: เทคนิคการเริ่มต้นออกกำลังกาย สำหรับหนุ่มสาววัยทำงานที่มีเวลาจำกัด :::

แนะนำหนุ่มสาวออฟฟิศทีมีเวลาจำกัด หาพื้นที่ออกกำลังกายยากหรือใช้เวลาหมดไปกับการเดินทาง ให้หันมาปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเองแบบง่ายๆ ด้วยวิธีต่อไปนี้

  1. เริ่มต้นชัยชนะเล็กๆ ของวัน ด้วยการไปถึงเช้า การไปถึงที่ทำงานก่อนเวลา ทำให้มีเวลาได้พักสมอง เตรียมความพร้อม และจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะทำในวันนั้นๆ นอกจากนี้การไปถึงที่ทำงานเช้ายังเหมือนเป็นการเริ่มต้นชัยชนะเล็กๆ ของวัน จากการที่เราสามารถเอาชนะตัวเองให้ตื่นเช้า เดินทางอย่างสบายๆ ไม่ต้องเผชิญกับการจราจรที่หนาแน่น และต้องลุ้นว่าจะสแกนนิ้วทันมั้ย ถือเป็นการเริ่มต้นวันที่สวยงาม

    Work-life balance คือ
    เริ่มต้นเช้าวันใหม่ ด้วยการตื่นเช้า และไปทำงานเร็วๆ
  2. เพราะตอนเช้าเป็นเวลาที่มีค่า เราจึงต้องทำงานที่สำคัญที่สุด ในหนึ่งวันเราต้องทำงานมากมาย ทั้งวางแผน พรีเซนต์ ประชุม ติดต่องานข้ามแผนกหรือข้ามบริษัท เป็นต้น แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว งานที่ควรทำมากที่สุดในตอนเช้าคือ งานที่ต้องใช้ความคิด หรือการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ เพราะช่วงเวลาเช้าเป็นช่วงที่สมองปลอดโปร่ง จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้ดีที่สุด

    Work-life balance คือ
    เริ่มทำงานที่สำคัญที่สุดในตอนเช้าของแต่ละวัน
  3. กลางวัน คือ ช่วงเวลาแห่งการพักสมอง ไม่ว่าจะงานยุ่งแค่ไหน แต่การพักกลางวันก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น การพักกลางวันในที่นี้หมายถึงการละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ลงไปทานอาหารดีๆ ที่มีประโยชน์ ปรุงสุกจากร้าน รวมถึงการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานถึงเรื่องราวต่างๆ ถือเป็นการสานสัมพันธ์ และผ่อนคลายความเครียดในการทำงานได้อีกด้วย

    Work-life balance คือ
    ใช้ช่วงเวลาพักกลางในการ “พักผ่อน” เติมสารอาหารดีๆ ให้กับร่างกายเสียบ้าง
  4. ปลุกพลังงานยามบ่าย ด้วยการทำงานอย่างกระฉับกระเฉง ถึงช่วงเวลาบ่ายทีไร เป็นต้องเริ่มมีอาการง่วงเหงาหาวนอนทุกที คนทำงานหลายคนน่าจะมีความรู้สึกนี้เหมือนๆ กัน แต่ปัญหานี้จะไม่กระทบกับงานมาก หากเราเลือกทำงานที่ต้องใช้ความคิดมากที่สุดไปแล้วในช่วงเช้า งานที่ควรทำในช่วงบ่ายก็คือการประชุม การติดต่อพูดคุยระหว่างแผนก หรือระหว่างบริษัท งานเหล่านี้เป็นงานที่สามารถเรียกพลังยามบ่ายของเรากลับคืนมาได้ นอกจากนี้การขยับร่างกายเล็กๆ น้อยๆ หรือการเดินเหินในออฟฟิศ ก็ช่วยคลายความง่วง และเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกายได้ไม่น้อย

    Work-life balance คือ
    ทำงานที่ช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงตอนบ่าย จะได้ไม่รู้สึกง่าวงเหงาหาวนอน

เปลี่ยนการออกกำลังกาย ให้เป็นเรื่องง่ายๆ ทำได้ในที่ทำงาน การหาเวลาออกกำลังกายอย่างจริงจังอาจจะเป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศหลายคน เพราะการทำงานมาทั้งวันก็คงจะเหนื่อยไม่ใช่น้อย ไหนจะต้องฝ่ารถติดกลับบ้าน เชื่อว่าหลายคนก็คงเริ่มถอดใจกับการแบ่งเวลามาออกกำลังกาย อย่างไรก็ดี ถ้าเราสามารถสละเวลาอย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ฟิตเนส หรือแม้กระทั่งการออกกำลังกาย หรือยืดเส้นยืดสายในที่ทำงาน แค่นี้คำว่าสุขภาพดีก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่เคย

Work-life balance คือ
หาอุปกรณ์ออกกำลังกายติดโต๊ะเอาไว้บ้าง เวลาว่างๆ ก็หยิบมาออกกำลังกายได้

บทความเกี่ยวกับสุขภาพที่คนวัยทำงานควรอ่าน

ฟันผุ ฟันเหลือง มีกลิ่นปาก ปัญหาสุขภาพฟันยอดฮิต ที่คนวัยทำงานควรใส่ใจ

สาวออฟฟิศต้องรู้! แพทย์เผย 5 ไลฟ์สไตล์การทำงานเสี่ยงมะเร็งเต้านม

ท่าออกกำลังกายป้องกันออฟฟิศซินโดรม แถมยังหุ่นดี ไม่มีปวดหลังอีกด้วย!

ทำงานทั้งวันก็ฟิตได้ โค้ชแม้ด ชวนสาวออฟฟิศพิชิตภารกิจ ฟิตแอนด์เฟิร์ม

 

———————————————————————————————

ทั้งนี้ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์กรชั้นนำที่ตระหนักถึงการมีสุขภาพดีของพนักงานอยู่เสมอ และเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนทำงานรุ่นใหม่ที่ทำงานหนัก และหาเวลาดูแลสุขภาพได้ยาก จึงสนับสนุนให้พนักงานทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ในองค์กร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้พนักงานสามารถใช้เวลาหนึ่งวันในการทำงานร่วมกับการออกกำลังกายที่ออฟฟิศได้ ผ่านกิจกรรม “ทาทา สตีล ชวนกันเดิน” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 (Tata steel Let’s Walk Season 3)

กิจกรรมดังกล่าวสร้างแรงจูงใจให้พนักงานหันมาปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันง่ายๆ ในที่ทำงาน อาทิ ใช้การเดินมากขึ้นเมื่อต้องประสานงานข้ามแผนก หรือจับกลุ่มกันเดินออกกำลังกายเวลาพัก ซึ่งทุกก้าวที่เดินนอกจากจะเป็นการเผาผลาญพลังงานแล้ว พนักงานยังสามารถใช้แอปพลิเคชันสะสมแต้มไมล์การเดิน เพื่อบันทึกสถิติการเดินในแต่ละวัน และสามารถนำมาแลกของรางวัลประจำวันได้ ถือเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจ และการแข่งขันเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความสนุกสนาน และปลูกฝังให้ทุกคนในออฟฟิศหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น

นายสมัชชา สุมนัส เจ้าหน้าที่ทรัพยากรบุคคล บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กิจกรรม “ทาทา สตีล ชวนกันเดิน” ทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น และทำได้ในที่ทำงาน โดยปกติแล้วตนเป็นคนที่รักสุขภาพ และมักจะหาเวลาเพื่อออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 4 วันต่อ 1 สัปดาห์ ในส่วนของไลฟ์สไตล์ในที่ทำงาน ตนก็มักจะใช้วิธีการเดินไปพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน แทนการใช้โทรศัพท์ข้ามแผนก หรือหากต้องขึ้นลิฟต์เพียงไม่กี่ชั้น ก็จะใช้การเดินแทน เมื่อมีกิจกรรม ทาทา สตีล ชวนกันเดิน ตนก็แค่หันมาเก็บสถิติการเดินซึ่งทำเป็นประจำอยู่แล้วโดยใช้แอปพลิชันนับก้าว เพื่อนับจำนวนก้าวเดิน และนำไปแลกเป็นของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ นอกจากนี้ยังสังเกตเห็นว่าพนักงานคนอื่นๆ ก็ให้การตอบรับกิจกรรมนี้ โดยการที่หันมา “ชวนกันเดิน” เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้กับตัวเองมากขึ้น

กิจกรรม “ทาทา สตีล ชวนกันเดิน” นอกจากจะทำให้พนักงานได้ออกกำลังกายในที่ทำงานมากขึ้น ยังทำให้พนักงานมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะการแข่งขันในแบบทีม 3 คน ทำให้เพื่อนร่วมทีมทุกคนต่างก็เร่งทำแต้มในส่วนของตัวเอง เพื่อนำมารวมกันแลกของรางวัล นอกจากกิจกรรมนี้จะทำให้ได้ขยับร่างกายมากยิ่งขึ้น ตนยังรู้สึกว่ายังทำให้การทำงานเป็นไปอย่างกระฉับกระเฉงมากยิ่งขึ้น จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาขยับร่างกายด้วยการทำกิจกรรมง่ายๆ อย่างการยืดเส้นยืดสาย หรือการเดินในที่ทำงาน ให้การออกกำลังกายสามารถทำได้ทุกวันในที่ทำงาน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ส่วนสื่อสารและกิจกรรมองค์กร โทรศัพท์ 02-937-1000 หรือเข้าไปที่ www.tatasteelthailand.com

keyboard_arrow_up