วิธีสร้างความสุขให้ตัวเอง กับ 13 สิ่ง ที่คนเข้มแข็งเขาไม่ทำกัน

วิธีสร้างความสุขให้ตัวเอง
วิธีสร้างความสุขให้ตัวเอง

วิธีสร้างความสุขให้ตัวเอง กับ 13 สิ่ง ที่คนเข้มแข็งเขาไม่ทำกัน สำหรับคนที่อยากมีความสุขกับชีวิต

มาเพิ่มความสุข กำลังใจ และแรงบันดาลใจให้กีบชีวิตของเรา ด้วย วิธีสร้างความสุขให้ตัวเอง จากหนังสือเรื่อง “13 สิ่ง ที่คนเข้มแข็งเขาไม่ทำกัน” จาก Short Cut จะมีอะไรบ้าง และสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตของเราได้อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

 

ไม่เสียเวลามาสงสารตัวเอง

พวกเราทุกคนมีประสบการณ์กับความเจ็บปวด และความเศร้าโศกในชีวิต และถึงแม้ความเศร้าจะเป็นเรื่องปกติที่เราต้องเคยพบเจอ แต่การใคร่ครวญถึงความเศร้า และความโชคร้ายที่ต้องเผชิญ ก็มีแต่จะทำลายตัวเราเอง

เพราะเราจะเสียเวลา ไปกับการคิดใคร่ครวญ สงสารตัวเองซึ่งต้องใช้พลังใจอย่างมาก และไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ของเราดีขึ้น มีแต่จะยิ่งเสียเวลา สู้เอาเวลาที่มานั่งจมกับความทุกข์นี้ ไปคิดบวกให้กับชีวิตของเรา และหาทางออกดีๆ ดีกว่า

นอกจากนี้ยังทำให้เรารู้สึกทางลบมากกว่าเดิม เพราะ ยิ่งเราคิดเรื่องลบๆ มากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งจมอยู่ในวังวนของเรื่องลบๆ จนเมื่อรู้ตัวอีกที เราก็เหมือนอยู่ท่ามกลางหมอกร้ายที่มาปกคลุมรอบตัวเราเสียแล้ว

เมื่อเราคิดถึงแต่เรื่องลบๆ เราคิดอย่างไรก็ได้อย่างนั้น ความรู้สึกสงสารตัวเอง อาจนำไปสู่การใช้ชีวิตที่น่าสงสาร เมื่อเรารู้สึกผิดต่อตัวเอง เราก็จะไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ จนสุดท้ายอาจต้องพบกับปัญหา และความล้มเหลวที่เพิ่มมากขึ้น

ความสงสารตัวเองจะขวางทางเราไม่ให้เราสามารถจัดการกับความเสียใจ ความเศร้า ความโกรธ และความรู้สึกอื่นๆ ได้อย่างดีเท่าที่ควรจะเป็น จึงยิ่งเป็นการถ่วงให้เราไม่ได้รับการเยียวยา และไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้

ในที่สุด เราจะมองข้ามสิ่งดีๆ ในชีวิตไป ต่อให้มีเรื่องที่ดี 5 เรื่อง และมีเรื่องที่ไม่ดี 1 เรื่องเกิดขึ้นในหนึ่งวัน การสงสารตัวเองจะทำให้เรามัวแต่สนใจอยู่แต่เรื่องที่ไม่ดี จนทำให้เราพลาดมุมมองดีๆ ในชีวิตของเราไป

 

ถ้ากำลังสงสัยว่า เรากำลังเป็นคนที่ “สงสารตัวเอง” อยู่หรือเปล่า มาลองทำแบบทดสอบกันค่ะ >>แบบทดสอบ 10 คำถาม 

 

ไม่ยอมเสียอำนาจของตัวเองไป

เมื่อใดที่เรารู้สึกหดหู่ เศร้าหมอง ไม่มีความสุข เพราะคนที่เราไม่ชอบ เมื่อนั้นแหละ คือช่วงเวลาที่คนที่เราไม่ชอบ “มีอำนาจ”อยู่เหนือตัวเรา ดังที่คุณ เดล คาร์เนกี้ กล่าวเอาไว้ว่า

“ในขณะที่เราเกลียดศัตรูของเรา เราได้ให้เขามีอำนาจที่เหนือกว่า : อำนาจที่เหนือกว่าการนอนของเรา ความอยากอาหารของเรา ความดันโลหิตของเรา สุขภาพของเรา และความสุขของเรา” – เดล คาร์เนกี้

ถ้เาราไม่ชอบวิธีการที่ใครบางคนปฏิบัติต่อเรา แต่เราไม่ลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเอง ก็ถือว่าเราได้มอบอำนาจให้คนคนนั้นอยู่เหนือเราเรียบร้อยแล้ว เพราะหากเราไม่พยายามทำตามความต้องการของตัวเราเอง ก็เหมือนเราอนุญาตให้ผู้อื่นมาฉกฉวยสิ่งต่างๆจากเราไป

 

ไม่หลบเลี่ยงความเปลี่ยนแปลง

การพูดว่า “อยากเปลี่ยนแปลง” เป็นเรื่องที่ทำง่าย แต่การทำให้เกิดขึ้นจริงได้นั้น บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บ่อยครั้งที่ความคิด และอารมณ์ความรู้สึก ก็กีดกันเราจนทำให้เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้เสียที ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่า ทำแล้วจะด่อชีวิตของเราขนาดไหน

 

ไม่ใส่ใจในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

เราอาจไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถเลือกให้ตัวเองไม่ถูกบั่นทอนได้ – มายา แองเจโล

การที่ทุกอย่างอยู๋ภายใต้การควบคุม ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย แต่การคิดว่า เราสามารถคบคุมทุกอย่างได้เสมอนั้น อาจเป็นปัญหาได้ เพราะที่จริงแล้ว อาจเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นได้เสมอ

 

ไม่ห่วงว่าต้องทำให้ทุกคนพอใจ

เพราะเราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้เสมอไป เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่เหมาะสม แล้วก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นใจดีกว่า

 

ไม่กลัวที่จะรับความเสี่ยงที่ประเมินแล้ว

การไม่กล้ารับความเสี่ยง จะทำให้เรากลัวการเปลี่ยนแปลง เมื่อเราไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เราก็จะต้องทนอยู่กับสภาวะที่เป็นเดิมอยู่ต่อไป

 

ไม่ยึดติดอยู่กับอดีต

เราไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ ขึ้นอยู่กับว่า เราจะสามารถรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอย่างไร จะก้าวต่อไปในชีวิตได้อย่างไร

 

ไม่ทำพลาดแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก

คนเราทำผิดพลาดกันได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องผิดพลาดด้วยเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก หากเราต้องการผลัพธ์ที่แตกต่าง เราต้องปฏิบัติด้วยวิธีที่แตกต่าง เพื่อที่จะได้ไม่ผิดพลาดแบบเดิมอีก

 

ไม่ขุ่นเคืองในความสำเร็จของผู้อื่น

เปลี่ยนความรู้สึกอิจฉา และไม่พอใจเวลาที่เห็นคนอื่นสำเร็จเป้นพลังและกำลังใจในการก้าวเดินต่อไป เรียนรู้จากความสำเร็จของผู้อื่น แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตัวเรา

 

ไม่ยอมแพ้ หลังจากความล้มเหลวครั้งแรก

คนเราทำผิดพลาดกันได้ หากเรายอมแพ้ตั้งแต่การล้มเหลวครั้งแรก ก็เหมือนเป็นการสร้างกำแพงกั้นขวางความสามารถของเราเอาไว้ ไม่กล้าที่จะก้าวเดินต่อไป หากเราต้องการการเปลี่ยนแปลง เราก็อาจต้องยอมเสี่ยงกันบ้าง

 

ไม่กลัวการอยู่คนเดียว

การอยู่คนเดียวนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แถมยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย เช่น ช่วยให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้น ช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ดีต่อสุขภาพจิต เป็นต้น

 

ไม่รู้สึกว่าโลกติดค้างอะไรพวกเขา

การคิดว่าโลกติดค้างอะไรเราอยู๋ หรือ การคิดว่าเรา “มีสิทธิ์” ในสิ่งต่างๆ จะนำไปสู่ “การเรียกร้อง” สิ่งต่างๆ มากเกินกว่าที่เราควรจะได้รับ และกล่าวโทษผู้อื่น เมื่อไม่พอใจสิ่งใด ก็จะมองว่าเป็นความผิดของคนอื่น ไม่ใช่ความผิดของตัวเราเอง

ความคิดแบบนี้จะบ่มเพาะนิสัย “ชอบโทษคนอื่น” ให้กับตัวเราเอง จนทำให้เรามองข้ามข้อผิดพลาดของตัวเองไป

หากกำลังสงสัยว่าตัวเราเป็นคนที่ชอบโทษคนอื่นอยู่หรือเปล่า เช็คตัวเองได้ที่ >> แบบทดสอบคนที่ชอบโทษคนอื่น

 

ไม่คาดหวังผลลัพธ์ทันที

“ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” สุภาษิตนี้ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ เพราะกรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียวฉันใด ผลลัพธ์ของกิจการงานต่างๆ ก็ไม่อาจเสร็จได้ภายในระยะเวลาสั้นเช่นกัน ขอให้ใจเย็นๆ ลงอีกนิดค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ 13 สิ่งที่คนเข้มแข็งเขาไม่ทำกัน 

13 สิ่งที่คนเข้มแข็งเขาไม่ทำกัน 
13 สิ่งที่คนเข้มแข็งเขาไม่ทำกัน

บทความสร้างแรงบันดาลใจ เดิมกำลังใจให้ชีวิต

8 คำคมสอนใจและสร้างแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์การ์ตูน 8 เรื่องของ วอลท์ ดิสนี่ย์

4 ความคิด บั่นทอนกำลังใจ ที่ฉุดรั้งตัวเราไว้ไม่ให้ก้าวต่อไป

7 ข้อคิดให้กำลังใจในการทำงาน เขียนติดไว้บนโต๊ะทำงาน อ่านทีไรก็มีกำลังใจอยู่เสมอ

keyboard_arrow_up