ไม่เลือกงานไม่ยากจน แต่ถ้าอยากเป็นคนทำงานเก่ง ทำงานดี  ต้องกล้า “ปฏิเสธงาน”

ไม่เลือกงานไม่ยากจน
ไม่เลือกงานไม่ยากจน

ไม่เลือกงานไม่ยากจน อยากเป็นคนทำงานเก่ง ทำงานดี  ต้องกล้า ” ปฏิเสธงาน “

ไม่เลือกงานไม่ยากจน แต่ถ้าอยากเป็นคนทำงานเก่ง ทำงานดี  ต้องกล้า ” ปฏิเสธงาน ” ฟังดูแล้วอาจจะนึกสงสัยว่า เอ๊ะ! ปฏิเสธงานแล้วจะทำให้เรากลายเป็นคนทำงานเก่งได้อย่างไร ยิ่งปฏิเสธงานจะไม่ยิ่งดูเป็นคนขี้เกียจ เป็นคนไม่สู้งาน เป็นหนักไม่เอา เบาไม่สู้ เป็นขี้เกียจในสายตาของคนอื่นหรือเปล่านะ หากเราปฏิเสธงานไป จะทำให้เราสูญเสียคอนเนคชันดีๆ ไปหรือไม่ ไปค้นหาคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ

 

ทำไมเราจึงไม่กล้าปฏิเสธงาน

บางครั้ง เวลาที่มีคนติดต่อหางานมาให้ทำ ถึงงานนั้นจะไม่ใช่งานที่เราชอบ ไม่ใช่งานที่เราอยากทำ แต่เราก็ตอบตกลงรับปากที่จะทำ แล้วก็มานึกเสียใจที่หลังว่าทำไมถึงไม่ปฏิเสธไปนะ เหตุผลหลักที่ทำให้เราตอบตกลง ไม่กล้าปฏิเสธงาน ได้แก่

  • เกรงใจคนชวน ไม่กล้าปฏิเสธ ก็เลยต้องจำยอมรับปากไป ทั้งๆ ที่ตัวเราต้องลำบากเสียเอง ลักษณะแบบนี้เรียกว่า “เกรงใจคนอื่น แต่ไม่เกรงใจตัวของเราเอง”
  • กลัวเสียมิตรภาพ เรากลัวว่ ถ้าหากเราปฏิเสธไป จะทำให้ผู้ฟังไม่พอใจ แล้วเลิกคบเรา เราเลยยอมที่จะตอบตกลง ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำ
  • อยากลองทำดู บางครั้ง เรารู้สึกว่านี่คือ “โอกาส” ที่จะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง แต่เราอาจลืมนึกไปถึงช่วงเวลาหลังจากตอบตกลง ว่าเราต้องทนทุกข์ทรมานกับการทำสิ่งที่ไม่ชอบขนาดไหน งานที่ออกมา จะออกมาดีอย่างที่เราและลูกค้าต้องการหรือไม่
  • เรานึกถึงแต่ผลตอบแทนในระยะสั้น เช่น ตอบตกลงเพราะต้องการเงิน แต่ลืมนึกไปว่า กว่าที่เราจะสามารถทำงานจนสำเร็จลุล่วงและรับเงินได้ในที่สุดนั้น ต้องผ่านการทำงานอย่างหนักขนาดไหน
  • ประเมินสถานการณ์ผิด จนทำให้ตัดสินใจไม่รอบคอบ เช่น เราคิดว่างานชิ้นนี้น่าจะทำไม่ยาก ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ จึงตอบตกลงไป แต่เมื่อไปลองทำจริง จึงพบว่ามีปัญหายิบย่อยซ่อนอยู่มากมาย ซึ่งทำให้เรารู้สึกเหนื่อย และไม่สามารถจบงานได้เสียที กินเวลายาวนานเกินไปกว่าที่คิด

 

คราวนี้ไปดูเหตุผลกันบ้าง ว่าทำไมเราจึงควรปฏิเสธงานที่เราไม่อยากทำบ้าง

นอกจากความรู้ ความสามารถแล้ว ต้องใช้ “ใจ” ในการทำงานด้วย

หากการทำงานนี้ ทำให้เรารู้สึกท้อแท้หมดกำลังใจ ไม่รู้สึกอยากทำ เพียงแค่ทำไปวันๆ ให้มันเสร็จๆ ไป ย่อมไม่ดีทั้งต่อความรู้สึกของเรา และไม่ดีต่อประสิทธิภาพของผลงานที่ได้อีกด้วย

ดังนั้น การทำงานด้วยใจจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และความตั้งใจของเรานั้น ก็จะปรากฏออกมาผ่านผลงานของเรานั่นเองค่ะ

 

อย่ารับงานเพียงเพื่อให้ “มีกิน”

หากคิดแค่ว่าจะทำงานเพื่อหาเงิน งานไหนได้เงินก็ตอบตกลงหมด เมื่อทำไปนานๆ ย่อมทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย หมดไฟในการทำงาน ทั้งยังอาจทำให้ตัวเราไม่ได้เกิดการพัฒนาตนเองอีกด้วย

กล้าที่จะปฏิเสธงานที่ไม่ใช่สำหรับเรา เมื่อรู้สึกว่าเราอิ่มตัวในงานไหนแล้ว ให้ลองมองหางานใหม่ๆ ทำดีกว่าค่ะ

 

ลองท้าทายกับงานใหม่

เราสามารถที่จะรับงานแบบเดิม ต่อไปเรื่อยๆ ได้  แต่เราก็ต้องอย่าลืมที่จะเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับ “ความท้าทาย” ใหม่ๆ และ “ความเสี่ยง” ที่จะเข้ามาในอนาคตด้วยเช่นกัน

ตราบใดที่โลกยังคงหมุนไป ไม่มีอะไรที่มั่นคงแน่นอน อย่าลืมพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึงนะคะ

 

บทความที่น่าสนใจ

ท้อแท้ แต่อย่า “ท้อถอย” กับ 7 ข้อคิด และ คำคมสร้างแรงบันดาลใจ จุดไฟให้ชีวิต

7 ข้อคิดให้กำลังใจในการทำงาน เขียนติดไว้บนโต๊ะทำงาน อ่านทีไรก็มีกำลังใจอยู่เสมอ

Smart Life: 7 แนวทาง เปลี่ยนความผิดหวังเป็นพลัง เสริมกำลังใจ ให้ตัวเอง

ทำไมเราควรทำงานทีละอย่าง การทำงานทีละอย่างดีกว่าทำหลายๆ อย่างพร้อมกันอย่างไร

keyboard_arrow_up