เมื่อต้องไปเที่ยวคนเดียว ดูแลตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัยและไม่หมดสนุก

ข้อดีของการเที่ยวคนเดียว

เมื่อถึงวันหยุดยาวทั้งที ก็ต้องออกไปเที่ยวกันหน่อย ยิ่งปัจจุบันนี้การวางแผนเดินทางท่องเที่ยวเป็นเรื่องง่าย ทั้งการหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว การจองตั๋ว จองโรงแรมต่างๆ ก็ง่ายแค่ปลายนิ้วคลิก แต่สิ่งที่ยากเลยก็คือ หาเพื่อนร่วมทริปไปด้วย

หลายคนชอบการท่องเที่ยวกับเพื่อนฝูง แต่บางครั้งทุกอย่างก็ไม่เป็นใจให้ไปด้วยกัน จะนัดรวมตัวให้พร้อมกันก็ยากเหลือเกิน คนนั้นติดธุระสำคัญ คนนี้มีเรื่องต้องใช้เงินกะทันหัน ทำให้แผนท่องเที่ยวต้องเลื่อนจนล่ม

ถ้าอย่างนั้นอาจจะต้องถึงเวลาลุยเดี่ยวไปเที่ยวด้วยตัวคนเองดูบ้างแล้วล่ะ แม้จะฟังดูเหงาๆ แต่จริงๆ แล้ว การเที่ยวคนเดียวจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ตัวเราเพิ่มขึ้น รู้สึกเป็นอิสระ อยากไปไหนก็ไปได้ ไม่ต้องรอใคร แล้วยังทำให้เราเป็นคนที่รอบคอบมากขึ้น เมื่อต้องพึ่งพาตัวเอง ที่สำคัญคือ ทำให้เราได้ดื่มด่ำซึมซับบรรยากาศการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม และได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆ อีกด้วย

เห็นไหมว่า การท่องเที่ยวด้วยตัวคนเดียวมีข้อดีขนาดไหน เริ่มรู้สึกอยากไปคนเดียวแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ก่อนจะเก็บกระเป๋า มาเตรียมพร้อมดูแลตัวเองก่อนฉายเดี่ยวด้วยเคล็ดลับต่อไปนี้

 

11 เคล็ดลับ ดูแลตัวเองเมื่อไปเที่ยวคนเดียว

เตรียมเงินให้พร้อม ทั้งเงินสด บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต

ไปคนเดียว เงินหมดแล้วจะไปยืมใครก็ไม่ได้ ดังนั้น เราต้องเตรียมไปให้พร้อม ทั้งเงินสด เพื่อใช้ซื้อของในตลาด ร้านริมถนน บัตรเอทีเอ็มก็ต้องพกไป เผื่อเงินสดหมด เงินสดหาย ซึ่งบัตรเอทีเอ็มสามารถกดเงินตู้ไหนก็ได้ อาจจะเสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเงินติดตัว และสุดท้ายคือบัตรเครดิต ในกรณีที่ร้านค้ารับบัตรเครดิต เราก็เลือกใช้บัตรเครดิตซื้อของดีกว่า ใครที่คิดว่าค่าธรรมเนียม อัตราค่าแลกเปลี่ยนจะแพงกว่าแลกเงินสดนั้น ขอบอกว่าเล็กน้อยมากแทบไม่เห็ยความแตกต่างเลย  บางร้านใช่บัตรเครดิตได้ส่วนลดด้วย เหมาะกับวันท้ายๆ ที่เงินสดเหลือน้อยแล้ว  แถมยังได้แต้มสะสมด้วย คุ้มกว่าจริงๆ

 

กิน-ดื่ม สำคัญ อร่อยแล้วอย่าลืมดูแลสุขภาพ

วันหยุดยาวแบบนี้ เชื่อว่าหลายคนคงมีปาร์ตี้ทุกวันแน่ๆ  ไม่ว่าจะปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อน กับครอบครัว กับคนรัก จะงานไหนก็คงต้องจัดเต็มอย่างแน่นอนเพราะนานๆ ครั้งจะได้กินตามใจตัวเองแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องดูแลสุขภาพด้วยนะ

ไม่ว่าจะบุฟเฟ่ต์หรือร้านอาหารตามสั่ง ควรเลือกตักอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เน้นผัก ผลไม้  ส่วนขนมหวาน ของทอดต่างๆ ก็ขอให้ลดลง เพื่อจะได้กินของอร่อยๆ อย่างอื่นได้มากขึ้นด้วย และกินมื้อเล็กๆ กินบ่อยๆ ดีกว่ากินมื้อใหญ่หนักๆ

นอกจากนี้ไม่ควรอดข้าว แล้วรอกินทีเดียว เพราะจะยิ่งทำให้เราหิวโหยจนกินมากกว่าปกติ แล้วเมื่อน้ำหนักขึ้นก็จะทำให้ลดลงยากเพราะความขี้เกียจ หรือถ้ากินมากเกินไป อาจจะจุกเสียดแน่น ปวดท้องได้ และในทุกๆ เช้า ควรดื่มน้ำอุ่น ดื่มนมเปรี้ยว โยเกิร์ต เพื่อช่วยดูแลเรื่องระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ

 

ดื่มน้ำเปล่าดีกว่า

น้ำเปล่าคือน้ำที่ราคาถูกที่สุดในร้านสะดวกซื้อ ไม่ว่าจะไปไหน เราควรเลือกดื่มน้ำเปล่า 8-10 แก้วต่อวัน แทนน้ำหวานหรือน้ำอัดลม เพราะนอกจากจะไม่ช่วยเพิ่มน้ำตาลและไขมันในร่างกายแล้ว ยังช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น ช่วยลดอาการขาดน้ำเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน แล้วที่สำคัญ ใครที่กังวลเรื่องน้ำหนัก การดื่มน้ำเปล่าก่อนมื้ออาหารนั้น ช่วยให้เราอิ่มท้อง และกินได้น้อยลงด้วย

 

เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

ไปเที่ยวตัวคนเดียว หากไร้สติในการท่องเที่ยวคงอันตรายแน่ๆ  และแอลกอฮอล์นั้นก็เป็นตัวเร่งที่ทำให้เราขาดสติได้ง่ายที่สุด  แต่เราเข้าใจว่าไปเที่ยวทั้งที การได้ดื่ม ได้สังสรรค์บ้างก็เป็นเรื่องที่ห้ามใจยาก ดังนั้น ไม่ว่าจะสาวๆ หรือหนุ่มๆ หากจะดื่มก็ควรดื่มแต่พอดี อย่าปล่อยให้ตัวเองเมาจนไม่รู้ตัว ดื่มแค่เพื่อสนุกสนานก็น่าจะช่วยให้ทริปท่องเที่ยวมีสีสันได้แล้ว

 

เป็นคนแพ้อาหาร ทำอย่างไรเมื่อไปเมืองนอก

พกสมุดที่จดประโยคและคำศัพท์เป็นภาษาของประเทศนั้นๆ ไว้  ทั้งอาหารที่อยากกิน อาหารที่เราแพ้  เพื่อให้ทางร้านอาหารได้เข้าใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรพกยาแก้แพ้ที่กินประจำไปด้วยเพื่อความปลอดภัย

อ่านคำแนะนำเพิ่มเติม ทำอย่างไรเมื่อไปแพ้อาหารที่เมืองนอก

 

พกยาประจำตัวไปด้วย

ไม่ว่าแผนท่องเที่ยวของคุณคือ การช็อปปิ้งในเมืองหรือลุยป่าฝ่าดง ห่างไกลตัวเมืองและความสะดวกสบาย สิ่งสำคัญก็คืต้องพกยาประจำตัวหรือยาสามัญประจำบ้านไปด้วยเสมอ เช่น ยาแก้เมารถ ยาแก้เวียนหัว ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ปวดท้อง พลาสเตอร์ยา  ควรเลือกเป็นยาชนิดเม็ด หิ้วขึ้นเครื่องไปด้วย ไม่ต้องโหลดใต้ท้องเครื่อง แต่ถ้าอยากเพิ่มมั่นใจในการท่องเที่ยวนั้น ควรซื้อประกันการเดินทางก่อนไปเที่ยวจะดีกว่า ถ้าเจ็บป่วยหนักขึ้นมา จะได้ไม่กระเป๋าแบน

 

แว่นกันแดด  ร่ม เสื้อคลุม 3 ไอเท็มต้องมีติดตัว

อากาศเปลี่ยนแปลงกระทันหัน อาจทำให้เราป่วย ไม่สบายตัว จนเที่ยวไม่สนุก ดังนั้น หากต้องไปประเทศเมืองหนาว ควรเตรียมเสื้อผ้าเพิ่มความอุ่นให้ร่างกาย เช่น ผ้าพันคอ ถุงมือ หมวก ฯ  และควรพกร่ม หมวก เสื้อคลุมหรือแว่นกันแดดไปด้วยเสมอเมื่อต้องเจอแดด ไม่ว่าจะเป็นเมืองร้อนหรือเมืองหนาว แสงแดดก็ทำอันตรายดวงตาและผิวหนังได้เหมือนกัน นอกจากนี้ ร่มก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ต้องมีติดตัวไว้ เพราะจะเมืองไหน หนาวร้อนยังไง ฝนก็มีโอกาสตกได้ทุกเมื่อนะ

 

เข้านอนตามเวลาของประเทศนั้น

เมื่อต้องบินไกลๆ นอกจากความน่าเบื่อแล้ว อาการเจ็ตแล็กก็เป็นอีกสิ่งที่ควรเตรียมพร้อมรับมือเสมอ เพราะหากเกิดอาการขึ้นมาแล้ว อาจทำให้ทริปท่องเที่ยวของคุณหมดสนุกได้  (อ่านเพิ่มเติม รับมืออาการเจ็ตแล็ก (Jet Lag))  และเมื่อเดินทางไปถึงประเทศนั้นๆ แล้ว ควรเข้านอนตามเวลาของประเทศนั้นๆ แม้ยังรู้สึกไม่ง่วงก็ตาม เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว และควรพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมงด้วย

 

หาเวลาออกกำลังกาย

ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน หากเดินได้ก็ขอให้เดินไว้ก่อน หรือเลือกขึ้นลงบันไดแทนบันได้เลื่อน  และพยายามหาเวลาออกกำลังกายเสมอ เช่น ก่อนนอน หรือช่วงตื่นนอนตอนเช้า อาจจะเป็นท่าบริหารง่ายๆ บนเตียง หรืออยากเพิ่มความตื่นเต้นให้ทริปท่องเที่ยว ก็หยิบรองเท้าวิ่งติดตัวไป แล้วไปวิ่งตามสวนสาธารณะเลย นอกจากได้เพื่อนใหม่แล้ว ยังได้บรรยากาศใหม่ๆ ชวนให้อยากวิ่งด้วย

 

เจออะไรก็ไม่ต้องเครียด ยิ้มรับไว้

แม้ว่าจะหลงทาง  หรือ ใช้เงินเกินตัวไปบ้าง แต่ก็ยิ้มไว้ไม่ต้องเครียด คิดว่าเป็นการซื้อประสบการณ์ใหม่ๆ  ไปเจออะไรใหม่ๆ แบบที่ไม่ได้ตั้งใจไว้ก็สนุกไปอีกแบบนะ

 

วางแผนแบบกระดาษเผื่อไว้

แม้อินเตอร์เน็ตจะทำให้เราเดินทางสะดวก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่อินเตอร์เน็ตเกิดใช้การไม่ได้ขึ้นมา แผนต่างๆ อาจจะพังลงในพริบตาก็ได้ ดังนั้น ควรวางแผนแบบจดใส่สมุดโน้ตไปเผื่อไปด้วยจะดีกว่า นอกจากนี่การได้จดได้ขีดเขียนลงไป จะช่วยให้เราจำได้ดีกว่าอ่านจากหน้าจอด้วยนะ  นอกจากแผนท่องเที่ยวแล้ว ควรใส่ข้อมูลสำคัญ เช่น ที่พักโรงแรม เบอร์โทรติดต่อ หมายเลขพาสปอร์ต เผื่อเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยก็อุ่นใจที่ยังมีข้อมูลติดตัว

 

keyboard_arrow_up