5 เคล็ดลับรับมืออาการแพ้อาหาร เมื่อต้องเดินทางไปต่างประเทศ

อาการแพ้อาหาร เตรียมตัวป้องกันได้

เมื่อได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ หลายคนก็อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ตัวเอง นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คสำคัญๆ แล้ว ร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังของเมืองนั้นๆ ก็เป็นอีกสิ่งที่นักท่องเที่ยวอย่างเราพลาดไม่ได้

ไปต่างถิ่นทั้งที ก็ต้องลองกินของแปลกๆ อยากกินหลายๆ ร้าน อะไรก็ดูน่ากินไปหมด เพราะเราคงไม่มีโอกาสได้มากินแบบนี้บ่อยๆ แต่ไม่ว่าจะน่ากินขนาดไหน ก็ต้องระวังโรคต่างๆ ที่อาจตามมาจากการกินตามใจปากด้วย เช่น กินเร็วไป กินมากไป อาจเกิดโรคกรดไหลย้อน ปวดท้อง จุกเสียดแน่น หรือหากเป็นอาหารที่ไม่สะอาดก็อาจจะทำให้ท้องร่วงได้

นอกจากนี้อีกหนึ่งอาการที่อาจทำลายความสนุกในการกิน ก็คือ อาการแพ้อาหาร ที่อาจเกิดจากกินอาหารหน้าตาแปลกๆ ที่เราดูไม่ออกว่าทำจากอะไร มีส่วนผสมอะไรบ้าง  ซึ่งโดยปกติผู้ที่มีอาการแพ้อาหารอยู่แล้ว เวลาจะกินอะไรก็มักตรวจเช็คส่วนผสมให้ละเอียดถี่ถ้วนอยู่เสมอ  เพราะอาการแพ้อาหารนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากเป็นหนักอาจถึงขั้นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไปต่างถิ่นต่างประเทศ  อาการแพ้อาหารยิ่งเพิ่มความน่ากังวลใจให้ ไม่ว่าจะเรื่องภาษาที่อาจสื่อสารลำบาก อาหารหน้าตาแปลกๆ ที่เราไม่รู้ส่วนผสม หรือหากเกิดอาการแพ้ขึ้นแล้วเราจะดูแลตัวเองอย่างไร

ความน่ากังวลใจจะลดลงได้ หากเราเตรียมตัว เตรียมพร้อมสิ่งของจำเป็นไป ลองมาดู 5 เคล็ดลับรับมืออาการแพ้อาหาร เมื่อต้องเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อให้ทริปท่องเที่ยวของคุณ อิ่มอร่อยและปลอดภัย

 

เช็ค อาการแพ้อาหาร

  • มีอาการคันในปาก คันตา คันผิวหนัง ใบหน้า ร่างกาย
  • อาจมีผดผื่นขึ้นบริเวณที่คัน หรือเกิดลมพิษ
  • เกิดอาการบวมใบหน้า ปาก หรือลิ้น หรือร่างกายส่วนต่างๆ
  • กลืนน้ำลายยาก หรืออาจหายใจลำบาก คัดจมูกน้ำมูกไหล ไอ จาม
  • คลื่นไส้ เวียนหัว  ปวดท้อง

 

รับมืออาการแพ้อาหาร เมื่อต้องไปต่างประเทศ

 

  • พกสมุดที่เขียนรายละเอียดว่า แพ้อาหารอะไรบ้าง เป็นภาษานั้นๆ 

ควรเลือกใช้คำศัพท์ง่ายๆ  เช่น แพ้นม ชีส โยเกิร์ต แพ้ถั่ว แพ้อาหารทะเล ปลาหมึก กุ้ง ปู หอย และถ้าเราแพ้กลูเตน แต่หากเขียนคำว่า แพ้กลูเตน ลงไป อาจทำให้เกิดความไม่เข้าใจได้ ควรเขียนคำว่า แพ้แป้งสาลี ข้าวบาร์เลย์ จะดีกว่า เพื่อให้คนปรุงอาหารเข้าใจได้ง่ายขึ้น

โดยอาจใช้ Google Translate  หรือเลือกหาคำต่างๆ จากหนังสือคู่มือท่องเที่ยว หนังสือสอนภาษา หรือในเว็บไซต์ต่างๆ และหากใครมีเพื่อนเป็นคนชาตินั้นๆ อยู่แล้ว อาจจะขอให้เพื่อนช่วยบอกทางร้านอาหารให้ได้ หรือให้เพื่อนช่วยเขียนประโยคต่างๆ ให้ เพื่อลดอาการเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่น และเว็บไซต์ หรือกลุ่มสาธารณะในเฟสบุ๊กมากมายที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารที่มีบริการอาหารสำหรับคนแพ้อาหาร หรือแนะนำอาหารที่คนแพ้อาหารกินได้ เช่น  Allergy Eats  เว็บไซต์ที่ช่วยนำทางเราไปยังร้านอาหารสำหรับคนแพ้อาหารในบริเวณใกล้ๆ ได้

  • ทำ To Do List เมื่อแพ้อาหาร

ในกรณีที่เกิดอาการแพ้อาหารขึ้นกระทันหัน โดยที่เราไม่สามารถอธิบายได้ อาจจะเพราะพูดภาษานั้นๆ ไม่ถนัด หรือมีอาการหนักถึงขั้นพูดไม่ออก ให้เราจดโน้ตอธิบายเป็นภาษานั้นๆ ไว้ด้วยว่า เราแพ้อาหารอะไร แล้วสิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดอาการนั้นมีอะไรบ้าง ใช้ได้ทั้งในกรณีที่ตัวเองเกิดอาการลนลานจนทำอะไรไม่ถูก และเพื่อให้คนอื่นได้ช่วยเหลือเราอย่างถูกต้อง

  • พกอาหารที่ปลอดภัยไปด้วย

คงไมสนุกแน่ๆ หากท้องร้อง หิวโหย แต่ไม่สามารถหาอะไรกินได้เพราะหาร้านอาหารหาของกินที่กินแล้วไม่แพ้ไม่ได้  ดังนั้น การพกอาหารที่เรากินได้ไม่แพ้ติดตัวไปด้วยก็เป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยประทังความหิวและยังปลอดภัยต่อสุขภาพด้วย

ควรเลือกอาหารแห้งๆ น้ำหนักเบา และไม่บูดเสียง่ายเมื่อต้องเจออากาศที่เปลี่ยนแปลงของประเทศนั้น เช่น น้ำเปล่า ถั่ว (ถ้าไม่แพ้ถั่ว) ขนมปังแข็ง ซีเรียลบาร์ (ถ้าไม่แพ้กลูเตน)  หรือผักผลไม้อบกรอบ โดยเลือกยี่ห้อที่เราคุ้นเคยและกินเป็นประจำอยู่แล้วที่เมืองไทย จะได้ไม่เสี่ยง

  • เลือกห้องพักที่มีห้องครัว

ปัจจุบันมีห้องพักและโรงแรมที่มีส่วนของห้องครัวให้ใช้ทำอาหารง่ายๆ ได้  ซึ่งดีต่อคนที่แพ้อาหารมากๆ เพราะเราจะได้มีโอกาสทำอาหารเอง เลือกวัตถุดิบต่างๆ เอง ช่วยลดการแพ้อาหารได้มาก  แต่สำคัญคือ ต้องพกคำศัพท์เกี่ยวกับอาหารง่ายๆ ติดตัวไปด้วยเสมอ เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู ผัก เครื่องปรุงที่ต้องการ และอย่าลืมอาหารที่แพ้ เพื่อจะได้เลือกอาหารได้อย่างปลอดภัย

หากไม่รู้จะทำอะไรกินดู ลองค้นในอินเตอร์เน็ต ดูวิธีทำเมนูท้องถิ่นที่ทำกินได้ง่ายๆ ขอให้เพื่อนชาวต่างชาติช่วยแนะนำสูตรเด็ดให้ หรือไปโชว์ฝีมืออาหารไทยให้เพื่อนชาวต่างชาติเลยก็ดี นอกจากจะสนุกสนานแล้ว ยังอิ่ม ประหยัด แถมไม่ต้องห่วงเรื่องแพ้อาหาร

 

  • พกยาแก้แพ้ไปด้วย

ถึงแม้เราจะระมัดระวังเลือกกินอาหารอย่างดีแล้ว แต่ก็อาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นได้  ดังนั้น ไม่ว่ายังไงก็ต้องพกยาแก้แพ้ที่กินประจำ หรือที่แพทย์ประจำตัวสั่งให้พร้อมใบรับรองแพทย์ไปด้วย ยิ่งถ้าหากเดินทางไปยังชนบทที่หาร้านขายแบบในเมืองได้ยาก

ควรเลือกยาชนิดเม็ด ที่สามารถพกติดตัวขึ้นเครื่องไปได้  และต้องตรวจเช็คก่อนว่า ยาชนิดนี้สามารถนำเข้าประเทศนั้นๆ ได้ไหมโดย สามารถสอบถามรายชื่อยาที่ห้ามนำเข้าได้ที่องค์การอาหารและยา (อย.) โทร. 0-2590-7000

อ่านเพิ่มเติม  “ยาต้องระวัง” ที่ไม่ควรเอาไปเที่ยวด้วย by หมอๆ ตะลุยโลก

keyboard_arrow_up