ประสบความสำเร็จ นอนตื่นเช้า

ตื่นก่อนประสบความสำเร็จก่อน! นอนตื่นเช้าทุกวัน ทางลัดสู่ความสำเร็จในชีวิต

ประสบความสำเร็จ นอนตื่นเช้า
ประสบความสำเร็จ นอนตื่นเช้า

มาเป็นคนตื่นเช้ากันดีกว่า

รู้ไหมว่า … กฏข้อแรกของการมีสุขภาพที่ดี คือชีวิตที่มีระเบียบ แต่ต้องไม่ฝืนและหักโหม เพราะถึงจะตั้งใจใช้ชีวิตให้เป็นระเบียบไปแต่ถ้าฝืนทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ ก็อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจได้ภายหลังนะ และอาจทำให้การใช้ชีวิตหมดสนุก

สุขภาพดีไม่ใช่เป้าหมายการมีชีวิตที่ดี แต่มันเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้เรามีชีวิตที่ดีต่างหาก จริงอยู่ที่นอนดึกไม่ดีต่อร่างกาย แต่หากนอนดึกแล้วได้รับความประทับใจชนิดที่ทำให้เราซาบซึ้งตราตรึงใจไปได้หลายวัน ก็เกินพอที่จะชดเชยการนอนดึกได้เหมือนกัน

ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่สามารถสร้างระเบียบให้ชีวิตเรา เสริมประสิทธิภาพสมองและยังมอบสุขภาพที่ดีได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดเหนื่อยใจในระยะยาว ก็คือ การตื่นเช้า หากทำได้เป็นนิสัย แบบไม่หักโหม การนอนตื่นเช้านี่ล่ะที่จะเยียวยาสมองล้าได้ดีที่สุด

การนอนหลับไม่ใช่การพักผ่อนเมื่อหมดวัน แต่มันคือช่วงเวลาที่เตรียมให้สมองพร้อมรับวันใหม่ที่กำลังมาถึง อย่างน้อยก็ควรนอนไม่เกินห้าทุ่ม และตื่นสายที่สุดในไม่เกินหกโมงเช้า

คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมักเป็นคนตื่นเช้าเสมอ

ข้อดีการตื่นเช้า

การสร้างนิสัยให้ตื่นเช้า ขึ้นอยู่กับจังหวะชีวิตของร่างกาย ไม่ใช่เกิดจากแพทย์สั่ง ดังนั้น ต้องไม่หักโหม ไม่ฝืน  โดยบางคนติดนิสัยจากการทำงานตลอดจนไม่พักผ่อน หรือชอบทำงานตอนดึกๆ เพราะสมองแล่นช่วงนี้ แต่หากต้องการดูแลสมองอย่างมีประสิทธิภาพ คุณต้องใช้ชีวิตในตอนเช้าให้มากกว่ากลางคืน เพราะการทำกิจกรรมยามดึกคือ การสร้างความเครียดใหญ่หลวงให้ร่างกายและจิตใจ

ยีนของมนุษย์ชาติมาจากการปรับตัวและวิวัฒนาการให้อยู่รอดในสิ่งแวดล้อมมาหลายร้อยล้านปีกวาจะมาเป็นเราทุกวันนี้ ตอนสว่างออกไปหากิน ตอนมืดกลับมานอน มันเป็นแบบแผนพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ ซึ่งยีนเราวิวัฒนาการมาให้สอดคล้องกับมัน

ตอนเช้าคือช่วงเวลาที่เงื่อนไขทั้งหมดของร่างกายเตรียมพร้อมรับการทำงาน ทั้งฮอร์โมน ความดันเลือด อุณหภูมิภายในตัว การเผาผลาญ หากนอนอุตุบ่อยๆ กลไกพวนี้จะถูกสกัดไว้ ส่งผลร้ายต่อสุขภาพได้

หากอ้างอิงตามรายงานของคุณหมอฮัมมอนด์ แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า คนที่นอนมากกว่า 9 ชั่วโมง เสี่ยงเป็นโรคหัวใจสูงกว่าคนทั่วไป 2 เท่า และมีสิทธิ์เสียชีวิตมากกว่า 3.5 เท่า

การตื่นเช้าทำให้เราเริ่มต้นวันใหม่ได้สบายๆ ไม่รู้สึกว่าเวลาไล่กวดกระชั้นชิด  จึงรู้สึกว่าเราคือเจ้าของเวลา เพราะไม่มีความเครียดใดเลวร้ายเท่าใจเร่งร้อน ถูกเวลาไล่ต้อนอยู่เสมอ

เวลา 2-3 ชั่วโมงทุกเช้า คือ เวลาส่วนตัวที่เพิ่มขึ้น การตื่นเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง คุณจะมีเวลาสบายๆ เพิ่มอีกเพื่อทำอย่างอื่น เช่น อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย

การอ่านหนังสือตอนเช้า 1 ชั่วโมงจะช่วยให้ผลดีเทียบเท่ากับการอ่านตอนกลางคืน 3 ชั่วโมงเลย หากลองคำนวนเล่นๆ ตื่นตอนตีห้า แล้วอ่านหนังสือ 3 ชั่วโมง จะได้ผลเทียบเท่ากับคนที่อ่านหนังสือตอนกลางคืนเป็นเวลา 10 ชั่วโมงเลย

เมื่อตื่นเช้าเราจะมีเวลาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น  แค่เดิน 30 นาทีก็ช่วยให้ชีวิตคุณรับอากาศดีๆ ได้ยืดเส้นยืดสายคลายกล้ามเนื้อ นอกจากจะสุขภาพดียังช่วยให้สมองโล่งปลอดโปร่ง พร้อมรบกับงานกองโตด้วย

นอกจากนี้ยามเช้ายังเป็นช่วงเวลาแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ดีที่สุด เพราะตอนเช้าฮอร์โมนต่างๆ จะเริ่มหลั่งเตรียมทำงานให้กับสมองเรา ทั้งเซโรโทนิน สารกระฉับกระเฉงยามตื่นนอน ช่วยให้หัวปลอดโปร่ง โดพามีนช่วยกระตุ้นความตั้งใจ การเปลี่ยนจากระบบประสาทพาราซิมพาเทติกที่ใช้เมื่อตอนกลางคืนเป็นซิมพาเทติก เตรียมหลั่งฮอร์โมนที่จำเป็นในการใช้ชีวิตตลอดวัน ทักษะการคิด การประเมิน พลังความจำ ความสามารถแก้ไข้ปัญหาของเราจะสูงขึ้นระดับหนึ่ง

อีกทั้งเรายังมีเวลาเหลือเฟือ ได้เพลิดเพลินกับมื้อเช้าซึ่งเป็นมื้อสำคัญของวัน การกินข้าวมื้อเช้าอย่างสม่ำเสมอช่วยสร้างพลังแก่สมองของคนทำงานที่มักใช้สมองหนักๆ ได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญสุดคือ การไม่ทำสิ่งมากมายที่อยากทำด้วยคำแก้ตัวว่า ไม่มีเวลา จะหายไป เพราะเวลาที่เพิ่มขึ้นมาในช่วงเช้าจะเพียงพอให้คุณได้ทำอะไรตามใจชอบได้ แค่นี้คุณก็จะรู้สึกเป็นอิสระและสุขใจมากขึ้น

ไม่ว่าจะอ่านหนังสือสนุกๆ จิบกาแฟรสเยี่ยม การเล่นกับสัตว์เลี้ยงอย่างแสนสุข เราอาจบอกได้ว่า เวลาตอนเช้าคือของขวัญชั้นดีที่่สุดในแต่ละวันแล้ว

 

วิธีฝึกตื่นเช้าให้เป็นนิสัย

  • ตื่นเช้ากว่าเวลาตื่นปกติ 10 นาที ทำต่อเนื่องไป 3 วัน เพื่อให้ร่างกายปรับความเคยชิน
  • ตื่นเช้าขึ้นอีก 10 นาทีจากเวลาเดิมตามข้อ 1 ทำต่อเนื่องอีก3 วัน เมื่อทำซ้ำๆ จะช่วยให้เราเข้าใกล้เวลาตื่นที่เราตั้งเป้าไว้
  • วันแรกกับวันที่สองให้เปิดไฟทิ้งไว้ พอวันที่สามลองบอกตัวเอง พรุ่งนี้จะตื่นเวลา….นี้ แล้วเข้านอน ไม่ต้องเปิดไฟก็ตื่นเองได้
  • ถ้ารู้สึกไม่ค่อยสบายให้ปล่อยไปก่อนสักพัก สภาพร่างกายของคนเราแต่ละวันไม่เหมือนกัน วันไหนตื่นไม่ไหวไม่ต้องฝืน
  • คิดเสียว่า ความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ จำไว้ว่าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืน นอนต่อไปเถอะ
  • ทันทีที่ตื่นให้ถีบผ้าห่มถีบตััวลุกจากที่นอน กล้ามเนื้อที่เคลื่อนไหวจะช่วยกระตุ้นการตื่นนอนไปสู่มอง
  • หลังตื่นนอน หาสิ่งที่อยากทำ ไม่งั้นเราจะตื่นมาทำไมล่ะ

 

7 สิ่งที่ต้องทำเพื่อรับเช้าวันใหม่อย่างสดใส

  • เมื่อลืมตาตื่นให้บิดขี้เกียจ ตะโกนว่า วันนี้ดีจังเลย คำพูดคำแรกของวันต้องเป็นคำดีๆ ในแง่บวก
  • ถีบผ้าห่มออกไป จะได้กระตุ้นศูนย์กลางการตื่นนอนด้วยการขยับกล้ามเนื้อ
  • เปิดหน้าต่างรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ากับอากาศสดชื่น ตอนนี้ฮอร์โมนแห่กานอนหลับ เมลาโทนินจะหยุดทำงาน ร่างกายจะหลั่งเซโรโทนินเพิ่มแทน
  • ดื่มน้ำสะอาดที่อุณหภูมิห้อง1แก้ว เพื่อชดเชยอาการขาดน้ำจากเมื่อคืน
  • บริหารร่างกายด้วยการยืดเส้นยืดสายเบาๆ อย่ากระแทกกระทั้น ค่อยๆ ทำ หายใจเข้าออกเป็นจังหวะ ไม่ต้องหักโหม
  • อาบน้ำฝักบัว ให้แรงดันน้ำกระทบหลังคอเยอะๆ จะช่วยกระตุ้นศูนย์กลางการตื่นนอน เปลี่ยนการทำงานจากประสาทพาราซิมพาเทติกเป็นประสาทซิมพาเทติก
  • จิบกาแฟหรือน้ำผลไม้ เพื่อเพิ่มความสดชื่น

 

 

ข้อมูลประกอบจากหนังสือ สมองหายล้า ชีวิตก็หายเหนื่อย

เขียนโดยแพทย์จิตเวช อีชีฮยอง

keyboard_arrow_up