แต่งบ้าน แต่งคอนโด

เคล็ดลับแต่งบ้านเพิ่มพลังสมอง แต่งบ้านแบบไหนให้ไอเดียแล่นฉิว!

แต่งบ้าน แต่งคอนโด
แต่งบ้าน แต่งคอนโด

ไม่มีอะไรเยียวยาสมองได้ดีเท่าสิ่งเร้าประสาทสัมผัสจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น ได้กลิ่น การได้ยิน  ถึงจะเข้าใจดี แต่ชีวิตคนเมืองแสนยุ่งก็ไม่เอื้ออำนวยให้เราได้มีเวลาผ่อนคลายกับธรรมชาติเลย

หากคุณไปไหนไกลๆ ไม่ได้จริงๆ  แค่ลองแต่งห้องทำงานที่บ้านหรือห้องส่วนตัว ห้องพักผ่อนในบ้าน ตามหลักการแต่งห้องทางจิตวิทยา ก็สามารถช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสทางร่างกายและจิตใจ และส่งผลในทางบวกต่อสมองได้มากทีเดียว

โดยเริ่มจากห้องส่วนตัวของเราก่อน  ห้องเราจะต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครรบกวน ไม่มีใครเฝ้ามอง เป็นที่ส่วนตัวเฉพาะของเราเท่านั้น ชนิดที่แม้แต่คนในครอบครัวก็ห้ามเข้ามายุ่งวุ่นวาย ถ้าได้อยู่ในห้องแบบนี้ เราจะได้รู้สึกเป็นอิสระทั้งกายและใจ  โดยเฉพาะหลังจากกลับถึงบ้านในวันเครียดๆ จากการทำงาน การได้อยู่คนเดียวในห้องส่วนตัวสักเป็นอะไรที่ช่วยผ่อนคลายได้ดีที่สุดแล้ว

ขนาดของห้องส่วนตัวของเราจะต้องพอเหมาะ อยู่แล้วรู้สึกสบาย และต้องแต่งให้สวยน่าอยู่ขนาดที่ว่าอยากกลับบ้านเร็วๆ เพราะชอบห้องนี้มาก  เมื่อได้อยู่ในห้องส่วนตัว เราจะได้ใช้เวลาของตัวเอง ได้พักผ่อน วางแผนอะไรต่างๆ ตามใจชอบ เตรียมใช้ชีวิตต่อในวันรุ่งขึ้น การได้อยู่ในห้องที่ช่วยเพิ่มความสุขทั้งกายและใจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสมองและนำเราไปสู่ความสำเร็จได้ง่ายๆ

5 ไอเดียแต่งห้องเพื่อเพิ่มพลังสมอง

 

โต๊ะเล็กๆ ไม่รกสายตา

ใช้โต๊ะตัวเล็ก

ในห้องส่วนใหญ่จะต้องมีโต๊ะสำหรับใช้อ่านหนังสือหรือทำงาน และส่วนใหญ่มักมีหนังสือ ปากกา สมุดโน้ตหรือของอื่นๆ มากมายวางอยู่บนโต๊ะ  ซึ่งจะใช้จริงๆ ก็เพียงไม่กี่อย่าง นอกนั้นเป็นของไร้ประโยชน์ที่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่นำมาวางไว้เพราะเห็นว่าเป็นโต๊ะ

แต่โต๊ะทำงานไม่ใช่ชั้นวางของ  ยิ่งเราวางของเยอะๆ จะยิ่งดึงดูดสายตาให้เราเสียสมาธิได้ จะทำงานหรืออ่านหนังสือก็เสียเวลาเปล่า ดังนั้นวิธีแก้คือ เพิ่มโต๊ะเก็บของหรือเลือกโต๊ะที่มีชั้นเก็บของได้ แล้วนำของที่ไม่ได้ใช้เก็บไว้เพื่อหลบสายตา

เพียงแค่นี้ห้องจะดูมีระเบียบขึ้น เราก็จะรู้สึกปลอดโปร่ง สมองเราก็จะรู้สึกผ่อนคลาย คิดอะไรก็ออก ไม่โดนของรกๆ ทำให้สมองรกไปด้วย

ปล. ของอะไรที่ไม่ได้หยิบเกินหนึ่งอาทิตย์ถือว่าเป็นของไม่สำคัญ เก็บเข้าตู้ไปได้เลย

 

ทำพื้นห้องให้โล่ง

ตามรายงานจิตวิทยาพบว่า ดัชนีชี้ความสำเร็จกับพื้นห้องที่มองเห็นมีความสัมพันธ์กันอย่างละเอียดอ่อน หมายความว่า ห้องของคนที่ประสบความสำเร็จมักไม่มีของระเกะระกะวางอยู่และเผยผิวห้องอย่างชัดเจน ตรงกันข้ามห้องของคนที่ล้มเหลวมักจะรกรุงรัง มีเสื้อผ้าถอดทิ้งไว้ ไปถึงจานชามที่วางไว้ไม่รู้กี่วัน เรียกว่าวางจนแทบไม่มีที่เดิน

สภาพห้องก็เหมือนสภาพจิตใจเรานั่นแหละ เมื่อเราเครียดๆ เราจึงไม่ใส่ใจสภาพแวดล้อม อยากวางตรงไหน อยากทิ้งอะไรก็ทำเลย เมื่อห้องรก จิตใจก็จะรกตาม จะคิดจะทำอะไรก็ดูมืดมนไปหมด ดังนั้น หากอยากสบายใจและปลอดโปร่ง สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การแก้ปัญหาในจิตใจ แต่คือการจัดห้องให้สะอาดเรียบร้อยก่อน พอหมดสิ่งเกะกะสายตา สมองก็จะทำงานได้ดีขึ้น

ถ้าเราจำเป็นต้องใช้ห้องในการทำงาน ใช้ในการอ่านหนังสือหรือเรียนรู้อะไรบางอย่างที่สำคัญ  ห้องรกๆ จะทำให้สมาธิไข้วเขว  ทำอะไรก็ติดขัด คิดไม่ออก แต่ถ้าห้องนั้นสะอาดสะอ้าน มีพื้นห้องโล่งๆ การทำงานอะไรต่างๆ ก็จะไหลลื่นเพราะไม่มีอะไรมาเป็นจุดโฟกัสสายตา สมองก็จะโล่งคิดอะไรก็ออก นำไปสู่ความสำเร็จได้ง่ายๆ

ถูบ้านแก้เครียดกันดีกว่า! เพราะการทำความสะอาดบ้านช่วยแก้ปัญหาคิดไม่ตกในใจได้

 

สร้างสวนเล็กๆ ภายในห้อง

หากเราลองสังเกตดูจะพบว่า เวลาคนมองดูดอกไม้มักจะมีรอยยิ้มเสมอ ดังนั้น การมีดอกไม้ในห้องก็จะทำให้เรายิ้มได้เสมอ  ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้สมองเรามีความสุข และเป็นจุดเริ่มต้นให้สมองได้พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพต่อไป

พืชมีพลังเยียวยามนุษย์ เวลาโมโหหรือเครียดๆ ลองมองดูใบไม้แล้วตั้งสมาธิดู คุณจะสัมผัสได้ถึงพลังบำบัดอันแสนมหัศจรรย์

เราไม่จำเป็นต้องปลูกดอกไม้เป็นแปลง แค่เพียงดอกไม้สักช่อในแจกัน ก็สามารถเปลี่ยนห้องที่แห้งแล้งให้ชุ่มฉ่ำขึ้นได้อีกยิด หรือจะเน้นใบไม้ใหญ่ๆ เพราะสีเขียวจะช่วยเติมออกซิเจนให้ห้อง ให้้องสดชื่นขึ้นและยังช่วยบำบัดจิตใจ

 

แต่งห้องด้วยสีโปรด

แต่งห้องด้วยสีโปรด

สีส่งผลอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อจิตใจของมนุษย์ ลองเลือกทาผนังหรือใช้ของแต่งห้องด้วยสีโปรดของคุณดู โดยส่วนใหญ่แล้วโทนสีที่จะช่วยให้จิตใจสงบคนเราสงบลงจะเป็นโทนสีฟ้าและสีส้ม  แต่ถ้าชอบสีโทนร้อนแรง ทาสีผนังอาจไม่เหมาะ ให้ลองเลือกเป็นของแต่งห้องที่จะช่วยสะกดสายตาของคุณแทนก็ได้ เช่น โปสเตอร์ ภาพวาด โคมไฟ แจกัน ตุ๊กตา

 

ไฟสีเหลืองเหมาะแก่การพักผ่อน

ใช้ไฟสีเหลือง

ห้องทำงานทั่วไป ไฟสีขาวจะเหมาะที่สุดเพราะจะสร้างแสงสว่างแบบหมดพร้อมการทำงาน ปลุกเร้าประสาทซิมพาเทติกให้ตื่นตัว และมอบความกังวลนิดๆ ให้งานเดินไปอย่างเร็ว

แต่ห้องสำหรับนอนอ่านหนังสือ จะต้องแตกต่างไปจากทำงาน ต้องเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนของประสาทซิมพาเทติก ต้องทำให้รู้สึกสงบใจ

ดังนั้น หลอดไฟโทนสีส้มจะดีที่สุด คลื่นแสงสีเหลืองมีผลให้สมองเข้าสู่โหมดพักผ่อน รวมทั้งยังมีผลบำบัด แม้เรามีสีโปรดต่างกัน แต่สำหรับการพักผ่อน สีเหลืองถือเป็นสีในอุดมคติ ยิ่งเป็นแสงแบบไม่ส่องกระทบวัตถุโดยตรงจะยิ่งดี แสงแบบนี้จะอบอุ่น สว่างแบบไม่กระตุ้นสายตาโดยตรง ช่วยสร้างบรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย

 

ข้อมูลประกอบจากหนังสือ สมองหายล้า ชีวิตก็หายเหนื่อย

เขียนโดยแพทย์จิตเวช อีชีฮยอง

keyboard_arrow_up