สัญญาณเตือนจากร่างกาย ที่บอกว่าลมหนาวมา ถึงเวลาดูแลสุขภาพแล้ว

โรคที่มากับหน้าหนาว

ย่างเข้าฤดูหนาว แม้หลายคนไม่รู้สึกหนาว เพราะลมหนาวพัดมาเบาและไปไวเหลือเกิน แต่ถึงอย่างนั้นร่างกายก็สัมผัสได้ และอาจจะส่งสัญญาณผิดปกติบางอย่างออกมาให้เราได้รับรู้ว่า อากาศกำลังเปลี่ยนแปลง ถึงเวลาดูแลสุขภาพให้มากขึ้นแล้ว

เรามาดูกันว่า มีสัญญาณอะไรบ้างจากร่างกาย ที่เราไม่ควรละเลย เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงพร้อมสู้ลมหนาวตลอดฤดูกาล

 

ปากแห้งแตก

สัญญาณเล็กๆ อย่างปากแตก ปากแห้ง อาจเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ของหนุ่มสาวพนักงานออฟฟิศที่ทำงานอยู่ในห้องแอร์ประจำ  นั่นหมายความว่า อาการปากแห้งนั้นเกิดจากอากาศเย็นและแห้ง เพราะความชุ่มชื้นจากริมฝีปากลดลง จึงทำให้ปากแตกระแหง ลอกเป็นแผ่น มีอาการแสบริมฝีปาก

ปากแห้ง ปากแตก ปากลอก ปากเป็นขุย
ปากแห้ง ลอก มาพร้อมลดหนาว

สิ่งที่ตามมาคือ พฤติกรรมเลียริมฝีปาก เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าปากชุ่มชื้น แต่ที่จริงแล้ว การเลียริมฝีปาก ยิ่งทำให้ปากแห้งแตกไปกันใหญ่ รวมไปถึงการแกะปากที่ลอกเป็นแผ่น ก็ยิ่งสร้างแผลให้ริมฝีปากสวยๆ ด้วย

การป้องกันริมฝีปากแห้งแตกนั้น ทำได้ง่ายๆ และทำได้ทุกฤดูกาล คือ การจิบน้ำบ่อยๆ เลิกเลียริมฝีปาก ทาลิปบาล์ม โดยเลือกส่วนผสมที่ไม่มีสารกันเสีย น้ำหอม เพื่อไม่ให้เกิดอาการแพ้  หรือสครับริมฝีปากสัปดาห์ละครั้งเพื่อขจัดเซลล์ที่ตายแล้ว ให้ปากดูสวยและชุ่มชื้นอยู่เสมอ

 

ผิวแห้งลอก

ลมหนาวพัดมาความชื้นในอากาศก็ลดลง ความชุ่มชื้นของผิวหนังก็จะลดลงไปด้วย จึงอาจทำให้ผิวหนังบริเวณ ผิวหน้า แขน ขา ลำตัว หลัง เกิดอาการแห้ง ผิวเหี่ยว มีผื่นคัน ลอกเป็นขุยๆ  ซึ่งอาจไม่อันตรายแต่ก็สร้างความรำคาญใจและทำลายความมั่นใจในการอวดผิวสวยๆ ได้

เราสามารถป้องกันและรักษาอาการผิวแห้งนี้ได้โดยการทาครีมทาโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้นสูง หรือลูบเบบี้ออยล์บริเวณที่ผิวแห้งกร้านเป็นประจำในขณะที่ผิวกำลังหมาดๆ หลังจากอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ หรืออาจใช้ว่านหางจระเข้ทั้งแบบสำเร็จรูปหรือจากธรรมชาติทาผิวเมื่อเกิดอาการได้เช่นกัน

นอกจากนี้ไม่ควรอาบน้ำอุ่นน้ำร้อน และไม่อาบน้ำนานจนเกินไปซึ่งจะทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น รวมไปถึงงดการสครับผิวในช่วงหน้าหนาวไปก่อน และเลือกใช้สบู่อ่อนๆ ปราศจากน้ำหอม ที่มีสารให้ความชุ่มชื้น เพื่อลดอาการแห้งของผิวหนังและช่วยให้ผิวหนังดูชุ่มชื้นขึ้น

 

ลมพิษ

สาเหตุหนึ่งของการเกิดลมพิษของสาวๆ วัยทำงาน ก็คอ ลมพิษที่มากับลมหนาว  เพราะเมื่อผิวหนังสัมผัสถึงอากาศที่เย็นลงกะทันหัน อาจจะแสดงความผิดปกติออกมาเป็นอาการทางผิวหนังที่มีลักษณะเป็นผื่นหรือปื้นนูนแดง แต่ไม่มีขุย ต่างจากอาการผิวแห้ง  โดยผื่นนั้นจะมีมีขนาดตั้งแต่ 0.5 – 10 ซม. และมักกระจายตามร่างกายอย่างรวดเร็ว และยังมีอาการคันบริเวณผื่นด้วย

โดยทั่วไปผื่นจะอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง แล้วผื่นนั้นก็จะหายราบไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ แต่ก็อาจมีผื่นใหม่ขึ้นที่อื่น ๆ ของร่างกายได้อีกเช่นกัน

การรักษานั้น จะมีทั้งแบบใช้ยาทา ยาฉีดและยากินเพื่อช่วยควบคุมอาการให้ดีขึ้น และสิ่งสำคัญคือ ไม่จับไม่เกาบริเวณลมพิษเพื่อป้องกันการเกิดแผลอักเสบ

 

ภูมิแพ้

ช่วงฤดูหนาวคนที่มีโรคภูมิแพ้อากาศ แพ้ไรฝุ่น แพ้ขนสัตว์อยู่แล้ว อาจมีอาการกำเริบมากขึ้นได้ โดยเฉพาะช่วงอากาศเปลี่ยนใหม่ ๆ วิธีสังเกตตัวเองเมื่อมีอาการภูมิแพ้คือ อาจมีอาการคันจมูก คันตา คัดจมูก จามมีน้ำมูกใสๆ  หรืออาจเกิดผื่นคันคล้ายลมพิษได้เช่นกัน

การรักษาคือหลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่จะกระตุ้นอาการภูมิแพ้ ที่อากาศเย็นแห้ง อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงมีขน และควรรักษาความสะอาดบ้าน เครื่องนอน ตุ๊กตาขนนุ่ม เสื้อผ้าต่างๆ ให้สะอาดอยู่เสมอ หากมีอาการภูมิแพ้มากอาจต้องกินยาแก้แพ้อากาศเพื่อบรรเทาอาการ โดยอาจปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ

อ่านเรื่อง ฝุ่นในบ้าน ตัวการทำให้โรคภูมิแพ้กำเริบหนัก

 

ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่

โรคที่มากับหน้าหนาว โรคยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัย คงหนีไม่พ้น โรคไข้หวัดและโรคไข้หวัดใหญ่ มักจะระบาดมากในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางอากาศ  มีอาการที่สังเกตได้คือ ไอ จาม คัดจมูกน้ำมูกไหล ระคายคอ มีไข้เล็กน้อย หากพักผ่อนอย่างเพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ หรือกินยารักษาตามอาการที่แพทย์สั่ง จะสามารถหายเองได้โดยธรรมชาติโดยอาจใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก
ไข้หวัดใหญ่แตกต่างจากไข้เลือดออกยังไง

ส่วนไข้หวัดใหญ่นั้น อาการคล้ายป่วยไข้หวัดธรรมดา แต่อาจส่งผลต่อร่างกายมากกว่า เช่น  มีไข้สูงมาก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียหมดแรง ไอ จาม เจ็บคอ คออักเสบ บางคนมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนและท้องเสียร่วมด้วย ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย การดูแลตนเอง อายุ และโรคประจำตัวอื่นๆ ด้วย โดยทั่วไปมีอาการอยู่ประมาณ 7-10 วัน โดยมีวิธีการดูแลตัวเองเช่นเดียวกับไข้หวัด แต่หากมีอาการแทรกซ้อนอื่นเพิ่มเติม ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรักษาตามอาการอย่างเคร่งครัดทันที

อ่านเพิ่ม โรคไข้หวัดใหญ่ ใครเสี่ยงเป็นใครเสี่ยงไม่หายตายเฉียบพลัน

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

http://www.thaihealth.or.th

keyboard_arrow_up