5 วิธีปฏิเสธเพื่อน เมื่อเพื่อนทำให้อึดอัดเรื่อง ‘เงิน’ (แบบไม่เสียทั้งเงินและเพื่อน)

เพื่อนกับเงิน เป็นอะไรที่สำคัญกับชีวิตเราทั้งสองอย่าง แต่บางครั้งเพื่อนกับเงินก็มักนำเรื่องปวดหัวมาให้เราอยู่เรื่อยๆ  โดยเฉพาะเมื่อเพื่อนมาขอให้เราช่วยเหลือปัญหาเรื่องเงินของเขา

แม้เราไม่ลำบากที่จะช่วยเหลือ แต่รู้ไหมว่า การคบเพื่อนที่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั้น น้อยครั้งทีความสัมพันธ์นั้นจะยืนยาวและสงบสุข

ดังนั้น หากคุณมีเพื่อนที่ดีอยู่ข้างกาย อย่าทำให้เขาลำบากใจด้วยเรื่องเงิน แต่ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาอึดอัดใจจากเพื่อนอยู่ ลองมาดู 5 วิธีปฏิเสธเพื่อนอย่างนุ่มนวล ไม่เสียเงินและไม่เสียเพื่อนแน่นอน

 

เมื่อเพื่อนตื๊อขายประกัน

ความจริงแล้ว การซื้อประกันส่วนใหญ่เรามักไม่ได้ซื้อจากความคุ้มค่าของตัวประกัน บางคนไม่อ่านเงื่อนไขสัญญาอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะเราเชื่อว่า เพื่อนที่มาขายประกันเรา เราไว้ใจได้

ถ้าเพื่อนคนนั้นเป็นคนสนิท ดูน่าเชื่อถือ วางใจได้ และประจวบเหมาะกับที่เรายังไม่มีประกันชีวิต หากพิจารณาถึงข้อดีแล้ว ก็ไม่ต้องคิดมาที่จะซื้อประกันกับเพื่อนคนนั้น แต่ถ้าหากพื่อนคนนั้นดูไม่น่าเชื่อถือ หรือมาอ้อนวอนให้เราซื้อประกันอื่นๆ เพิ่มที่ไม่เหมาะกับเรา ก็ปฏิเสธไปตรงๆ ดีกว่า  เพราะหากซื้อด้วยความเกรงใจ ภายหลังอาจวุ่นวายตามมาได้ เพราะนิสัยของเพื่อน หรือเพราะตัวประกันไม่ครอบคลุมในสิ่งที่เราต้องการ  กลายเป็นเพื่อนเอาเปรียบเราไปอีก

หาเพื่อนยังคอยตื๊อ จนคนบ่ายเบี่ยงไม่ไหวแล้ว  เราอาจใช้แนวทางคำพูดว่า  เรากำลังมีปัญหาเรื่องเงิน หรือต้องใช้เงินก้อนนี้กับเรื่องอื่นก่อน  เช่น ฉันกำลังผ่อนรถ ผ่อนคอนโด รักษาอาการป่วย ชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็เข้าใจว่าประกันนี้เพื่อนอนาคต แต่ฉันเดือดร้อนเงินในตอนนี้มากกว่า  ขอโทษด้วยนะ  ถ้าสนใจจะติดต่อไปอีกที 

เพียงแค่นี้ เพื่อนจอมตื๊อก็น่าจะถอยไปได้แล้วล่ะ

 

เมื่อชวนเพื่อนไปไหน จะให้เราเลี้ยงตลอด

เพื่อนที่คอยเกาะติดให้เราเลี้ยง ส่วนหนึ่งอาจเป็นคนจนจริงก็ได้ แต่จริงๆ แล้วมักเป็นคนที่หาเลี้ยงตัวเองได้ มีเงินเหมือนเรา แต่แค่เป็นคนเอาเปรียบเพื่อนและเห็นแก่ตัว จริงๆ ๆแล้วคนพวกนี้เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นมักหน้าใหญ่ใจโต ใช้เงินเลี้ยงคนอื่นอย่างสุลุ่ยสุร่าย แต่พออยู่กับเรา ชวนไปไหนก็ชอบขอให้เราเลี้ยงหน่อย ถ้าไม่เลี้ยงก็ไม่ไปด้วย เพื่อนแบบนี้มีวิธีจัดการอยู่

  • เปิดอกพูดอย่างตรงไปตรงมา

คนส่วนใหญ่ที่ยังเด็กและมีน้ำใจมักจะไม่กล้าพูดกับคนพวกนี้อย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าในใจอยากจะพูดว่า นี่ ต้องเลี้ยงอีกแล้วหรอ ช่วยหารกันบ้างเถอะ  แต่เพราะเป็นคนดีจึงไม่กล้าพูดออกไป

แต่ที่จริงแล้ว พวกนั้นไม่คิดว่าเราเป็นคนดีหรอก เขาคิดว่าเราเป็นคนโง่ หัวอ่อน ยอมคนง่าย จึงทำให้พวกเขากล้าขอให้เลี้ยง เพราะรู้ว่าคุณจะยอม ดังนั้น ถ้าไม่อยากเป็นแบบนี้ ต้องพูดกับเขาไปตรงๆ อย่างทีเล่นทีจริงก็ได เช่น

นี่ฉันไม่ใช่พ่อแม่เธอนะ ที่จะเลี้ยงเธอตลอดเวลา

ฉันเลี้ยงแฟนฉันได้ เธอเป็นแฟนฉันหรือเปล่าล่ะ

ฉันไม่ได้ถูกหวยนะ จะให้ฉันจ่ายคนเดียวทั้งหมดเลยหรอ

 

  • ออกตัวตั้งแต่แรกว่าหารกัน

สมัยนี้ใครๆ เวลาไปไหนกัน กินข้าวร่วมโต๊ะกัน ก็มักจะแชร์ค่าอาหารกันเป็นเรื่องปกติ ขอเพียงแค่กล้าพูดออกมา เช่น  ถ้ากินอาหารจานเดียว ก็แจ้งพนักงานว่า เก็บเงินแยก แล้วเตรียมเฉพาะเงินของตัวเองไว้ หรือถ้าสั่งหลายๆ จานมากินด้วยกัน พอถึงตอนคิดเงินก็พูดออกมาเลยว่า ค่าอาหารทั้งหมด 1,000 บาท หารกันก็คนละ 500 เนอะ

ในช่วงแรกๆ พยายามอย่าใช้บัตรเครดิต หรือเสนอตัวออกเงินให้ก่อน ต้องเก็บเงินเพื่อนมาเลยตอนนั้น ถ้าไม่มีเงินสด ก็ให้โอนมาเลย อย่าปล่อยให้เงินหลุดลอยไป เพราะสุดท้ายก็อาจกลายเป็นว่าคุณต้องเลี้ยงเพื่อนอีกครั้ง

ถ้าเพื่อนก็ยังไม่ให้เงินสด ไม่โอนเงินให้ ไม่ทำอะไรนั่งนิ่งเฉย  ครั้งหน้าเมื่อนัดกันอีกครั้ง ก็พูดว่า คราวที่แล้วฉันจ่ายไปแล้ว คราวนี้เธอจ่ายบ้างนะ ถ้าเพื่อนอิดออดไม่ไป  ก็ให้รู้เลยว่าคุณไม่ต้องไปไหนกับคนๆ นี้อีกแล้วล่ะ

ถ้าเพื่อนพูดว่า ฉันไม่มีเงินเลย ช่วยเลี้ยงหน่อยนะ  ก็บอกไปเลยว่า ฉันก็ไม่มีเหมือนกัน ถ้างั้นก็ถือว่าลดความอ้วนกันเลยละกันเนอะ

 

ทวงเงินเพื่อนอย่างไรไม่เสียเพื่อน

เมื่อทวงเงินเพื่อน แล้วเพื่อนอิดออด

ปัญหาเพื่อนยืมเงิน เป็นปัญหาที่น่ารำคาญใจมากๆ ไม่ว่าคิดทางไหนก็คิดไม่ตก จะให้ยืมก็ไม่กล้าทวง จะไม่ให้ยืมก็กลัวเพื่อนจะลำบาก แล้วพอให้ยืมไปแล้ว เพื่อนกลับนิ่งเฉย แถมบางคนยังใช้ชีวิตดีกว่าเจ้าหนี้เสียอีก พอทวงก็บอกไม่มี พอมีก็บอกขอผัดไว้ก่อน แล้วพอถึงวันคืนกลับมาขอยืมเพิ่ม!

ถ้าไม่อยากทวงเงินโดยใช้บริการแก๊งทวงหนี้ แต่อยากทวงเองแบบสุภาพๆ แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ก่อนอื่นเลยลองคิดดีๆ ว่า  เพื่อนคนนี้สนิทมากไหม เราคิดว่าช่วยเหลือเพื่อนได้ไหม เพื่อนอาจไม่มีเงินจริงๆ แล้วเงินที่เราให้ยืมเพื่อนนำไปทำอะไร ถ้าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายก็คิดว่าเราช่วยเหลือเขาไปเถอะ  แล้วถ้าตัวเราเดือนร้อน ก็อาจจะขอให้เพื่อนช่วยเหลือสักนิดก็ยังดี จะในรูปแบบตัวเงินหรือความช่วยเหลือทางอื่นก็ได้

แต่ถ้าเพื่อนคนนนี้ นานๆ เจอกันทีก็ยืมเงิน แล้วก็นำเงินเราไปใช้เที่ยวเล่น หน้าใหญ่ใจโต แต่พอทวงก็บอกไม่มีๆ  ขอให้คุณลองพูดกับเขาว่า

เห็นช่วงนี้นายดูไม่ลำบากแล้ว แต่ตอนนี้ฉันลำบากมากจริงๆ ถ้ายังไงเงินที่ยืมไปคราวก่อน ขอคืนได้ไหม

เพื่อนอาจจะบอกว่ายังไม่มีอีก  ทีนี้เราก็ขอให้เพื่อน ระบุระยะเวลาที่จะคืนมาเลย

แล้วจะมีคืนเมื่อไหร่หรอ เดือนหน้าได้ไหม ฉันไปยืมคนอื่นก่อนก็ได้ แล้วพอเดือนหน้าฉันค่อยเอาเงินที่นายให้มาไปคืนเขาละกัน

ทีนี้เชื่อว่า เพื่อนคุณจะตอบว่า ได้ๆ เดือนหน้านะ อีกสองเดือนนะ  เขาจะพูดปัดๆ คุณไป แต่พอถึงเวลานั้นเขาก็จะมาปัดคุณอีก  แต่เขาคิดผิดแล้วล่ะ  ถ้าเขาบอกระยะเวลาคุณมาแล้ว พูดต่อไปเลยว่า

โอเค อีกสองเดือนนะ ถ้างั้นขอทำสัญญาหน่อยละกัน ช่วยเขียนให้หน่อยสิว่า ยืมเงินฉันไปและจะคืนเงินให้ในอีกสองเดือน ฉันจะได้ใช้เป็นเอกสารรับรอง  หรืออาจใช้วิธีทวงเงินทางแชท โซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อให้มีหลักฐานว่า เขายืมเงินคุณจริง

การมีหลักฐานและเอกสารรับรองนั้นสำคัญมาก เพราะเราสามารถใช้ยื่นฟ้องได้หากเพื่อนไม่ทำตามข้อตกลง และไม่ต้องกลัวว่าการจับเซ็นเอกสารรับรองจะทำให้เสียเพื่อน เพราะเพื่อนคุณคนนี้ที่ไม่ยอมคืนเงินสักที เราอย่าเรียกว่าเพื่อนอีกต่อไปเลย ได้เงินคืนมาก็หาทางอย่าไปเจออีก

 

เมื่อเพื่อนขอให้ค้ำประกันของราคาแพง

ยิ่งคบกันนาน ก็ยิ่งสนิทกัน ใกล้ชิดเหมือนคนในครอบครัว ปัญหาหนักหรือปัญหาเบาก็จะนึกถึงเพื่อนคนนนี้เสมอ อาจเรียกได้ว่าโตมาด้วยกัน  ดังนั้น ยิ่งโตยิ่งใช้เงินมาก ต้องซื้อของชิ้นใหญ่ขึ้น ต้องซื้อของเข้าบ้าน สร้างครอบครัวต่อไป แล้วการซื้อของชิ้นใหญ่ ราคาแพงๆ ก็ต้องมีเรื่องของการค้ำประกันเข้ามาเกี่ยว

การที่เพื่อนมาขอให้ช่วยค้ำประกันให้ เพราะเพื่อนอาจคิดว่า มีแต่เราคนเดียวที่พึ่งพาได้ แต่เพื่อนจริงๆ จะไม่มาขอร้องให้เซ็นค้ำประกันให้หรอก แต่ขืนเราบอกเพื่อนแบบนี้ไป เพื่อนอาจจะรู้สึกไม่ดี ถ้าอย่างนั้นควรบอกว่าอย่างสุภาพว่า ขอโทษนะ ฉันมีปัญหาการเงินเหมือกนัน ไปกู้เงินธนาคารก็ยังไม่ผ่านเลย

แต่ถ้าเพื่อนเห็นว่า คุณไม่ได้มีปัญหาทางการเงิน เซ็นค้ำประกันได้แน่นอน แต่คุณไม่อยากเซ็น ก็อาจนำคนอื่นมาอ้างได้ เช่น

พ่อแม่ฉันไม่ให้ฉันเซ็นค้ำประกันให้ใครน่ะ เธออาจจะต้องมาคุยกับพ่อแม่ฉันดู

สามีฉันบอกวา ถ้าจะเซ็นค้ำประกันให้ใคร ให้มาคุยกับเขาก่อน

ภรรยาฉันเป็นคนจัดการเรื่อเงินทั้งหมด ฉันไม่กล้าไปพูดกับเขาหรอก

พูดแบบนี้ เพื่อนคนนั้นก็ต้องมีความเกรงบ้างล่ะ แต่ถ้ายังไม่ ก็บอกไปเลยว่า ฉันเคยจ่ายหนี้ค้ำประกันให้เพื่อนเก่าฉัน ขอโทษนะ ฉันไม่เซ็นให้ใครแล้ว

 

เพื่อนๆ ชอบให้ออกเงินให้ก่อน

การให้ง่ายเงินให้ก่อน ออกเงินให้ก่อน ก็เหมือนกับการให้เพื่อนยืมเงิน ที่เราอาจไม่ได้เงินคืน ซึ่งการที่เพื่อนจะให้เราออกเงินให้ก่อน เขาอาจจะอ้างว่า ไม่มีเศษเงิน ลืมเอาเงินมา เงินไม่พอ ฟังดูเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้และรับได้ แต่ถ้าเจอแบบนี้บ่อยๆ แม้จะเป็นเพื่อนสนิทขนาดไหน ก็สร้างความลำบากใจให้เราอยู่ดี

แม้จะออกตัวว่าขอให้หารกัน แต่เพื่อนก็มักบอกว่า เงินไม่พอเสมอ  ถ้าเป็นแบบนี้ประจำขอให้ลองใช้วิธีทีนี้

ลุกไปห้องน้ำ ไปคุยโทรศัพท์ตอนคิดเงิน ให้คนอื่นจ่ายกันไปก่อน  แล้วคุณค่อยมาจ่ายของตัวเองทีหลัง

แต่ถ้ารับมือไม่ไหวแล้วจริงๆ  ให้ใช้วิธี ไม่ต้องไป ไปบ้างไม่ไปบ้าง หรือไปแล้วกินได้สักพักก็ขอตัวกลับแล้วจ่ายแค่ของตัวเองไว้ เท่านี้ก็อาจเลี่ยงการเลี้ยงเพื่อนหรือจ่ายให้เพื่อนก่อนโดยไม่ได้เงินคืนได้บ้างแล้ว

 

 

ข้อมูลประกอบจากหนังสือวิธีเอาตัวรอดจากที่ทำงานที่สุดแสนจะน่าเบื่อหน่าย

เขียนโดย ชิงชังฮุน

keyboard_arrow_up