ทราย - เจริญปุระ

Good Life Good Talk : ปรับสมดุลชีวิต ตามสไตล์ คุณ ทราย – เจริญปุระ

ทราย - เจริญปุระ
ทราย - เจริญปุระ

Good Life Good Talk : ปรับสมดุลชีวิต ตามสไตล์ คุณ ทราย – เจริญปุระ

Good Life Good Talk รอบนี้ พาทุกคนไปพูดคุยกับ คุณ ทราย – เจริญปุระ นักร้อง นักแสดงสาวมากความสามารถ ที่มีผลงานเพลง ภาพยนตร์ รวมไปถึงหนังสือ และรายการที่น่าสนใจต่างๆ มากมาย วันนี้คุณทรายจะมาอัปเดตชีวิต แบ่งปันประสบการณ์ พร้อมบอกเล่าเทคนิคการปรับสมดุลชีวิตตามสไตล์ของคุณทราย

ถ้าพร้อมกันแล้ว ไปพูดคุยกับคุณทรายพร้อมกันเลยค่ะ

 

คุณทรายทำงานเยอะขนาดนี้ จัดสรรเวลาในแต่ละวันอย่างไรบ้างคะ?

เรื่องของการปรับเวลา หรือปรับสมดุลในชีวิตนี่มันแล้วแต่คนมากๆ เลย แล้วแต่แต่ละคนเลยค่ะ ว่าจะเน้นให้ความสำคัญไปกับอะไร อย่างของเราก็คือเราเอางานเป็นหลักก่อน ตั้งก่อนว่าอาทิตย์นี้ต้องออกกองกี่วัน กี่โมงถึงกี่โมง คือเราจะต้องบริหารเวลาการนอน การพักผ่อน การกินยาให้พอดีกันมากที่สุด

รองลงมาคือ ตอนนี้เราเริ่มกลับมาออกกำลังกายได้แล้ว เราก็ออกกำลัง วิ่งเครื่องอยู่บนห้อง ขอเวลา 30-40 นาที เองต่อวัน หลังจากนั้นก็คือเหลือเวลาสำหรับไปเที่ยว ดูหนัง พักผ่อน เพราะพออายุมากขึ้นบวกกับยาที่เราต้องกินประจำแล้วเนี่ย ก็รู้เลยว่า เราไม่สามารถจะเป็นมนุษย์ปุบปับ นึกอยากจะไปไหนก็ไปเลย ลุกขึ้นไปทำเลย ทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เราต้องมีการวางแผนล่วงหน้านิดหนึ่ง

อย่างบางคนจะสงสัยว่า วันนี้ว่างนี่ ก็อยู่บ้านนี่ ทำไมถึงไม่ลงมา มันเป็นเวลาพักผ่อนที่เราต้องชาร์จแบตของเราเพิ่ม อ่านหนังสือเพื่อเก็บเอาไปทำข้อมูลเพิ่ม อ่านบทเพื่อเตรียมตัวจะไปทำงานเพิ่ม ก็เลยไม่ได้ลงมาอยู่ข้างล่างตลอด คนก็จะงงว่า คำว่าไม่ว่างนี่คืออะไร ก็อยู่บ้านนี่ ทำไมถึงไม่ว่าง ก็อยู่บ้านมันก็มีอะไรทำอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว

 

นิยามคำว่า “ไม่ว่าง” ของคุณทราย คืออะไร?

คำว่า “ไม่ว่าง” สำหรับทราย หนึ่ง คือ ทำงานออกกอง สอง คือ ไม่ได้ต้องทำอะไรเลย ไม่ได้ต้องออกไปไหน ไม่ได้นัดใคร แต่เราต้องอัปเดตข้อมูลต่างๆใส่ชีวิต ทรายก็จะถือว่า นี่ไม่ใช่วันว่างของทรายนะ ไม่ค่อยอยากให้ใครมากวนเท่าไหร่ เพราะมันจะเสียสมาธิมากๆ

อย่างวันนี้ที่เรามา Live กัน ทรายก็ถือว่าวันนี้ไม่ว่างนะ บางคนอาจจะบอกว่าก็ Live ตั้งบ่ายสองไม่ใช่เหรอ แต่ตอนเช้าทรายก็ต้องออกกำลังกาย ลงมาดูร้าน ดูความเรียบร้อย ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว ลงมา Live เสร็จแล้วก็จะขึ้นไปออกกำลังกายต่อ ทรายจะมีตารางที่เป๊ะๆ ของมันมากๆ ซึ่งเราก็จะคำนวณเวลาของมันอยู่ในหัว จะเป็นคนที่ค่อนข้างกำหนดตารางเวลาแบบนี้อยู่ในหัว ซึ่งดูเหมือนว่าง แต่มันก็ไม่ว่างนะ ทรายถือว่ามันเป็นวันที่ไม่ว่างสำหรับทรายเหมือนกัน

ทราย - เจริญปุระ

 

คุณทรายขยันออกกำลังกายแบบนี้ มีคำแนะนำอย่างไร สำหรับคนที่บอกว่า “ไม่มีเวลาออกกำลังกาย” บ้างคะ?

สำหรับทราย วันที่ไม่ว่าง ไม่มีเวลาสำหรับออกกำลังกาย คือวันที่ต้องตื่นตีห้า เพื่อไปถึงกองถ่ายหกโมง เลิกกองสี่ทุ่ม แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นตีห้าอีก แบบนี้ถือว่าไม่ว่าง ไม่มีเวลาจะแวบได้

แต่ถ้ามีเวลาช่วงระหว่างกอง เช่น มีกองช่วงเช้ากับช่วงกลางวัน ตอนกลางวันทรายก็กลับมาวิ่งนะ ไม่ได้บังคับตัวเองว่าต้องวิ่งตอนนี้เท่านั้น มันก็มีเวลาให้บริหารจัดการได้ ไม่ได้หมายความว่าต้องทำเป็นประจำแบบนี้ทุกวัน

 

การว่างหรือไม่ว่าง มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะเอามันแทรกไปตรงไหนได้บ้าง

อย่างทรายก็คือ เวลาวิ่ง ทรายก็ดูซีรีส์ไปด้วย ก็เหมือนได้อัปเดตไปด้วย ไม่ใช่ดูซีรีส์อย่างเดียวแล้วค่อยไปวิ่ง เราก็ทำไปเลยสองอย่าง ถ้าทำสองอย่างพร้อมกันได้ ก็ทำพร้อมกันไปเลย

เราก็ไม่จำเป็นต้องออกไปวิ่งข้างนอกเท่านั้น เพราะเราออกไปข้างนอกไม่สะดวก เราก็คำนวณผลได้ผลเสีย ว่าถ้าซื้อเมมเบอร์ของยิม เราจะไปได้แค่ไหน สภาพการจราจรแบบนี้ กว่าจะกลับบ้าน กว่าจะไปถึง กว่าจะวิ่ง กว่าจะอาบน้ำ เลยแล้ว จากที่เราคำนวณไว้ว่างว่างสักชั่วโมง เราก็ใช้เวลาเกินแล้ว ก็ซื้อเครื่องวิ่งไว้ที่บ้านเลย จบ คราวนี้มันไม่มีข้ออ้างแล้วว่าไม่มีเวลา เพราะเครื่องอยู่ตรงนี้เอง เดินไปสองก้าวก็ถึงแล้ว

แล้วแต่ชีวิตของแต่ละคนที่จะให้น้ำหนักกับอะไรได้บ้าง เดี๋ยวนี้มันง่ายมาก แค่เปิดคลิป ง่ายจนแค่เรานอนอยู่บนเตียง ลืมตามา เปิดคลิป แล้วยกขาทำตามคลิปไปเลยก็ยังได้ มันง่ายขนาดนั้นเลย สารภาพเลยว่าบางที่เราวิ่ง ขาวิ่ง แต่มือก็เล่นเฟซบุ๊กไปด้วย ตอบเพื่อน ตอบงาน คุย เม้ามอย ทำมันด้วยกันทั้งหมด

 

ไม่เอาการออกกำลังกายไปไว้ทีหลัง หรือรอให้ว่างก่อน

เพราะตอนนี้ก็ว่าง เดี๋ยวสัมภาษณ์เสร็จ ระหว่างรอล้างหน้า เราก็วิ่ง 30-40 นาที บางวัน ตื่นเช้ามา ลงมาดื่มกาแฟ เขียนงาน ทดเรื่องงานไว้ก่อน ระหว่างทดเรื่องงาน รู้แล้วว่าจะเขียนอะไร สบายใจแล้วก็ไปเต้นตามคลิปสัก 20 นาที ก็สามารถทำได้

จากที่ทรายหยุดออกกำลังกายมานานมาก ด้วยปัญหาสุขภาพ เราผ่าคอ ใส่น้อต ช่วงแรกๆ หมอและนักกายภาพไม่แนะนำให้ออกกำลังกาย เพื่อจะดูว่า เราจะอยู่ด้วยกันอย่างไรบ้างกับน้อตอันนี้ คราวนี้พอผ่านมาแล้ว สามปีแล้ว อย่างไรเราก็ต้องไปด้วยกันได้แล้ว เราก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ

เพียงแต่ว่า ทรายไม่ได้มองไปที่ข้อห้ามของมัน อย่างบางคนบอกว่า ใส่น้อตออกกำลังกายไม่ได้ ที่จริงคือทำได้ แต่เราจะทำหรือเปล่า อย่างของทรายคุยกับนักกายภาพแล้ว นักกายภาพบอกว่า สามารถว่ายน้ำได้ วิ่งเครื่อง Elliptical ได้ เราก็คิดเลยว่า เราไม่สะดวกว่ายน้ำ กว่าจะขับรถไป นอกจากจะทำสระที่บ้านก็จะทุ่มเทเกินไปอีก นอกจากขับรถไป หาโซนแถวนี้ เปลี่ยนชุด โห นานอะ กว่าจะพ้นแยกแครายก็รถติด ไม่เอา ไม่ไปแล้ว ก็เลยซื้อเครื่องออกกำลัง

ทุกคนบอกตรงกันว่าเดี๋ยวก็เป็นที่ตากผ้า ทรายว่ามันแล้วแต่คนมากๆ เลยนะ มีแต่คนบอกแบบนี้ว่าเดี๋ยวก็เป็นที่ตากผ้า เรารู้สึกว่า ยิ่งมีคนมาพูดกับเราแบบนี้ เรายิ่งต้องทำให้ได้ ไม่ใช่ว่า ทุกคนคิดว่าเป็นที่ตากผ้า งั้นเราก็ตากผ้ามันเสียเลย มันก็ไม่ควรนะ เราเลย เอ้ย นี่เราทำได้นะ แล้วก็รู้สึกดีใจกับตัวเองที่เราตั้งใจอะไร แล้วก็ทำได้ทีละนิด ทีละนิดก็ยังดี เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเองด้วยค่ะ ว่าร่างกายเรามันยังโอเคอยู่นะ มันยังใช้งานได้อยู่นะ ยังมีประโยชน์อยู่นะ ไม่ใช่ว่านอนแหมะอยู่เฉยๆ

ทราย เจริญปุระ

จริงๆ เป็นคนขี้เกียจมาก ชีวิตไม่เคยออกกำลังกายเลย เพราะเวลาเล่นหนังบู๊ก็เหมือนได้ออกกำลังกายไปในตัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว คราวนี้พอประสบอุบัติเหตุ มันเล่นหนังบู๊ไม่ได้ แต่จะใช้ชีวิตอย่างเดิม มันก็จะเท่ากับว่า มันจะมีพาร์ทหนึ่ง ที่เราก็ต้องเช็คแล้วว่าอย่างนี้เราทำไม่ได้แล้ว เราจะกลับไปขี่ม้าไม่ได้แล้ว เพราะเสี่ยงตายเหลือเกิน ไม่คุ้มกัน แล้วเราเหลืออะไรให้ทำบ้าง เราก็ต้องออกกำลังกาย ต้องทำอย่างไร ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิต ไม่เข้าใจว่าการออกกำลังกายคืออะไร มันไม่ใช่แค่การวิ่งไปกองเหรอ เราก็ต้องศึกษาความเป็นไปได้ที่เราจะทำได้ มีคนพูดเยอะมาก ว่าการออกกำลังกายมันช่วยได้นะ

ทราย - เจริญปุระ

 

การออกกำลังกาย หนึ่งในวิธีสร้างความสุขของคุณทราย

สำหรับทราย ทรายไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับเคมีในสมองแค่ไหน แต่มันทำให้เราไม่ต้องนอนจ้องเพดานเฉยๆ มันกระชากเราขึ้นไป

ทรายก็จะตั้งข้อแม้ ตั้งกติกากับตัวเองเลยว่า เราจะไม่นอนดูซีรีส์เฉยๆ ถ้าดูซีรีส์คุณต้องไปวิ่ง ไม่ใช่นอนดูไปเลย สี่ตอนรวดไม่ต้องนอน เราก็จะไม่ทำอย่างนั้น ถ้าเราอยากดู ให้ไปวิ่ง ไปวิ่งแล้วจะได้ดูหนึ่งตอน แค่นี้ก็เหนื่อยมากแล้ว แล้วถ้าซีรีส์สนุกมาก อยากดูตอนต่อไป รอถึงพรุ่งนี้แล้วไปวิ่ง ถ้าวิ่งเสร็จแล้วเดี๋ยวให้ดูต่อ มันก็เลยเป็นเหมือนการแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่าง ที่มันก็โอเคนะ สนุกจากการดูซีรีส์ด้วย แล้วก็ได้วิ่งไปด้วย

ซึมเศร้า

สำหรับคนที่เคยประสบอุบัติเหตุ จะเข้าใจทรายเลยว่า การลุกขึ้นมาทำอะไรอย่างนี้ได้อีก โห แบบ มันปลื้มใจมาก

สำหรับใครที่เป็นซึมเศร้า ถ้าลองลุกขึ้นมาวิ่ง จะรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วมาก มันจะเป็นโรคที่ทำให้เราสนิทกับฝ้าเพดาน เพราะเราจะนอนมองไปเรื่อยๆ เราก็รู้สึกว่า เออ ก็มอง ไม่ต้องทำอะไร ชีวิตวันๆ แต่พอเราวิ่งเราจะรู้สึกว่า เฮ้ย นี่ยังไม่ 30 วิ อีกเหรอ หูย จะตายแล้วเนี่ย เราจะรู้สึกว่าเวลาช่างมีค่าเหลือเกิน เวลา 40 นาที เราวิ่งได้ขนาดนี้เลย มันทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แบบเฮ้ย นี่ผ่านไปชั่วโมงหนึ่งแล้วเหรอ เดี๋ยวเรานั่งรออีกสัก 15 นาทีแล้วเราอาบน้ำ อ้าวเฮ้ย นี่ 15 นาทีแล้วเหรอ ทำไมมันเร็วจัง ทรายว่ามันเป็นวิธีทำให้เราไม่ว่างเปล่าจนเกินไป

ทราย เจริญปุระ

คุณทรายมีคำแนะนำอย่างไร ให้สำหรับคนที่กำลังเป็นซึมเศร้าบ้างคะ?

สำหรับคนเป็นซึมเศร้า มันไม่มีวิธีตายตัว มันแล้วแต่คนว่าป่วยแล้วจะมีวิธีรับมือกับมันอย่างไร รวมไปถึงวิธีที่ดีลกับโลกรอบๆ ตัวด้วย

ทราย เจริญปุระ

อย่างของทรายจะใช้วิธี “ตั้งตารางให้กับชีวิต” มันช่วยเราได้ มันเยียวยาเราได้ ตรงไหนที่มันจะทำให้เราเครียด พยายามตัดเวลาตรงนั้นลง

สมมติว่า สัปดาห์หน้าทรายจะมีงานติดกันเลย วันที่ 12 13 14 อยู่ในโซนเดียวกัน ซึ่งห่างจากบ้านทรายแน่นอน อยู่ในเมือง ทรายก็เปิดโรงแรมในเมืองเลย ไม่ตรงหรูหรา เดี๋ยวนี้โรงแรมเยอะมากมายตามแนวรถไฟฟ้า เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องทำงานเสร็จ ขับรถกลับบ้านฝ่ารถติด เพื่อมานอนบ้าน แล้วก็รีบเด้งขึ้นมา เพื่อขับกลับเข้าไปในเมืองอีก แล้วก็ขับกลับมานอนบ้านอีก

การลดทอนความเครียดตรงนี้ ทรายว่ามันช่วยได้มากๆ มันทำให้เราสนุก มันทำให้เราเหมือนได้เปลี่ยนที่นอน เหมือนได้ไป Vacation ซึ่งที่จริงเขาเรียกว่า Staycation คือแค่ย้ายที่นอนไปอยู่ใกล้ๆ ย้ายโซน เราได้ไปกินร้านใหม่ ร้านนี้อยากกินมานานแล้ว แต่อยู่ห่างบ้านมาก คราวนี้จะได้กินแล้วนะ มันก็เหมือนเป็นการตอบแทนตัวเองเล็กๆ น้อยๆ ที่พอจะปรับได้ ให้รางวัลตัวเองบ้าง

การวางตารางของทรายก็คือ วันนี้นะ จะทำอะไรตอนนี้นะ แล้วก็อันนี้นะ แล้วก็อันนี้นะ แล้วก็นอนนะ เราจะมีเวลา เราจะไม่ใช่ไม่รู้ว่าจะทำอะไร แล้วก็นั่งไปเรื่อยๆ เพราะเวลามันจะหายไปเลยวันหนึ่งอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย วางแผนเลย ตื่นมา 8 โมงนะ แล้วฉันให้เธอเล่นเฟซบุ๊กครึ่งชั่วโมง ครึ่งชั่วโมงเสร็จเธอต้องไปวิ่งแล้วนะ เพราะว่าซีรีส์สนุกมาก เข้มข้นมาก เราก็เลยดูซีรีส์ระหว่างวิ่ง วิ่งเสร็จอาบน้ำก็ลงไปกินกาแฟ อะไรแบบนี้

 

เราจะตั้งเป้าหมายแบบเล็กๆ สำหรับคนป่วย การตั้งเป้าหมายที่ใหญ่มากๆ เช่น ฉันจะต้องทำให้พ่อแม่สบาย มันเป็นเรื่องยากมาก และเหมือนจะไม่มีวันไปถึง

ตั้งแบบเล็กมากๆ เลย ของทรายคือเล็กจิ๋วเลย เช่น The Nun เข้าแล้ว ฉันจะไปดูให้ได้ในวันพรุ่งนี้ อะไรอย่างนี้น่ะ คือตั้งแค่นี้เอง เอาแบบวันต่อวัน ต่อวัน ต่อวันเลยค่ะ ในสานตาของคนทั่วไปอาจจะดูประหลาด ไม่มองอนาคตข้างหน้าเลย หนูไม่เอาอนาคตจ้ะ หนูเอาแค่เย็นนี้อยู่ให้รอดก็หรูหรามากแล้ว ทรายก็เลยใช้วิธีตั้งสั้นๆ

มันจะมีบางวัน ระหว่างวันที่เราดาวน์ ไม่โอเค อย่างช่วงนี้ เชื่อว่าหลายๆ คนจะเป็น คือ สภาพอากาศมันแย่ มันหม่นหมองมาก แล้วมันจะทำให้จิตใจเราดาวน์ลง หลายคนเป็น ทรายก็เป็น ขนาดกินยาแล้วก็ยังเป็น ก็เลยหาอะไรอย่างอื่นมาให้ตัวเองทำแทน ที่จะได้ไม่ต้องไปสนฝนกับดินฟ้าอากาศ

สักบ่าย 2-3 ทรายก็จะเปิดไฟในห้องให้สว่าง มีเทียนหอมก็จุดเทียนหอมให้รู้สึกว่า กลิ่นนี้หอมจังเลย หรือลงมาเอาดอกไม้สดขึ้นไปจัด ทำให้ห้องและพื้นที่รอบๆ ตัวเราสดชื่นขึ้น ไม่ใช่มาถึงก็นั่งแหมะ ไฟมืดๆ นั่งไถโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ มันจะยิ่งดิ่งลงไปเรื่อยๆ หรือถ้าวันนี้ไม่ไหวแล้ว เครียด ก็บอกไปเลย บอกเพื่อน บอกคนรู้จัก บอกคนที่เข้าใจ และสนิทสนมกับเรา ว่าวันนี้เราไม่ไหว ขอลาไปนอน แล้วก็ลาไปนอนแค่นั้นเลย ตรงไปตรงมา

ทันทีที่เรารู้ว่าเราเป็น แล้วเราไม่ได้ต่อต้าน เออ เป็น เป็นแล้วไงต่อ รับมือยังไงดีวันนี้ ก็ว่ากันไปทีละวัน ทีละวัน มันง่ายกว่าการที่ ไม่เชื่อ ฉันจะต้องเป็นเหมือนเดิม ฉันจะต้องดีเหมือนเดิม ฉันจะต้องดีกว่าเดิม ฉันจะแพ้กับโรคนี้ไม่ได้

เฮ้ยคุณ มันไม่ใช่การแข่งขัน มันไม่มีแพ้ชนะ มันไม่มีใครชนะในเกมบ้าๆ แบบนี้ ต่อให้วันนี้ชนะ พรุ่งนี้คุณก็ต้องมาวัดกับมันใหม่อยู่ดี ถ้าอย่างนั้นก็รับมือกันไปทีละวัน ทีละวัน วันนี้ไหวก็ทำ ไม่ไหวก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปตึงกับมันมาก แต่ก็ไม่ได้หย่อนจน เออ ปล่อย ฉันจะซึมเศร้า นอนซึมเศร้าไปเรื่อยๆ แบบนี้มันก็ไม่ช่วยอะไรเนอะ

 

คุณทรายมีคำแนะนำสำหรับการดูแลคนเป็นโรคซึมเศร้า อย่างไรบ้างคะ?

การดูแลคนรู้จักที่เป็น คุณต้องประเมินตัวเองอย่างหนักเลยนะว่าคุณไหว

ทรายกลับมาเป็นซึมเศร้ารอบสองเพราะดูแลแม่ที่ป่วยเป็นสมองเสื่อม และเป็นซึมเศร้าเหมือนกัน

จริงๆ แล้วไม่ใช้คำว่า “ภาระ” นะ แต่มันเป็นเรื่องของ “ความรับผิดชอบ” ที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะทันทีที่เขารู้สึกว่าเราจะต้องอยู่ตรงนั้นเพื่อแก้ปัญหาให้เขาได้เสมอ ข้อจำกัดเรื่องเวลาจะไม่มีอีกต่อไปแล้วสำหรับคนป่วย

ตีสี่เขาก็รู้สึกว่า ก็เขาเครียดเขาเครียดตอนตีสี่ เขาก็จะโทรหาเธอตอนนี้ ซึ่งมันไม่มีใครผิด ก็เขาเศร้าตอนนี้จริงๆ แล้วเธอก็ไปบอกเขาเองว่าเธอจะดูแลเขาจริงๆ เขาก็จะโทรมาหาเธอตอนตีสี่ทุกวัน

คุณรับได้ไหมกับเรื่องแบบนี้ หรือ คุณจริงใจที่จะบอกกับเขาแค่ไหนว่า เราช่วยเธอได้นะ แต่ใส่ข้อแม้ไป ว่าเราก็ต้องมีเวลาส่วนตัวนะ คุณต้องชัดเจนพอที่จะรู้ทันตัวเอง รู้ความประสงค์ของตัวเองด้วยว่าแค่ไหนคือพอ เส้นมันหยุดแค่ไหน เพราะคนป่วยก็จะไม่รู้ ยิ่งสนิทมาก ยิ่งรักมาก ยิ่งรู้สึกว่าพึ่งพาได้มาก ก็จะพึ่งพาตลอด โดยที่ไม่พยายามคิดหาหนทางอื่นๆ ก่อนเลยนอกจาก คนนี้เขาบอกว่าโทรได้ กี่โมงมีอะไรโทรมา งั้นฉันก็จะโทร จะโทรอยู่ตลอด ทำให้คนที่ไม่ป่วยจะพาลป่วยตามไปด้วยอีกคน

สำหรับคนที่ไม่ป่วย และอยากช่วยเหลือ การคุยกันให้ชัดเจนตั้งแต่แรก กับคนที่คุณต้องการจะช่วยเหลือ ถือว่าเป็นเรื่องดี

การพูดคุยตกลงกันเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องโอเวอร์ หรือ “บ้าแก ฉันไม่ทำอย่างนั้นกับแกหรอก” คือ ทุกคนตอนไม่เป็นก็พูดอย่างนี้เหมือนกันหมดแหละ แต่พอถึงเวลาจริงๆ มันก็จะมีการเรียกร้องอะไรต่างๆ ที่จะนำมาซึ่งความบาดหมางกันทีหลัง แล้วก็จะกลายเป็นว่าวันหนึ่งคุณทนไม่ไหว กรี๊ดใส่หน้าเพื่อนขึ้นมา มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพื่อนก็ อ้าว แล้วทำไมไม่บอกกัน ทำให้กลายเป็นข้อที่หมางใจกันไป

ทรายรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะรับมือกับคนป่วยได้ วันที่คุณป่วยก็ไม่ใช่ว่าจะรับมือกับทุกคนได้

 

คำว่า “Good Life” สำหรับคุณทราย เป็นอย่างไร?

เราคิดว่าชีวิตของเราตอนนี้มันโอเคมากๆ

หลายคนบอกว่าพอโตแล้วจะอยากกลับไปเป็นเด็ก แต่ทรายไม่เคยอยากกลับไปเป็นเด็กเลย เรามีความรู้สึกว่าตอนเด็ก เรามีความไม่ชัดเจนอะไรหลายอย่าง เรื่องบางเรื่องเรายังตัดสินใจเองไม่ได้ บางเรื่องมันยังเงอะๆ งะๆ มันไม่เนี้ยบ มันงงๆ มันดูอึนๆ

แต่พอเราอยู่ในวัยวัยหนึ่งที่เราสามารถตัดสินใจอะไรหลายๆ อย่างด้วยตัวเองได้แล้ว สามารถดูแลตัวเองได้ประมาณหนึ่ง เลือกที่จะบริหารจัดการชีวิตได้ประมาณหนึ่ง ทำให้ทรายมีความสุขกับทุกวันนี้

หลายคนจะรู้สึกว่า อ้าว เธอป่วยนี่ เป็นโรคประจำตัว เป็นนู่น เป็นนี่ ทรายคิดว่า ป่วยมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ป่วยวันนี้ วันหน้าก็ต้องเป็น ทรายรู้สึกว่าทรายโชคดีแล้วที่ทรายป่วยเป็นโรคที่รักษาได้ กินยาตามปกติ ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ทรายมีเพื่อนที่น่ารักมากคอยดูแล คอยให้กำลังใจกันอยู่ มีครอบครัวที่ดี มีแฟนที่โอเค มีงานมีการที่ทำแล้วสนุกสนาน มีความสุข ทรายว่ามันก็ลงตัวมากแล้วสำหรับชีวิตคนคนหนึ่ง

*******************

คุณทรายมีวิธีการจัดตารางเวลาชีวิตให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง ทำให้คุณทรายมี Good Life ตามสไตล์ของตัวเองได้

แล้ว Good Life ของคุณเป็นอย่างไร มีเทคนิคการบริหารจัดการชีวิตของตนเองอย่างไรบ้าง อย่าลืมมาแบ่งปันให้ Goodlifeupdate ฟังบ้างนะคะ

 

ชมรายการ Good Life Good Talk ย้อนหลังได้ที่ Good Life Good Talk: Live นี้ ไม่มี(ซึม)เศร้า

 

บทความที่น่าสนใจ

Good Life Good talk : ข้อคิดความรัก เมื่อรักไม่เป็นไปอย่างที่คิด เราจะพิชิตความสัมพันธ์ครั้งนี้ได้อย่างไร

Good Life Good Talk : 10 คำถาม-ตอบ ดีไซน์ความสุขให้ชีวิตในทุกๆ วัน กับ HappyNancy

keyboard_arrow_up