“Dream Protector” ภาพวาดความฝันบนหมวกกันน็อกของลูก ที่พ่อแม่อยากเก็บรักษาไว้ให้นานที่สุด

เชื่อไหมว่า ตามสถิติเด็กไทยโดยสารจักรยานยนต์ 1.3 ล้านคน แต่มีเพียง 7% เท่านั้นที่สวมใส่หมวกกันน็อก นี่คือเรื่องจริงอันน่าแปลกใจ ที่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคิดว่า หากละเลยปัญหานี้ไป อาจทำให้เกิดปัญหาที่ใหญ่กว่าตามมา จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “Dream Protector” ที่เปลี่ยนมุมมองใหม่ จากการสื่อสารให้คุณพ่อคุณแม่สวมหมวกกันน็อกให้ลูก เป็นการกระตุ้นให้ลูกอยากสวมหมวกกันน็อกที่พวกเขาวาดภาพความฝันของตัวเองเอาไว้ ขณะเดียวกันเมื่อคุณพ่อคุณแม่มองเห็นภาพวาดบนหมวก ก็เตือนใจให้อยากคุ้มครองฝันนั้นด้วย ลองมาฟังเสียงความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่ที่เข้าร่วมในแคมเปญนี้กันค่ะ

ใกล้ไกลไม่ใช่ประเด็น ความปลอดภัยต้องมาก่อน

คุณพ่อแก๊ปและน้องแชมป์

ความน่ารักของคู่คุณพ่อแก๊ปและน้องแชมป์ เริ่มต้นจากการยอมรับของคุณพ่อว่าแต่ก่อนถ้าเป็นระยะทางสั้นๆ จะไม่สวมหมวกกันน็อกให้ลูกเพราะเห็นว่าใกล้ ไม่เป็นอะไรหรอก แถมเส้นทางที่เดินทางบ่อยก็ไม่ค่อยมีด่าน จะใส่ก็เวลาผ่านด่านให้ถูกกฎหมายเท่านั้น ในขณะเดียวกันน้องแชมป์ก็วาดภาพความฝันบนหมวกไว้ว่าอยากเป็นตำรวจ

คุณพ่อแก๊ป : “ปกติผมขี่ไปส่งลูกประมาณ 5 กิโลเมตรครับ ไม่ไกล เลยไม่ค่อยใส่ให้ แต่ถ้าไปไกลๆ เส้นที่น่าจะมีด่านก็อาจจะใส่ พอเห็นเขาวาดภาพบนหมวกว่าอยากเป็นตำรวจ เขาบอกว่าเพราะเท่ดี ก็อึ้งๆ ที่จริงไม่ได้จำกัดอยู่แล้วว่าอยากให้เขาเป็นอะไร แต่ไม่ว่าเขาอยากเป็นอะไร ก็อยากปกป้องความฝันของเขา หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าต้องจริงจังกับเรื่องนี้ ไม่ต้องรอผิดกฎหมาย หรือพ.ร.บ.เลย เพราะว่ามันเป็นเรื่องของความปลอดภัยของลูกจริงๆ”

เพราะความฝันที่แม่อยากปกป้อง คือความฝันของลูกที่อยากปกป้องแม่

คุณแม่ฝนและน้องพลอย

แต่ก่อนคุณแม่ฝนเป็นคุณแม่สุดซิ่ง แต่หลังจบแคมเปญทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เธอให้สัมภาษณ์พร้อมน้ำเสียงสั่นเครือเบาๆ เมื่อพูดถึงเหตุผลที่ทำให้ความคิดของเธอไม่เหมือนเดิมค่ะ

คุณแม่ฝน: “ปกติขี่รถเร็วมากค่ะ สายซิ่งเลย แซงซ้ายแซงขวาประจำ (หัวเราะ) หมวกกันน็อกก็ไม่ได้ใส่ทั้งตัวเองและลูก เพราะเห็นว่าไม่ได้ไปไกลเท่าไหร่ เวลาใส่รู้สึกรำคาญด้วยซ้ำ แต่พอมาร่วมแคมเปญเลยทำให้รู้ว่าความต้องการของลูกคืออะไร”

“ระหว่างที่เขาวาดเราก็เห็นได้ชัดเลยว่าการวาดบนหมวกมันยากกว่าการวาดบนกระดาษมาก แต่เขาก็ตั้งใจเต็มที่ พอเราเห็นว่าภาพวาดบนหมวกกันน็อกของเขาคืออยากเป็นหมอ เราก็ถามว่าทำไม เขาตอบว่าอยากเป็นหมอเพราะจะได้ดูแลแม่ แม่ไม่ค่อยแข็งแรง ซึ่งก็จริงเราเป็นคนตัวเล็กมาก ไม่สบายบ่อย เขาคงสังเกตเห็น จุดนั้นคือน้ำตาไหลเลยค่ะ ไม่คิดเลยว่าลูกจะนึกถึงเราขนาดนี้ เลยรู้สึกว่าแย่เลยที่ผ่านมา ไม่ได้กังวลถึงความปลอดภัยของลูกเท่าไหร่เลย”

“หลังจากนั้นทั้งลูกและเราก็ดูมีแรงบันดาลใจในการใส่หมวกกันน็อกมากขึ้นค่ะ เราเองพอเห็นความฝันของลูกก็อยากดูแลชีวิตของตัวเองและลูกให้ดีที่สุด เพื่อจะได้เห็นสิ่งที่ลูกอยากเป็น ขี่อย่างปลอดภัย ไม่ขี่แซงแล้วค่ะตอนนี้”

ไม่ใช่ใส่เพื่อผ่านด่าน แต่ใส่เพื่อเก็บรักษาความฝัน

พ่อตั้มและน้องโอโซน

คุณพ่อตั้ม : “พอได้เห็นรูปวาดนักดับเพลิงบนหมวกของลูก ก็รู้สึกว่าเป็นไอเดียที่แปลกตาดีครับ เด็กทุกคนมีความฝันที่อยากจะทำ เราก็ควรพยายามปกป้องพวกเขาให้ดีที่สุด มันเป็นเรื่องใกล้ตัวมากเลย แต่เราไม่ค่อยได้คิดถึงมัน ล่าสุดผมได้ยินว่า ขี่ๆ อยู่ก็มีสะเก็ดหินกระเด็นใส่หัวได้เหมือนกันนะ ดังนั้นมันไม่เกี่ยวกับเรื่องเราขี่ดีขี่ไม่ดีเลยครับ เพราะถ้าเราไม่ป้องกัน ภัยก็อาจมาปะทะเราจากปัจจัยภายนอกก็เป็นได้”

“หลังจากนั้นก็แนะนำให้คนรอบข้างใส่ตลอด ไม่ใช่ว่าเพื่อไม่ให้เจอด่านหรือให้ถูกกฎหมาย แต่ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ก็ต้องปลอดภัยป้องกันให้ครบ เพราะหมวกกันน็อกมีความหมายมากกว่านั้น เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความใส่ใจ ทำให้เรารู้สึกว่าต้องใส่ใจคนรอบข้างมากกว่านี้ครับ”

จากการสัมภาษณ์คุณพ่อคุณแม่ที่เข้าร่วมแคมเปญนี้ทั้ง 3 ท่าน ทุกคนต่างมีพฤติกรรมในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่เปลี่ยนไปในทางที่ปลอดภัยขึ้น ต้องปรบมือให้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าจริงๆ ค่ะงานนี้ คุณพ่อคุณแม่ทั้ง 3 คนยังฝากมาบอกทุกคนด้วยนะคะ ว่ามาร่วมทำความฝันของลูกให้เป็นจริงกันเถอะ เพราะการใส่หมวกกันน็อกมันง่ายนิดเดียวแถมยังแสดงให้เห็นถึงความรักความห่วงใยของคุณพ่อคุณแม่ที่มีต่อลูกๆ อีกด้วย

หากใครต้องการหมวกกันน็อกน่ารักๆ แบบนี้ให้ลูก ลองเข้าไปร่วมสนุกกับทางเพจของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้ที่นี่เลยค่ะ https://www.facebook.com/hondamotorcyclethailand อย่าลืมว่าความฝันของลูกต้องได้รับความร่วมมือที่ดีจากคุณพ่อคุณแม่นะคะ

keyboard_arrow_up