[Q&A] 10 ปัญหาสิว ปัญหาผิว ที่พบบ่อย ตอบข้อสงสัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ปัญหาผิว สิว ริ้วรอย แผลเป็น กวนใจใบหน้าสวย

ปัญหาผิว เกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ จะมีผิวแห้งหรือผิวมัน ทุกคนก็สามารถเกิดปัญหาผิวพรรณได้เหมือนๆ กัน  ซึ่งปัญหาผิวที่เกิดขึ้นจะมีวิธีรักษาและป้องกันแตกต่างกันออกไป  โดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญได้รวบรวม  10 คำถามที่พบบ่อยในผู้ที่มีปัญหาผิว และเชื่อว่า ทั้ง 10 ข้อนี้ คงต้องมีสักข้อที่คุณอาจจะกำลังประสบปัญหาอยู่

อย่ารอช้า มาหาคำตอบปัญหาสิวปัญหาผิวกวนใจไปพร้อมกันเลยดีกว่า

 

Q : กดสิวกับฉีดสิวแบบไหนดีกว่ากัน

A : การกดสิวกับการฉีดสิวเป็นวิธีการรักษาสิวที่หวังผลในการรักษาที่แตกต่างกันไป โดยการกดสิวเราเน้นไปที่การรักษาสิวอุดตัน เป็นการกดให้สิวอุดตันออกมาก่อนที่จะเกิดการอักเสบ ส่วนการฉีดสิวใช้ในการรักษาสิวที่อักเสบแล้ว ด้วยการฉีดTriamcinolone ซึ่งเป็นสเตียรอยด์ชนิดหนึ่งเพื่อลดการอักเสบ และป้องกันไม่ให้เกิดรอยดำหลังการอักเสบได้ โดยทั้ง 2 วิธีการมักทำคู่กันในการรักษาสิว แต่การกดสิวนั้น หากกดผิดวิธีหรือทำความสะอาดไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้สิวเกิดการอักเสบมากกว่าเดิม เกิดการกระจายของสิวอักเสบเป็นบริเวณกว้างออกไป ส่วนการฉีดสิว มีผลข้างเคียงคือทำให้โครงสร้างของชั้นผิวเปลี่ยนไป เกิดเป็นสิวอักเสบที่เดิมซ้ำ หรือบางครั้งหากใช้ยาฉีดปริมาณมากก็อาจทำให้เกิดเป็นหลุมสิวบริเวณดังกล่าวได้

 

Q : คนหน้ามันเป็นสิวง่ายกว่าคนหน้าแห้งจริงหรือไม่

A : ถูกต้องแล้วค่ะ คนที่มีสภาพผิวมันหมายความว่า ต่อมไขมันในชั้นผิวหนังจะมีการสร้างน้ำมันมากกว่าปกติ ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้ง่าย นอกจากนี้น้ำมันที่สร้างออกมายังเป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่จะทำให้แบคทีเรียเติบโตได้ด้วย จึงทำให้คนที่ผิวมันเกิดสิวได้ง่ายกว่าคนที่ผิวแห้ง

โดยสภาพผิวมันหรือแห้งถูกกำหนดมาแล้วด้วยพันธุกรรม การที่จะเปลี่ยนให้สภาพผิวมันให้แห้งลงจึงจำเป็นต้องอาศัยวิธีการจากภายนอกมาช่วย เช่น การกินยาหรือทายาที่เป็นอนุพันธุ์ของวิตามินเอ หรือการทายาที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ การกรอผิวหน้า การทำเลเซอร์ เป็นต้น

 

Q : สิวฮอร์โมนที่มาพร้อมประจำเดือน ไม่ต้องรักษาจริงหรือ

A : สิวที่มาพร้อมกับประจำเดือนส่วนมากมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งจะขึ้นมากบริเวณคาง แนวกราม บางคนอาจลามไปบริเวณใต้คางและลำคอ

โดยสาวๆ ที่เป็นสิวประเภทนี้มักจะเป็นซ้ำๆ ที่เดิมในช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ตอนมีรอบเดือน ตั้งครรภ์ หรือ หลังคลอด ซึ่งสิวเหล่านี้มักหายได้เอง แต่ในบางกรณีที่สิวขึ้นเยอะมาก เวลาสิวหายก็จะทิ้งรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวไว้  กรณีแบบนี้หมอจะแนะนำให้รักษาเพิ่มเติม เช่น  อาจใช้ยาคุมกำเนิดเป็นตัวช่วย ทายารักษาสิว ทำการเลเซอร์รักษา ทานยากลุ่มควบคุมความมัน เป็นต้น

สิวที่คาง สิวฮอร์โมน สิวอักเสบ
สิวที่คางกวนใจสาวๆ มากที่สุด

Q : ทำไมเวลากดสิวที่จมูกจริงเป็นหลุมสิว และกดที่คางจึงเป็นแผลนูน

A : โครงสร้างของผิวแต่ละบริเวณแตกต่างกันไป สิวที่เกิดขึ้นก็จะแตกต่างกันไปด้วย  แต่การกดสิวที่จมูกไม่ได้ทำให้เกิดเป็นแผลหลุมเสมอไป ในบางรายอาจเกิดเป็นแผลเป็นนูนได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของสิวที่เป็น ถ้าเป็นการกดเอาสิวเสี้ยนหรือสิวอุดตันเม็ดเล็กออก ก็มักจะมีลักษณะเป็นหลุมลงไป แต่ถ้าเป็นการกดหนองออกจากสิวอักเสบก็อาจเป็นแผลนูนได้

โดยทั่วไปแล้วหมอจะไม่แนะนำให้กดสิวที่จมูก หากมีสิวเสี้ยน แนะนำให้ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยน การสครับหรือเลเซอร์กำจัดจะดีกว่า ที่คางเองก็อธิบายได้เช่นกันค่ะ คือ หากเป็นสิวอุดตันก็มีโอกาสที่กดแล้วจะเป็นหลุม ส่วนถ้าสิวอักเสบก็มีกาสที่จะเป็นแผลนูนได้

Q : อายุมากแล้วทำไมยังเป็นสิว

A : สิวเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันและรูขุมขน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็เป็นสิวได้ เพราะเราทุกคนมีการผลิตไขมันจากต่อมไขมันตลอดเวลาตามกลไกทางธรรมชาติ  ซึ่งนอกจากไขมันแล้ว การเกิดสิวจะมีความสัมพันธ์กับปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วยเช่น ฮอร์โมน จึงเป็นสาเหตุว่า ทำไมสิวมักเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น ช่วงอายุ 11 ปี จนถึงวัย 30ปี

รวมถึงปัจจัยอื่น เช่น ความมันบนใบหน้า การเลือกใช้เครื่องสำอาง การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้สิวเกิดขึ้นได้แม้เลยช่วงวัยรุ่น ในบางรายช่วงวัยรุ่นอาจจะไม่เป็นสิวเลย แต่มาเกิดขึ้นในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงในวัยเข้าสู่วัยทองก็มีค่ะ ดังนั้น สิวสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัยเพราะปัจจัยในการเกิดไม่ได้ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนหรืออายุเพียงอย่างเดียว

 

Q : อายุยังน้อยแต่ทำไมริ้วรอยมาเร็ว

A : สาเหตุของริ้วรอยมีหลายประการ เช่น ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าเมื่อเราขยับหน้าบ่อยๆ เช่น เลิกหน้าผากก็จะเห็นเป็นรอยหน้าผากขึ้นมา ขมวดคิ้วก็จะเป็นรอยที่หัวคิ้ว หยีตาก็เป็นรอยที่เกิดบริเวณดวงตา ที่เรียกว่า ตีนกา ซึ่งการแสดงสีหน้าบ่อยๆจะทำให้ริ้วรอยนั้นลึกขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นริ้วรอยลึกที่แม้แต่ไม่ได้แสดงสีหน้าก็ยังเห็นได้ชัด

โดยริ้วรอยจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงวัย20 ปลายๆ ยิ่งถ้าแสดงสีหน้าบ่อยๆ ซ้ำๆ ก็ยิ่งเร่งให้ริ้วรอยมาเร็วขึ้น เกิดเป็นริ้วรอยก่อนวัย  ส่วนสาเหตุอื่นๆ เช่น มลภาวะจากสิ่งแวดล้อม การสูบบุหรี่ ความเครียด ทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิว ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดริ้วรอยเช่นกัน

Q : ทำไมสิวชอบขึ้นที่เดิม

A : บริเวณที่มีสิวขึ้นส่วนมากมักมีความสัมพันธ์กับโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนแปลงไป แสดงว่ารูขุมขนในบริเวณนั้มีการอุดตันมากกว่าบริเวณอื่น และในโซนนั้นมีแบคทีเรียอยู่ ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สิวขึ้นในที่เดิมซ้ำๆก็คือตัวเราเอง การแกะสิว เป็นการนำสิ่งสกปรกจากมือของเราเข้าไปสู่ผิว การบีบสิวที่ไม่ถูกวิธีอาจทำให้การอักเสบลุกลามไปยังชั้นที่ลึกลงไปอีก ทำให้เกิดเป็นสิวอักเสบที่ใหญ่ขึ้นด้วย ดังนั้น เราจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ไม่กดสิวหรือบีบสิวแบบผิดวิธี ทายาตามแพทย์แนะนำ

ปัญหาสิว สิวบนใบหน้า
ปัญหาสิว คือ ปัญหาผิวที่กวนใจสาวๆ มากที่สุด

Q : สิวแบบไหนบีบได้ แกะได้ แบบไหนไม่ควร 

A : ไม่ว่าเป็นสิวแบบไหนก็ไม่ควรแกะหรือบีบเอง เพราะการแกะหรือบีบสิวที่ผิดวิธีจะกระตุ้นการอักเสบมากขึ้น ทำให้เป็นรอยดำและรอยแผลเป็นมากขึ้นไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้น สิวที่เราสามารถกดออกได้เองก็คือสิวหัวดำ  ส่วนสิวอื่นๆก็พยายามหลีกเลี่ยงอย่าไปยุ่งกับเขาเลย ให้หมอจัดการให้ดีกว่า

 

Q : ตำแหน่งสิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้า สามารถบอกโรคได้จริงหรอ 

A : ตามตำราแพทย์แผนจีนและอายุรเวทมีการกล่าวถึงว่าตำแหน่งของการเกิดสิวบนใบหน้า มีความสัมพันธ์กับการสะท้อนของสุขภาพของอวัยวะภายในด้วย ในบางเคสที่มีการรักษาสิวมาทุกรูปแบบแล้วไม่หายเสียที อาจมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับอวัยวะภายในด้วย อ่านเพิ่มเติม ตำแหน่งสิวบอกโรค

 

Q : ล้างหน้าสะอาดแล้ว ครีมก็ใช้ของดีๆ ทำไมยังเป็นสิว

A : นั่นเป็นเพราะสาเหตุการเกิดสิวมีหลายปัจจัย แม้ว่าทำความสะอาดผิวหน้าอย่างดีแล้วก็ต้องมาดูที่สาเหตุอื่นๆด้วย เช่น เราต้องแต่งหน้าทั้งวัน แต่งหน้าบ่อย ช่วงเวลาที่ทำความสะอาดผิว หรือช่วงที่ผิวได้พักก็อาจน้อย รูขุมขนอาจเกิดการอุดตันและเกิดสิวในเวลาที่แต่งหน้าอยู่ก็ได้ บางคนกลัวว่าหน้าจะสกปรกล้างหน้าทั้งวันก็ส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ระคายเคืองง่าย หรือบางทีผิวอาจยิ่งเร่งผลิตน้ำมันเพื่อมาชดเชยความชุ่มชื้นที่ถูกชะล้างออกไป นอกจากนี้ต่อให้ใช้ครีมดีหรือแพงแต่ว่าส่วนประกอบที่ใช้ไม่เหมาะกับสภาพผิวเรา อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีได้เช่นกัน

 

ข้อมูลโดย

แพทย์หญิง ธัญรัชต์ จันทโรทัย

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย

AMMATA CLINIC

 

keyboard_arrow_up