ปวดหัว บ้านหมุน อาการสำคัญที่อาจบ่งบอกว่าคุณกำลังเป็น น้ำในหูไม่เท่ากัน

น้ำในหูไม่เท่ากัน
น้ำในหูไม่เท่ากัน

ปวดหัว บ้านหมุน อาการสำคัญที่อาจบ่งบอกว่าคุณกำลังเป็น น้ำในหูไม่เท่ากัน

อาการ ปวดหัว บ้านหมุน เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเป็น โรคน้ำคั่งในหูชั้นใน หรือ น้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s Disease) มาดูอาการ และ วิธีการรักษา เพื่อที่จะรู้เท่าทันโรคน้ำในหูไม่เท่ากันค่ะ

จากการศึกษาข้อมูลด้านระบาดวิทยา พบว่า ในประชากร 100,000 คน จะมีผู้ที่ป่วยเป็นโรคน้ำคั่งในหูชั้นใน ประมาณ 34 – 190 คน โดยพบในช่วงอายุ 30 – 70 ปี และ พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย

 

อาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

หากคุณกำลังสงสัยว่าคุณเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันอยู่หรือไม่ ลองมาสังเกตอาการต่อไปนี้กันค่ะ

  • เวียนศีรษะ มีอาการบ้านหมุน มึนงง เป็นๆ หายๆ ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป โดยแต่ละครั้งกินเวลา 20 นาที ถึง 24 ชั่วโมง
  • การได้ยินลดลง หรือ อาจรุนแรงจนสูญเสียการได้ยินไปเลย อาจเกิดขึ้นกับหูเพียงข้างเดียว ทีละข้าง หรือเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองข้างก็ได้ โดยเกิดอาการนี้ก่อน ระหว่าง หรือหลังจากปวดศีรษะบ้านหมุน
  • มีเสียงดัง น่ารำคาญ รบกวนภายในรูหู ข้างเดียวกับหูข้างที่สูญเสียการได้ยิน
  • รู้สึกปวดหู กินเวลานานหลายชั่วโมง ข้างเดียวกับหูข้างที่สูญเสียการได้ยิน

หากคุณมีอาการเช่นนี้ ไม่ว่าจะมีอาการตรงตามบางข้อ หรือ ตรงตามนี้ทุกข้อ นี่อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

 

น้ำในหูไม่เท่ากันเกิดจากอะไร?

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือ โรคน้ำคั่งในหูชั้นใน สาเหตุเกิดจากพยาธิสภาพในหูชั้นใน คือ มีการสร้าง และ สะสมน้ำในหู (endolymph) ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเหตุใดจึงเกิดการสร้าง และ สะสมน้ำในหูที่ผิดปกติเช่นนี้ขึ้น

 

วิธีการตรวจในอดีต เทียบกับ ปัจจุบัน

ในอดีต หากเราต้องการศึกษา และ ตรวจพิสูจน์โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เราจะทำได้ด้วยการตัดชิ้นเนื้อของผู้ป่วยที่เสียชีวิต และ มีประวัติร่วมกับอาการแสดงโรคน้ำคั่งในหูชั้นใน

แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีก้าวหน้าไปจนเราไม่จำเป็นต้องตรวจด้วยการผ่าตัดชิ้นเนื้ออีกต่อไป เราสามารถตรวจวินิจฉัยโรคน้ำในหูไม่เท่ากันได้ด้วยวิธ๊ Electrocochleography เพื่อช่วยในการวินิจฉัยภาวะน้ำคั่งในหูชั้นใน (endolymphatichygrops) ได้

 

วิธีการรักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

การรักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เริ่มต้นได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อบรรเทาอาการเวียนศีรษะ ลดอาการบ้านหมุน ลดอาการเสียงดังรบกวน และแก้ปัญหาการได้ยินเสียงที่ลดลง ดังนี้

  • งดรับประทานอาหารเค็ม จำกัดปริมาณการบริโภคเกลือต่อวัน ไม่ให้เกิน วันละ 2 กรัม
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่ม และ อาหารที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์
  • งดสูบบุหรี่
  • ใช้ยารักษาตามที่แพทย์สั่ง เช่น Betahistine, Diuretic (ยาขับปัสสาวะ) รักษาตามอาการแบบประคับประคองเป็นเวลา 3 ถึง 6 เดือน แล้วจึงค่อยประเมินการรักษา
  • ใช้อุปกรณ์เพิ่มแรงดัน เช่น Meniett device ตามที่แพทย์สั่ง
  • หากมีอาการรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมอาการเวียนศีรษะได้ หรือ สูญเสียการได้ยินมากยิ่งขึ้น อาจต้องมีการผ่าตัด

รู้หรือไม่???

คนที่เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ควรระมัดระวังในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทางรถ เรือ หรือเครื่องบิน หากมีอาการเพียงเล็กน้อย สามารถเดินทาง โดยพกยาป้องกันอาการปวดศีรษะติดตัวได้ แต่ถ้าหากมีอาการรุนแรง จนไม่สามารถควบคุมอาการได้ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางทุกประเภท

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก นายแพทย์ พนา กล่ำคำ – โสต ศอ นาสิกแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

 

บทความที่น่าสนใจ

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน บ้านหมุน สาเหตุ อาการ และ การรักษาดูแลตัวเองเบื้องต้น ที่ได้ผล

5 วิธี สยบเวียนหัว อาการบ้านหมุน

ปฎิบัติตัวอย่างไร เมื่อเกิดอาการ “บ้านหมุน”

keyboard_arrow_up