อาหาร ห้ามกินคู่กับยา

รู้ไว้ก่อนใช้ยา! อาหาร เครื่องดื่ม สมุนไพร มีอะไรบ้างที่ห้ามกินคู่กับยา  

อาหาร ห้ามกินคู่กับยา
อาหาร ห้ามกินคู่กับยา

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสิรฐ แต่เมื่อเกิดโรคขึ้นแล้วก็ควรหาทางรักษาอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะการรักษาโดยการกินยา เพราะยาแต่ละตัวมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป บางครั้งเราอาจจะต้องกินยาหลายชนิด ต้องกินยากับอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่ง สมุนไพรต่างๆ เพราะอาหารและยาต่างเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญต่อร่างกาย  ดังนั้น ควรจะต้องเข้าใจอย่างถูกต้องว่า อะไรบ้างที่เรา ห้ามกินคู่กับยา เพราะยาอาจไม่ออกฤทธิ์เพื่อให้ร่างกายหายดีขึ้น หากยาเหล่านั้นตีกันกับสิ่งที่เรากิน ทำให้แทนที่จะได้ประโยชน์กับได้โทษมาแทน

 

อาหาร ยา สมุนไพร
สิ่งที่ห้ามกินคู่กับยา

อาหารที่ ห้ามกินคู่กับยา

ผักใบเขียวที่มีวิตามินเคสูง เช่น บรอกโคลี ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำปลี รวมถึงการกินผักต่างๆ ในช่วงการกินเจ ควรกินอย่างเหมาะสมเมื่อต้องใช้ยาต้านการแข็งตัวเลือด วาร์ฟาริน (warfarin) เนื่องจากมีผลต่อระดับความแข็งตัวของเลือด จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากคุณหมอก่อน

ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง กล้วย ส้ม เนื่องจากโพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่ผลต่อการใช้ยาขับปัสสาวะ หากโพแทสเซียมในเลือดผิดปกติจนทำให้เกิดพิษจากยากที่ออกฤทธิ์ต่อหัวใจ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น ยาไดออกซิน (dioxin)

อาหารที่มีสารไทรามีนสูง เช่น อาหารจำพวกยีสต์หมัก เช่น เบียร์หมัก ไวน์ ไส้กรอก ถั่วปากอ้า ช็อกโกแลต

แม้จะมีคุณสมบัติช่วยควบคุมความดันเลือด แต่ถ้ากินร่วมกับยาต้านโรคซึมเศร้าบางชนิด เช่น เซเลจิลีน (selegiline) อาจทำให้สารไทรามีนสะสมมากกว่าปกติจนเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ความดันเลือดสูงขึ้นจนเป็นอันตรายได้

ขนม ลูกอมที่มีส่วนผสมของชะเอมเทศซึ่งเป็นสารแต่งกลิ่น หากกินเยอะๆ และต่อเนื่องนางๆ จะทำให้เกิดการคั่งสะสมของเกลือและน้ำทำให้ตัวบวม ถ้ากินร่วมกับยาลดความดันเลือดก็จะออกฤทธิ์ขัดแย้งกัน ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่

เครื่องดื่มที่ ห้ามกินคู่กับยา

นมและผลิตภัณฑ์จากนม น้ำแร่ มีแคลเซียมที่มีผลต่อการดูดซึมของยา เพราะแคลเซียมจะจับตัวกับยาบางชนิดทำให้ร่างกายดูดซึมไม่ได้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาลดลง   ควรงดเว้นการกินยาพร้อมนมหรือน้ำแร่ หรือเว้นระยะห่างหลังจากกินนมประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนกินยา

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อกินพร้อมยาฆ่าเชื้อ เมโทรนิดาโซล (metronidazole) ยาต้านเชื้อรา กรีซิโอฟูลวิน (griseofulvin) หรือยารักษาเบาหวาน ไกลบูไรด์ (glyburide) อาจทำให้เกิดอาการเมาค้าง ตัวเอง ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน หรืออาจแน่นหน้าอก รวมถึงการใช้ยานอนหลับร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มแอกอฮอล์ อาจทำให้เกิดอันตรายจากการกดประสาท จนอาจหยุดหายใจเสียชีวิตได้

ชาเขียว หากดื่มปริมาณมากๆ พร้อมกับกินยาต้านแข็งตัวของเลือด อาจทำให้ยาไม่สามารถออกฤทธิ์ได้เต็มที่ หรือดื่มคู่กับยาลดไขมันในเลือด อาจทำให้เกิดตับอักเสบและกล้ามเนื้อสลายได้ สังเกตได้จากหากมีอาการปวดกล้ามเนื้อผิดปกติ หรือปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลเข้ม ควรรีบพบแพทย์ทันที

น้ำผลไม้บางชนิด เช่น เกรปฟรุต ผลไม้ตระกูลส้มโอ  น้ำเสาวรส ส้มซ่า แม้ช่วยเรื่องต้านอนุมูลอิสระ แต่มีงานวิจัยพบว่าการดื่มน้ำเหล่านี้มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาหลายชนิด เช่น ยาลดความดัน ยาลดไขมันในเลือด ยาคลายเครียด เนื่องจากยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในการเปลี่ยนแปลงยา จนอาจทำให้ระดับยาในเลือดสูงขึ้น เป็นอันตรายต่อชีวิต

สมุนไพรที่ห้ามกินคู่กับยา

สมุนไพรเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสุขภาพ แม้หลายคนคิดว่าสมุนไพรจะปลอดภัยเพราะเป็นสารธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรจากพืช สัตว์ หรือแร่ธาตุต่างๆ แต่สมุนไพรก็มีสารสำคัญที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาอาการต่างๆ ได้ เป็นยาอีกชนิดหนึ่ง จึงมีโอกาสเกิดการตีกันกับยาแผนปัจจุบันได้

แปะก๊วย ตังกุย โกจิเบอร์รี่ และกระเทียม ไม่ควรกินร่วมกับยาแผนปัจจุบันที่มีผลต่อเลือด เช่น แอสไพริน วาร์ฟาริน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงทำให้เลือดออกง่าย เลือดแข็งตัวช้ากว่าปกติ

ชะเอม ไม่ควรกินร่วมกับยาต้านการอักเสบ เพรดนิโซโลน (prednisolone) เพราะจะไปกดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

โสม ไม่ควรกินคู่กับยารักษามะเร็งหรือยาต้านซึมเศร้าบางขนิด เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงของยารักษามะเร็งหรือยาต้านซึมเศร้ามากกว่าปกติ

 

ข้อมูลจากหนังสือ ฉลาดรู้เรื่องยา เขียนโดย เภสัชกรหญิงดวงแก้ว อังกูรสิทธิ์

keyboard_arrow_up