ฟื้นฟูตับ ดูแลตับให้แข็งแรง ด้วยอาหารหาซื้อง่าย 8 ชนิด

ฟื้นฟูตับ เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

โรคตับมีหลายชนิด เพราะคนส่วนใหญ่ละเลยการ ฟื้นฟูตับ โรคตับที่พบมากคือตับแข็ง มีผลมาจากโรคตับเรื้อรัง โดยเมื่อเนื้อเยื่อตับถูกทำลาย ตับจะมีการฟื้นตัวและสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ แต่เนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นมาใหม่จะมีลักษณะผิดไปจากเดิม เกิดเป็นพังผืด เนื้อตับตะปุ่มตะป่ำ ทำให้การไหลเวียนของเลือดจากกระเพาะและลำไปสู่ตับไม่คล่องตัว ตับไม่สามารถทำงานได้ปกติ

ในระยะเริ่มแรกอาจจะไม่แสดงอาการ แต่ต่อๆ ไปตับจะทำงานน้อยลง เนื่องจากเนื้อเยื่อดีๆ มีปริมาณลดลง ผู้ป่วยจะมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียไม่มีแรง ตัวเหลืองตาเหลือง สีปัสสาวะเหมือนโค้ก บวม มีน้ำในช่องท้อง คันตามมือและเท้า โลหิตจาง อาการจะรุนแรงขึ้นจนมีอาการทางสมองหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

 

สาเหตุใหญ่ทำลายตับ

ไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันที่มักเร่งรีบ และไม่ได้เติมสิ่งดีๆ เข้าสู่ร่างกายมักเพิ่มความเครียดให้กับร่างกายได้มาก และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพตับด้วย

  • นอนดึกเกินไปและนอนตื่นสายเกินไป

  • ไม่ปัสสาวะตอนเช้า

  • กินมากไปในแต่ละมื้อ

  • ชอบอดอาหารเช้า

  • กินอาหารที่มีสารกันบูด สารแต่งกลิ่น สี รส มากเกินไป

  • ชอบกินอาหารดิบๆ แต่ไม่กินผักดิบ

  • กินอาหารไขมันทรานส์เสมอ

  • กินวิตามินเสริมมากเกินไป รับยาเกินขนาด

  • ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ประจำ

 

นอกจากนี้การได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลง วัสดุก่อสร้ง ส่วนประกอบจากเครื่องสำอางที่ไร้คุณภาพ ก็สามารถทำลายเซลล์ตับได้ โดยเมื่อตับทำงานได้ไม่เต็มที่ ก็จะทำให้ร่างกายมีอาการปวดศีรษะ ฟกช้ำง่าย วิกตกกังวล ซึมเศร้า สับสน อ่อนเพลีย มีปัญหาผิวพรรณ น้ำหนักขึ้น ความรู้สึกทางเพศลดลง  การทำงานของสมองแย่ลง หากตับถูกทำลายมากขึ้น ความสามารถในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายก็จะลดลง อาจเกิดการสะสมสารพิษในเลือดและสมองในที่สุด

 

เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ฟื้นฟูตับ

เลี่ยงอาหารที่สงสัยว่าร่างกายไม่ยอมรับ

อาหารอาจผลิตสารพิษในลำไส้ที่จะป่วนการทำงานของระบบขจัดพิษ เชื้อแบคทีเรีย และไวรัสได้ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ กาแฟและเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนมากไป บุหรี่ และยา ล้วนแต่มีผลต่อตับ

 

ฟื้นฟูตับ ด้วยอาหาร 8 ชนิด

กินแล้วควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด เพื่อช่วยเอนไซม์ย่อยอาหารง่ายขึ้น

กระเทียมและหอม  มีสารอัลลิซิน ซึ่งมีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ ตับต้องกรสารชนิดนี้ในการขจัดพิษ ส่วนกระเทียมช่วยตับขจัดสารปรอท วัตถุเจือปนอาหาร และฮอร์โมนเอสโทรเจน

ผักที่เป็นดอกๆ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี บรอกโคลี มีสารช่วยลดฤทธิ์ของสารพิษ

ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่น ในตอนเช้าหลังตื่นนอนจะช่วยฟกตับ และทำให้ตับทำงานดีขึ้น ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำดีฟอกกระเพาะและลำไส้ และกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้

บีตรู้ต ช่วยฟอกเลือดและดูดซับโลหะหนัก

ผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง พรุน ลูกเกด ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส้ม เกรปฟรุต แคนตาลูป ช่วยลดสารพิษประเภทไนโทรซามีนและแอฟลาท็อกซินในถั่ว และยังมีสารกลูโคซิเนเลตส์ ช่วยตับสร้างเอนไซม์ที่จำเป็นในการขจัดพิษ

แอปเปิ้ล มีสารเพกทินที่จับกับโลหะหนักในร่างกาย โดยเฉพาะในลำไส้ และขจัดออกจากร่างกาย ช่วยให้ตับไม่ทำงานหนัก

อาร์ติโช้ก ช่วยเพิ่มการผลิตน้ำดี ขจัดสารพิษและแบคทีเรียจากลำไส้ และยังช่วยลดคอเลสตอรอล ไตรกลีเซอร์ไรด์

ผักสลัดเขียวรสขม เช่น ร็อกเก็ต แดนดิไลออน ชิคอรี รสขมของผักเหล่านี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำดีภายในตับ

 

เลี่ยงอาหารเค็มจัด หวานจัด

อยากกินอาหารอร่อยไม่ยาก ใช้สมุนไพร เครื่องเทศ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กะเพรา โหระพา ขมิ้น พริก มะนาว ปรุงรสแทนน้ำปลา น้ำตาลและผงชูรส

 

ลดและเลี่ยงแอลกอฮอล์

ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 2.5 ลิตร และควรเลี่ยงแอลกอฮอล์ซึ่งจะทำลายเนื้อเยื้อตับ หากเลี่ยงไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะว่า ไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้วสำหรับผู้ชาย และไม่เกินวันละ 1 แก้ว สำหรับผู้หญิง

โดยตับเป็นเนื้อเยื่อที่งอกได้ ¾ เมื่อถูกตัดออก และสามารถงอกเป็นปกติได้ภายใน 2 – 3 สัปดาห์ แต่คนที่ดื่มหนักเกินไป แอลกอฮอลล์จะทำลายเซลล์อย่างถาวร ทำให้เกิดแผลเป็น คือตับแข็งนั่นเอง

ที่สำคัญคือ ควรเลี่ยงการกินยากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งยาสมุนไพร เราะสารเคมีที่มีส่วนประกอบของยาอาจเป็นอันตรายต่อเซลล์ตับได้ โดยเฉพาะเมื่อมีแอลกอฮอล์เข้าไปเป็นส่วนประกอบ

 

เลี่ยงมลพิษจากสิ่งแวดล้อม ควัน  เสปรย์พ่นสี

สารพิษเหล่านี้ผ่านเข้าสู่เส้นเลือดฝอยในปอด และผ่านไปถึงตับได้ โดยร่างกายจะขับพิษและขจัดออกทางน้ำดี ดังนั้น สภาพแวดล้อมที่อยู่ควรมีระบบถ่ายเทอากาศที่ดี ใช้ผ้าปิดจมูกและปาก สวมเสื้อผ้าแขนยาวขายาวเพื่อปกปิดผิวหนัง ล้างสารเคมีที่ติดอยู่บนผิวหนังด้วยสบู่และน้ำ

 

เลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะ

เพราะยาปฏิชีวนะจะทำลายจุลินทรีย์ที่ดีซึ่งช่วยขจัดสารพิษในลำไส้ ยาลดกรดจะลดสภาวะกรดในธรรมชาติ ซึ่งจำเป็นต่อการย่อยอาหาร

ออกกำลังกายเบาๆ

การออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบน้ำเหลืองทำงานดีขึ้น ทำให้เหงื่อออก และผลิตปัสสาวะ ช่วยการทำงานของตับ และกระตุ้นลำไส้ให้ขจัดของเสีย ทั้งนี้ช่วยการขจัดพิษออกจากร่างกาย ฝึกการหายใจลึกๆ ออกซิเจนจะเข้าไปในเลือดและขจัดของเสียจากเลือด โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยเร่งการทำงานของระบบไหลเวียนของเลือด

หัวเราะคลายเครียดตับ

เป็นวิธีที่ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานดีขึ้น การหัวเราะช่วยเพิ่มแอนติบอดี ซึ่งเป็นด่านแรกในการต่อต้านการติดเชื้อ การรักษาอารมณ์ให้ดีและการออกกำลังกายเป็นยาวิเศษสุดสำหรับร่างกาย

ข้อมูลจากหนังสือ อาหารบำบัดโรค

 

 

keyboard_arrow_up