ตูน จีนแดง

เปิดตัวตนคนก๊อปปี้ “ ตูน จีนแดง ” มีอะไรซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก ตูน บอดี้สแลม

ตูน จีนแดง
ตูน จีนแดง

เปิดตัวตนคนก๊อปปี้ “ ตูน จีนแดง ” มีอะไรซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก ตูน บอดี้สแลม

บทสัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นในร้านกาแฟย่านรามคำแหง เขามาในลุคที่ทุกคนคุ้นเคยและไม่ผิดไปจากที่เราคิดไว้ เสื้อยืดสีเทาเข้ม กางเกงขาเดฟขาดๆ และรองเท้าผ้าใบคู่ใจ มาดร็อคขรึมๆ เท่ๆ ของเขาทำเอาคนรอบข้างแอบเหลือบมองอยู่หลายครั้ง แม้บรรยากาศในร้านดูจะผ่อนคลาย ชวนให้นั่งคุยกันยาวๆ แต่เราต้องรีบทำเวลาพอสมควร เพราะวันนี้เขามีคิวงานต่อในช่วงเย็น ไม่ใช่คิวงานร้องเพลง ให้สัมภาษณ์ หรือซ้อมวิ่งมาราธอนที่ไหน แต่เขาต้องรีบไปขายบาร์บีคิวต่อที่ตลาดเลียบด่วน … ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะเขาไม่ใช่ตูน วงบอดี้สแลม แต่เขาคือ เบียร์ ณัฐพล โกษากุล หรือที่ใครๆ รู้จักเขาในฐานะ “ ตูน ก๊อปปี้ ” หรือ “ ตูน จีนแดง 

เบียร์ ทักทายทีมงานทุกคนด้วยความเป็นกันเอง และนั่งลงในท่าผ่อนคลาย สลัดมาดขรึมทิ้ง ถอดหน้ากาก ตูน บอดี้สแลม วางไว้ชั่วขณะ และพร้อมให้สัมภาษณ์กับเราถึงตัวตนของเขาจริงๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเป็นตูน

อะไรทำให้เบียร์เริ่มต้นมาเป็นพี่ตูนก๊อปปี้ได้คะ

ส่วนตัวผมชอบพี่ตูนอยู่แล้วครับ ตามไปทุกที่ แล้วก็เริ่มมีคนมาทักว่า ผมเหมือนพี่ตูน ผมก็เริ่มมามองตัวเอง ตอนนั้นรู้สึกว่า ไม่เห็นเหมือนเลย เหมือนตรงไหน แต่ว่าตั้งแต่มีคนทัก ผมก็เริ่มพยายามทำตัวเองให้เหมือนพี่ตูน แต่งตัวให้ดูละม้ายคล้ายคลึงกับพี่ตูน กระทั่งโกนหนวดก็ทำตาม

จนครั้งหนึ่งผมตามไปดูคอนเสิร์ตพี่ตูน มันมีจังหวะหนึ่งที่พี่ตูนเขาเห็นเราอยู่หน้าเวที เขากับ พี่ปิ๊ด (มือเบส) และพี่ยอด (มือกีตาร์) ก็ขำเรา แล้วชี้ลงมาที่เรา จากนั้นพี่ตูนก็ดึงเราขึ้นไปร่วมแสดงบนเวทีด้วย

หลังจากครั้งนั้น ก็มีพี่ๆ กลุ่มหนึ่งที่เขาเป็นก๊อปปี้โชว์กันอยู่แล้ว เขาได้เห็นผมขึ้นเวทีกับพี่ตูน แล้วพูดกันว่า เด็กคนนี้มีความกล้าแสดงออก ก็เลยดึงผมเข้าไปอยู่ในกลุ่มด้วย ชวนให้ไปแสดงตามอีเวนท์ต่างๆ มีค่าตอบแทนให้ แบ่งเรทออกต่างจังหวัดราคาหนึ่ง อยู่ในกรุงเทพฯ ราคาหนึ่ง ตอนนั้นผมก็คิดว่า อู๊ย ทำไมมันได้เยอะจัง เราไม่เคยทำงานได้ค่าตอบแทนขนาดนี้ เลยตัดสินใจเข้าไปอยู่ในทีมตั้งแต่ตอนนั้นครับ

เริ่มขึ้นเวทีครั้งแรกในฐานะ ตูน จีนแดง เป็นอย่างไรบ้าง

ครั้งแรกที่ขึ้นเวที ผมไม่กล้าแสดงออกเลย เพราะไม่ได้ผ่านการเป็นนักร้องมา แล้วก็ยังถูกผู้ใหญ่ว่า ว่าจะมานิ่งๆ อย่างนี้ไม่ได้นะ เราก็พยายามทุกอย่าง พยายามแกะ พยายามเลียนแบบให้ดูละม้ายคล้ายคลึงพี่ตูนไปหมด พยายามทำทุกท่าทางให้เหมือนเขา

อย่างนี้เบียร์ต้องปีนเสาทุกงานเลยไหม เพราะเห็นพี่ตูนก็ชอบปีนเสาเวที

(หัวเราะ) แต่ก่อนนั้นยังไม่ปีนครับ มาเริ่มปีนครั้งแรกตอนที่ไปแสดงก๊อปปี้โชว์เลียนแบบพี่ตูนในรายการ Thailand Got Talent  Season 5 พอผมปีนเสาครั้งนั้น มันก็เลยติดภาพมา หลังจากนั้นพอไปออกงานไหน ผมก็ปีนเสาทุกงาน แต่วันนี้ไม่ปีนแล้วนะ เพราะลูกค้าบอกว่า จะปีนอีกแล้วเหรอคุณตูน (หัวเราะ) ผมก็เลยคิดว่า ไม่ปีนแล้วดีกว่า พยายามหาอะไรใหม่ๆ มาเล่นดีกว่า

หลังจากไปออกรายการครั้งนั้น ชีวิตเปลี่ยนไปบ้างไหม

จริงๆ ต้องบอกก่อนว่า เคยไปออกรายการทีวีก่อนหน้านั้นหลายรายการแล้วนะ แต่ก็ยังไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร แต่พอหลังจากไปออกรายการนี้ โปรดิวเซอร์ก็โทรมาบอกว่า “เบียร์ ขอบคุณรายการเลยนะ เอ็งน่ะดังแล้ว” ตอนแรกผมก็งงว่าดังอะไร แต่พอมาเปิดดูในยูทูป ก็เลยได้เห็นว่า แค่วันแรกที่ออกอากาศก็มียอดคนดูล้านวิวแล้ว ทำให้เริ่มมีคนรู้จักเรา อาจจะไม่ได้มีงานแสดงเพิ่มเท่าไหร่ แต่พอคนรู้จักเยอะขึ้น ก็ทำให้เริ่มขายของ (ขายบาร์บีคิว) ได้มากขึ้น ก็เลยรู้สึกขอบคุณรายการครับ

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป

นอกจากเบียร์แล้ว ในวงการก๊อปปี้ยังมีพี่ตูนอีกไหม

จริงๆ แล้ว มีคนเหมือนพี่ตูนมากกว่าผมตั้งเยอะแยะ แต่เขาอาจจะไม่ได้รับโอกาส ตอนนี้หลักๆ ที่คนรู้จัก อยู่ในวงการเหมือนกัน ก็จะมีสองคนครับ อีกคนคือ พี่เจมส์ คนนี้เขาเหมือนกว่าตัวจริงด้วย (หัวเราะ)

แต่เราก็ต้องมีจุดเด่นที่เราไม่เหมือนก๊อปปี้คนอื่นด้วยหรือเปล่า

จุดที่ผมไม่เหมือนคนอื่นเลย คือผมมีนิสัยทะเล้น ตัวจริงพี่ตูนเขาจะเป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ คนมาก๊อปปี้พี่ตูนเลยต้องวางตัวนิ่งๆ ตาม แต่ผมจะทำคนละอย่าง ผมว่าอย่างไรผมก็เป็นก๊อปปี้ เราไม่ใช่ตัวจริง จะให้เรามาเล่นหล่อๆ เหมือนพี่ตูน คนเขาก็ไม่มาถ่ายรูปอยู่ดี หรือเขาอาจจะแค่มาถ่ายรูปด้วยตอนแรกที่เราเริ่มออกไปแสดง แต่ถ่ายเสร็จเขาก็เกิดอาการเบื่อ ไม่สนุก แล้วก็เดินกลับเข้าไปนั่ง ผมเลยตัดสินใจเปลี่ยนไปเล่นไลน์พี่แจ๊ส (แจ๊ส ชวนชื่น) เล่นเป็นตลก เฮฮาไปเลยดีกว่า อย่างไรคนเขาก็มองภาพเราเป็นตลก มองภาพเราเป็นก๊อปปี้โชว์ไปแล้ว ผมเลยใช้วิธีนี้ในการแสดงมากกว่า ตอนแรกก็สวมมาดพี่ตูนไปก่อน ออกไปหล่อๆ ก่อน “สวัสดีคนไทยทุกคนครับโผม” โอเค ไม่มันส์ใช่ไหม อย่างนั้นถอดเสื้อ ต่อมาก็เล่นไลน์พี่แจ๊สเลย

นอกจากเรื่องรายได้ การเป็นพี่ตูนช่วยให้ชีวิตหรือความคิดเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ก่อนหน้าจะมาเป็นพี่ตูน ผมเคยเกเรมาก เรียนไม่จบ คบกับอาจารย์ผู้หญิง เจ้าชู้ ตีรันฟันแทงกับต่างสถาบัน ใครมองหน้าก็พร้อมมีปัญหา เป็นคนใจร้อน อาจจะเป็นเพราะผมเกิดมาในสังคมแบบสลัม ไม่ได้มีพ่อแม่ อยู่แต่กับแกงค์เด็กแวนซ์ เลยถูกปลูกฝังให้เป็นแบบนั้น แต่ทุกวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนหมดเลย ด้วยภาพของพี่ตูนด้วย และก็เพราะเรามีลูกมีเต้าแล้วด้วย ผมเลยคิดว่าไม่เอาแล้ว ไม่อยากทำให้ลูกเห็น เป็นคนน่ารักดีกว่า ง่ายกว่าเยอะเลย ทุกวันนี้ผมมองภาพแวนซ์แย่ไปแล้ว เราไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว กลับมาเป็นคนน่ารักกับสังคม ช่วยเหลือสังคมดีกว่า และถ้ามีโอกาสก็คิดว่าจะกลับไปเรียน กศน. ครับ

ปกติคนเราจะมีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเอง การที่เบียร์ต้องใช้ชีวิตตัวเองให้เป็นเหมือนคนอื่น มันยากมากน้อยขนาดไหน

ยากครับ ก็ไม่รู้นะว่ามันออกมาดีหรือเปล่า หรือว่าตัวจริงเขาจะชอบหรือเปล่า แต่ก็พยายามทำให้มันออกมาดีที่สุด มนุษย์เขามองกันสองตา เขาก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ ผมบอกได้เลยว่าผมไม่ใช่ตัวจริง ผมยังเป็นเบียร์ของผมเหมือนเดิม ในเวลาปกติผมก็ใช้ชีวิตปกติ แต่งตัวปกติ เป็นเบียร์เหมือนเดิม แต่ถ้าถึงเวลาทำงาน ผมก็ต้องแต่งตัวให้เหมือนเขา ทำทุกอย่างให้เหมือนเขา พยายามรักษาภาพพจน์ของเขาไว้ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ อาจจะเป็นเพราะผมชอบความเป็นพี่ตูนอยู่แล้วด้วย แล้วผมก็มองว่าการเป็นพี่ตูนเป็นงานในชีวิตของผมด้วย เลยทำให้ไม่มีปัญหา

คิดว่าจะใช้ชีวิตเป็นพี่ตูนไปอีกนานแค่ไหนคะ

คงไม่น่าทำได้นานนะครับ ผมมองว่าอะไรมันก็ไม่แน่นอน งานก๊อบปี้มันไม่ยั่งยืน มันคงไม่มีตลอด เราคงไม่เหมือนพี่ตูนไปจนวันตาย วันหนึ่งเสียงผมอาจจะไม่เหมือนเสียงเขาแล้ว ผมอาจจะปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนอ้วนกว่าเขา หรือวันหนึ่งพี่ตูนเขาอาจไปถึงระดับโลกแล้ว เราจะไปตามเขาตลอดมันก็ไม่ได้ เรามีครอบครัวแล้วด้วย ก็ต้องหาทางทำอะไรที่มันต่อยอดได้อีก เพิ่มมูลค่าได้อีก ทุกวันนี้ผมเลยจับทางอีกทางหนึ่ง คือขายของ ซึ่งเป็นอาชีพที่มีอยู่แล้วของญาติพี่น้อง เราก็ลองเอามาปรับ มาแต่งดู เพราะเรารู้ว่างานก๊อปปี้มันต้องจบลงสักวันหนึ่งครับ

แม้จะเป็นเพียงบทสนทนาสั้นๆ แต่เบียร์ก็ทำให้เราได้เรียนรู้บางอย่างเพิ่มขึ้นว่า ไม่ผิดเลยที่เราจะใช้ชีวิตภายใต้หน้ากากคนอื่นบ้างเป็นครั้งเป็นคราว เพราะการสวมหน้ากากอาจไม่ได้เลวร้ายเสมอไป กลับกันหน้ากากก็มีประโยชน์กับเราได้ในบางแง่มุม แต่พอถึงเวลาที่ต้องกลับมาอยู่กับตัวเอง เราต้องไม่หลงลืมว่า หน้ากากนั้นไม่ใช่ตัวตนของเราจริงๆ และเหนือสิ่งอื่นใด เราต้องทำใจยอมรับให้ได้ว่า ไม่มีใคร สวมหน้ากากเป็นใครได้ตลอดไป

เรื่อง รำไพพรรณ บุญพงษ์ ภาพ Beck Sabbath

keyboard_arrow_up