เป้ พงศกร พงษ์ศักดิ์

นักธุรกิจผู้ยึดหลัก อิทธิบาท4 และตื่นรู้อยู่กับปัจจุบัน เป้ พงศกร พงษ์ศักดิ์

account_circle
event
เป้ พงศกร พงษ์ศักดิ์
เป้ พงศกร พงษ์ศักดิ์

นักธุรกิจผู้ยึดหลัก อิทธิบาท4 และตื่นรู้อยู่กับปัจจุบัน เป้ พงศกร พงษ์ศักดิ์

นักธุรกิจผู้ยึดหลัก อิทธิบาท4 และตื่นรู้อยู่กับปัจจุบัน เป้ พงศกร พงษ์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทดริ้งค์โคโลจีสต์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มอีฟ ฟรุตตามิน

หลายคนมองธรรมะว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่สำหรับ คุณเป้ – พงศกร พงษ์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทดริ้งค์โคโลจีสต์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มอีฟ ฟรุตตามิน ไม่เพียงแต่มองว่าธรรมะเป็นเรื่องใกล้ตัวเท่านั้น แต่ยังนำหลักของธรรมะคืออิทธิบาท 4 และการอยู่กับปัจจุบันมาใช้ในชีวิตจริง

เส้นทางการทำงานก่อนมาทำแบรนด์เครื่องดื่มอีฟ ฟรุตตามิน

“ผมเริ่มชีวิตการทำงานจากการทำธุรกิจ ในเครือของครอบครัว คือธุรกิจสิ่งทอ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจศูนย์การค้าเดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์ และเป็นประธานบริหารสนามสุวรรณกอล์ฟแอนด์คันทรีคลับ ซึ่งยังทำอยู่จนถึงทุกวันนี้”

แม้มีธุรกิจของครอบครัวอยู่แล้ว คุณพงศกรก็ต้องการที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งธุรกิจนั้นเริ่มมาจากความชอบ

“ผมเป็นคนชอบกินอะไรใหม่ ๆ ชอบดื่มเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ จึงเริ่มหันมาศึกษาธุรกิจเครื่องดื่มอย่างจริงจัง โดยไปศึกษาที่ต่างประเทศหลายปี เพื่อดูวิธีการผลิตจนจบกระบวนการ หลังจากนั้นก็มาก่อตั้ง บริษัทเจนเนอรัล เบฟเวอเรจ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์ให้แบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ เวลานั้นผมชอบดื่มเครื่องดื่มที่ผสมเนื้อผลไม้ จึงศึกษาถึงประโยชน์ที่แท้จริงของเครื่องดื่มแบบนี้ แล้วจึงเริ่มทำแบรนด์อีฟฟรุตตามิน ตอนนี้วางขายในต่างประเทศเกือบ30 ประเทศแล้วครับ”

แม้ได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า แต่ใช่ว่าธุรกิจจะไม่เคยเกิดปัญหา
“ตอนโรงงานเปิดใหม่ๆ ลูกค้าเข้ามาเยอะ แต่เครื่องจักรผลิตไม่ทันตามที่ลูกค้าต้องการ และเครื่องจักรก็เสียบ่อย พนักงานในโรงงานก็ยังใหม่กันอยู่ จนลูกค้าบางรายบ่นว่ามันคือโชคร้ายของเขา เขาผลิตกับที่อื่นไม่เคย
มีปัญหาเลย แต่พอมาผลิตกับเราเจอแต่ปัญหาผมแก้ปัญหาโดยการให้คนรีบซ่อมเครื่องจักรให้เร็วที่สุด ตีสองตีสามก็ยังซ่อมกัน

“ผมเครียดมาก กังวลถึงผลกระทบในอนาคต กังวลหลายสิ่ง แต่ปัญหาก็ไม่คลี่คลายสุดท้ายผมเลือกที่จะปล่อยวาง ตั้งสติอยู่กับปัจจุบัน แล้วเข้าไปคุยกับลูกค้าให้เข้าใจสถานการณ์และหาทางออกร่วมกัน พอคุยกันด้วยเหตุผล เขาเข้าใจและเห็นใจ ตกลงกันได้ด้วยดี หลังจากนั้นผมก็ไปคุยกับพนักงานว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือประสบการณ์ เราจะเรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก”

คุณพงศกรเล่าว่า ธรรมะจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์แย่ ๆ ได้เสมอ

“สำหรับผม ธรรมะคือส่วนหนึ่งของชีวิต สมัยที่ผมเริ่มชีวิตการทำงานใหม่ ๆ ผมเครียด มีแต่ปัญหาประเดประดังเข้ามาเพื่อนแนะนำให้ผมลองไปปฏิบัติธรรมที่สถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งแถวๆ เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผมตัดสินใจไปทันที พอไปถึงก็เจอพระครูท่านหนึ่ง ท่านพาทำวัตร ผมจำได้ดีว่าบทแรกที่สวดคือ อิติปิโสฯ บทพื้นฐาน

ตอนสวดเราต้องมีสติมาก ๆ เพราะถ้าไม่มีสติจะสวดผิด จิตที่กระเจิดกระเจิงเพราะปัญหารุมเร้าของผมกลับมาอยู่กับตัวทันที จากนั้นพระท่านก็เทศน์ให้สติผม และนั่นคือการไปถือศีล 8 ครั้งแรกในชีวิต

“ตั้งแต่นั้นมาผมนำธรรมะมาใช้ในชีวิตตลอด อย่างการทำงานผมใช้หลักอิทธิบาท 4 ฉันทะ ต้องถามตัวเองว่ารักในสิ่งที่ทำไหม ถ้ารัก วิริยะคือความเพียรที่จะทำในสิ่งนั้นๆ จะตามมา แล้วจิตตะคือความเอาใจใส่ก็จะมีควบคู่ไปด้วย สุดท้ายวิมังสา เราจะเต็มใจที่จะวิเคราะห์สิ่งที่เราทำ แล้วหาทางพัฒนาต่อให้มันดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

“นอกจากนั้นผมยังให้ความสำคัญกับการอยู่กับปัจจุบัน เนื่องจากผมรับผิดชอบหลายธุรกิจ บางทีเข้าประชุมบริษัทแรกเจอปัญหา พอไปบริษัทที่สองก็ต้องวางปัญหาของบริษัทแรก แล้วตั้งสติเพื่ออยู่กับปัจจุบันก่อน จะเอาความเครียดจากบริษัทแรกมาใส่ปัจจุบันตรงหน้าไม่ได้ การวางปัญหาไว้ก่อนไม่ใช่การละเลย แต่วางไว้เพื่อนำมาพิจารณาถึงทางแก้ปัญหาทีหลัง เมื่อเราไม่มีภาระกับสิ่งตรงหน้าแล้ว หลักการแก้ปัญหาของผมก็คือ ตัดอดีต ตัดอนาคต แล้วทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ”

สุดท้ายแล้วไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ธรรมะ คือสิ่งใกล้ตัวที่ช่วยเยียวยาทุกสิ่งได้เสมอ 

เรื่อง อุรัชษฎา ขุนขำ ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี
ผู้ช่วยช่างภาพ กำพล ยอดเมือง สไตลิสต์ ณัฏฐิตา เกษตระชนม์ 

Secret คือแรงบันดาลใจ
สั่งซื้อนิตยสารหรือสมัครสมาชิก Secret ได้ที่ 0-2423-9889
ทาง Naiin.com : https://www.naiin.com/magazines/title/SC/

keyboard_arrow_up