ปาฏิหาริย์จากการสวดมนต์ เติมเต็มความสุขของลมหายใจสุดท้าย

ปาฏิหาริย์จากการสวดมนต์
ปาฏิหาริย์จากการสวดมนต์

เรื่องเล่า ปาฏิหาริย์จากการสวดมนต์

ปาฏิหาริย์จากการสวดมนต์ ทำให้ทุกครั้งที่เธอรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา เธอจะรู้สึกตัวเบา ความเจ็บปวดต่าง ๆ ลดลงอย่างน่าประหลาด

ฉันชื่อสุธีทัศน์ ติณวัฒนานนท์ อายุ 36 ปี เป็นนักแปลอิสระ

ตั้งแต่เด็กจนโต ความเจ็บป่วยเกาะติดฉันราวกับเงาตามตัว อายุ 12 ปีฉันป่วยเป็นโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังจนทำให้หูหนวกและยังประสบอุบัติเหตุที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดหลายครั้ง ทั้งจมน้ำและถูกรถชน

การที่ฉันเจ็บป่วยเป็นประจำ แม่จึงพาไปหาพระหลายรูปและหมอดูหลายคนซึ่งบอกคล้าย ๆ กันว่า ชาติก่อนฉันเคยเป็นเจ้าคนนายคน แต่เพราะเป็นคนใจบาปสั่งให้บริวารฆ่าคนและสัตว์ใหญ่มากมายบาปกรรมที่ทำไว้เจ้ากรรมนายเวรไม่ให้อภัยจึงตามมาเอาคืนในชาตินี้

แม้พ่อกับแม่ไม่เชื่อสนิท แต่ก็เป็นกังวลใจ ท่านทั้งสองจึงชอบพาฉันเข้าวัดทำบุญ และพร่ำสอนอยู่เสมอว่า ถ้าอยากอยู่กับพ่อแม่นาน ๆ ให้ทำบุญเยอะ ๆ ทำให้ฉันชอบทำบุญตั้งแต่เด็ก

ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย ฉันแข็งแรงสามารถเรียนและทำกิจกรรมได้เหมือนกับนักศึกษาคนอื่น และเป็นช่วงเวลาที่ได้ทำบุญมากที่สุดด้วย เพราะเป็นสมาชิกชมรมพระพุทธศาสนา จึงมีส่วนช่วยจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับการทำบุญมากมาย เช่น ทำบุญตักบาตรตอนเช้า สวดมนต์เย็นที่หอพระจัดปฏิบัติธรรมที่วัดต่างจังหวัดในช่วงปิดภาคฤดูร้อน รวมทั้งเชิญชวนนักศึกษาบริจาคของใช้และอาหารแก่เด็กด้อยโอกาส

หลังจากเรียนจบ สุขภาพฉันก็ทรุดลงเรื่อย ๆ ทำงานได้เพียง 4 เดือนก็ป่วยเป็นโรคเบาหวานขั้นรุนแรงจนต้องฉีดอินซูลินทุกวันจนเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2556 หมอตรวจพบว่าฉันป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้าย ต้องฟอกไตทุกวันอังคารและวันเสาร์ ต่อมาไม่นานก็ตรวจพบอีกว่าฉันป่วยเป็นโรคหัวใจโตความดันโลหิตสูง น้ำท่วมปอด โรคโลหิตจางโรคลำไส้อักเสบ และมีอาการตับบวม

วิบากกรรมที่หนักที่สุดเกิดในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ขณะกำลังทำงานฉันเกิดอาการหัวใจล้มเหลวและถูกนำตัวส่งเข้าแผนกผู้ป่วยหนัก (ICU) แพทย์และพยาบาลพยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากเป็นหลายโรคจึงแพ้ยาหลายชนิดสุดท้ายหมอลงความเห็นว่าไม่สามารถรักษาได้ และบอกพ่อกับแม่ให้เตรียมใจ

วันต่อมา เพื่อน ๆ ต่างพากันมาเยี่ยมและนำหนังสือสวดมนต์มาให้หลายเล่มบางคนก็อ่านหนังสือเรื่อง อ่านได้ วางได้ ความตายไม่มี ของ กลุ่มเพื่อนธรรม ให้ฟังฉันจึงรู้ว่า หากขณะจิตสุดท้ายก่อนตายได้นึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะช่วยส่งดวงวิญญาณให้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี

หลังจากนั้น เมื่อรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา ฉันรีบสวดมนต์เพื่อสงบจิตใจเตรียมพร้อมรับชะตากรรม ทุกครั้งที่สวดมนต์ฉันรู้สึกตัวเบา ความเจ็บปวดต่าง ๆ ลดลงอย่างน่าประหลาดใจ ฉันจึงตั้งจิตอธิษฐานว่า

“หากยังไม่ถึงคราวที่ลูกต้องตายจริง ๆ ขอให้ผลบุญที่เคยทำช่วยให้ออกจากโรงพยาบาลในครั้งนี้ เมื่อหายดีแล้ว ลูกจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรไม่ขาดจนกว่าจะหมดลมหายใจ”

สองวันต่อมา ฉันถูกย้ายไปอยู่ห้องพิเศษ และสุดท้ายก็ได้ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน เมื่ออาการดีขึ้น ฉันรีบไปถวายสังฆทาน ปล่อยนก ปล่อยปลาและปฏิบัติธรรมโดยอุทิศกุศลผลบุญทั้งหมดแก่เจ้ากรรมนายเวร

ทุกวันนี้ฉันสวดมนต์และเดินจงกรมก่อนนอนทุกคืน เพื่อตัดความกังวล ความทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บป่วย หากพรุ่งนี้ฉันไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกก็ไม่เป็นไร เพราะจิตสุดท้ายของฉันได้ระลึกนึกถึงสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

บทความนี้เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร Secret ฉบับที่ 163 คอลัมน์ Power of Merit เรื่อง “ความสุขของลมหายใจสุดท้าย” โดย สุธีทัศน์ ติณวัฒนานนท์ เรียบเรียง Ametal ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี


บทความน่าสนใจ

“นิมิตฝัน” อัศจรรย์จากการสวดมนต์

Q: สวดมนต์เปลี่ยนน้ำสกปรกให้เป็นน้ำสะอาดได้จริงหรือ

สวดมนต์ทำไมและสวดอย่างไรไม่เป็น “มนต์คาถา” ท่านว.วชิรเมธีมีคำตอบ

 

keyboard_arrow_up