ครูชบา อ่อนนาค

สู้เพราะรัก พันธกานต์ – ครูชบา อ่อนนาค สองน้ำใจมอบให้สุนัขจรจัด

ครูชบา อ่อนนาค
ครูชบา อ่อนนาค

สู้เพราะรัก พันธกานต์ – ครูชบา อ่อนนาค สองน้ำใจมอบให้สุนัขจรจัด

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยเสียน้ำตาให้เจ้ามอม ในเรื่องสั้นของ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช คุณคงจดจำความจงรักภักดีที่สุนัขตัวหนึ่งมีต่อเจ้านายของมันได้เป็นอย่างดี

ความผูกพันแบบเพื่อนตายที่เจ้ามอมมีต่อนายของมันในยามยากยืนยันว่า หากลองได้รัก…สุนัขจะถวายชีวิตให้ผู้เป็นเจ้าของอย่างหมดจิตหมดใจ

คำถามมีอยู่ว่า แล้วถ้าวันหนึ่งเจ้าของหมดรักมันแล้วเล่า เจ้าสี่ขาผู้ซื่อสัตย์จะมีทางเลือกอื่นใด นอกจาก…

“เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของสุนัขและแมวเร่ร่อนล้วนเคยมีเจ้าของมาแล้วทั้งสิ้น แต่วันหนึ่ง…เมื่อเจ้าของไม่รักมันแล้วเจ้าตูบเจ้าเหมียวตาดำๆ ก็ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นปัญหาของสังคมอย่างไม่มีทางเลือก

“เราพบว่าสุนัขหรือแมวจรจัดตามแหล่งชุมชน วัดสถานที่ท่องเที่ยว โรงเรียน สถานที่ราชการ ฯลฯ แทบทุกตัวเป็นโรคผิวหนัง ตัวเมียมดลูกอักเสบ บางตัวที่ตั้งท้องอาจต้องตายทั้งแม่ทั้งลูก ไม่เคยมีตัวไหนได้รับการฉีดวัคซีนแต่ละตัวผอมกะหร่อง…และตามมาด้วยการล้มตายเหมือนใบไม้ร่วง”

ด้วยความที่ไม่อาจทนเห็นเพื่อนร่วมโลกต้องเผชิญชะตากรรมอันแสนรันทด ลูกตาล – พันธกานต์ อ่อนนาค และ ครูชบา อ่อนนาค ผู้เป็นแม่ จึงบอกกับตัวเองว่า “ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อสัตว์ที่เป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายของเรา”

“เนื่องจากคุณแม่เป็นครูสอนพระพุทธศาสนา ครอบครัวเราจึงมีความเมตตาต่อสัตว์อยู่เป็นทุน เบื้องต้นเราช่วยเหลือไปตามสถานการณ์ สุนัขตัวไหนป่วยเราก็พาไปหาหมอ ฉีดวัคซีนป้องกันสารพัดโรค ทั้งโรคพิษสุนัขบ้า โรคหัด โรคลำไส้อักเสบ โรคหลอดลมอักเสบ โรคผิวหนังส่วนหมาแมวเพศเมียเราก็ทำหมันหรือไม่ก็ฉีดยาคุมกำเนิดเพื่อเป็นการตัดวงจรสุนัขและแมวจรจัด”

วัคซีนแต่ละเข็มที่ฉีดให้หมาแมวแต่ละตัวหมายถึงค่าใช้จ่ายของครอบครัวอ่อนนาค…ซึ่งนับวันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

“ถ้าให้เราสองคนแม่ลูกจับสุนัขและแมวจรจัดไปรักษาที่คลินิกทีละตัว ซึ่งแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ตาลคิดว่าวิธีนั้นไม่ต่างจากการเปลี่ยนทุกข์ของแมวและหมา…ให้มาเป็นทุกข์ของคนแทน

“จากทุนที่มีอยู่ เราอาจช่วยหมาแมวได้ไม่กี่สิบตัว ในขณะที่มีน้องหมาน้องแมวรอความช่วยเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก”

คุณแม่และลูกสาวจึงต้องกลับมาทบทวนกันใหม่…ว่าปัญหาหมาแมวจรจัดเกิดจากอะไรกันแน่

“จริงๆ แล้วต้นตอของปัญหาเกิดจากคน ยามที่สัตว์เลี้ยงน่ารัก เจ้าของก็รักก็เอ็นดู แต่ในยามที่เขาเจ็บป่วยก็หมดรักเสียดื้อๆ พอเป็นขี้เรื้อนก็รังเกียจ นำไปปล่อยวัด ถึงวัยเจริญพันธุ์ก็ไม่ยอมเสียเงินทำหมัน พอสุนัขหรือแมวคลอดลูกมาเก้าตัวสิบตัว เจ้าของก็ตัดปัญหาด้วยการนำลูกหมาลูกแมวไปปล่อยตามยถากรรม

“หลายครั้งที่เราต้องหดหู่ใจกับข่าวเจ้าเหมียวเจ้าตูบถูกวางยาเบื่อเพราะเมื่อปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น คนก็มักตัดปัญหาด้วยวิธีที่เป็นบาป”

ยามรักนั้นไม่มีปัญหา…เจ้าของจะอุ้มขึ้นนั่งบนตักและปล่อยให้หมาแมวคลอเคลียไม่ห่างกาย แต่ในยามป่วยไข้ไร้ขนปุกปุย…สิ่งที่คนเราไม่เคยมอบให้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักเลยคือ “ความรับผิดชอบ”

“เท่าที่ตาลเคยดูแลสุนัขและแมวจรจัดมา บางครั้งแม้จะเยียวยาร่างกายให้หายดีแล้ว แต่สังเกตได้ว่า จิตใจของพวกเขายังคงเฝ้าคิดถึง ‘เจ้านาย’ ที่ทิ้งเขาไป”

 

ลำพังเพียงการเร่ร่อน นอนตามข้างถนน เสี่ยงกับการถูกรถชนไปวันๆ ก็น่าเห็นใจเหลือเกินสำหรับเจ้าสัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ นี่ถ้าหากมันมีความรู้สึกเหมือนคน…พวกมันคงเจ็บปวดไม่ต่างจากเรายามเมื่อถูกคนรักทิ้ง

ทุกครั้งที่เห็นแววตาใสซื่อของเจ้าจรจัดเหล่านั้น ลูกตาลและคุณแม่รู้สึกเหมือนกำลังถูกถามว่า…จะมีใครสักคนไหมที่ทำอะไรสักอย่างเพื่อพวกเขาอย่างจริงใจ

“หลังจากสัมผัสหัวใจที่บอบช้ำของเจ้าเหมียวและเจ้าตูบ ตาลก็ตัดสินใจสอบเอนทรานซ์เข้าเรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์ เพื่อในอนาคตตาลจะได้ช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงต่างๆ อย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาครอบครัวเราไม่มีสัตวแพทย์เป็นของตัวเอง ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือสัตว์เหล่านี้ค่อนข้างสูงทีเดียว

“ตาลกัดฟันอ่านหนังสืออย่างหนัก การสอบครั้งนั้นนับว่าสาหัสสำหรับคนหัวปานกลางอย่างตาล ผลออกมาปรากฏว่า ตาลสอบเอนทรานซ์ไม่ติด วันนั้นคุณแม่พูดกับตาลว่า…

“ลูกตาล” ทำดีที่สุดแล้ว ถึงสอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไร มหาวิทยาลัยเอกชนยังมี ถึงแม่มีเงินไม่พอ แต่แม่จะกู้สหกรณ์มาให้ ทองแม่ก็พอมีแม่เอาไปขายแล้วส่งหนูเรียนก็ได้

“คงเพราะเห็นความตั้งใจแน่วแน่ของลูกสาว คุณแม่จึงนำเงินที่เคยใช้จ่ายในการพาหมาแมวไปหาหมอมาส่งเสียตาลเรียนสัตวแพทย์แทน เพื่อที่ว่าเมื่อจบมาเราจะได้ช่วยน้องหมาน้องแมวได้ตลอดไป”

 

ขณะที่ลูกสาวมุ่งมั่นกับการเข้าห้องแล็บ เรียนรู้วิธีผ่าตัดทำหมันสัตว์ คนเป็นแม่ก็ก่อตั้งชุมนุม รักษ์สัตว์ รักษ์สังคม ณ โรงเรียนชลบุรี “สุขบท” ดำเนินการแก้ปัญหาสุนัขและแมวจรจัดอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

“ตาลกับคุณแม่เริ่มจากวางแผนระดมทุนจากกิจกรรมต่างๆ น้องๆ ลูกศิษย์ของคุณแม่ไปร้องเพลงเปิดหมวกรับบริจาคเงินเพื่อเป็นค่ายา บางครั้งเด็กๆ จะประดิษฐ์ของกระจุกกระจิกขาย เพื่อหารายได้มาเป็นค่าวัคซีน

“หลังจากที่ตาลเรียนจบก็มาเป็นสัตวแพทย์ในโครงการของตัวเองการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าและโรคติดต่อต่างๆ ตลอดจนการคุมกำเนิดให้สุนัขและแมวจึงคล่องตัวขึ้น นอกจากนี้เรายังประสานงานหาบ้านที่อบอุ่นและหาเจ้าของที่รักจริงให้กับสัตว์เหล่านั้นด้วย

“ที่ขาดไม่ได้ก็คือ เราปลูกจิตสำนึกให้ ‘คน’ มีความเมตตาต่อสัตว์ปลูกฝังทัศนคติเกี่ยวกับการดูแลและรับผิดชอบเพื่อนร่วมโลกอย่างจริงใจและไม่ฉาบฉวย”

สัตวแพทย์ลูกตาลยังคงยืนยันว่า ถ้าต้นตอของปัญหาหมาแมวจรจัดเกิดจากคน…ก็ต้องแก้กันที่คน

“พวกเราไม่ได้มุ่งหวังถึงขั้นจะเป็นผู้แก้ไขปัญหาอันหนักหนาทั้งหมด แต่เราเชื่อว่า หากเราร่วมมือกันค่อยๆ แก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เริ่มจากเด็กๆ ในโรงเรียน ขยายไปสู่วัด สู่ชุมชน และสู่สังคม วันหนึ่งเราจะได้เห็นสุนัขเร่ร่อนและแมวจรจัดมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มิตรภาพระหว่างคนกับสัตว์ก็เกิดขึ้นได้ไม่ยาก”

การที่คนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งลุกขึ้นเสียสละเพื่อเพื่อนต่างเผ่าพันธุ์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึงสี่ห้าปี…คงเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า พวกเขามีหัวใจที่กว้างขวางกว่าคนทั่วไป

“บ่อยครั้งเหมือนกันที่พวกเราต้องเผชิญกับความไม่เข้าใจของคนในสังคม เพราะบางคนยังมองว่าการจับสุนัขมาฉีดยาสลบแล้วผ่าตัดทำหมันเป็นเรื่องบาป กรณีเช่นนี้ ถ้าเราชี้แจงแสดงเจตนาดีแล้วยังไม่มีคนเข้าใจ ก็ต้องวางอุเบกขา คนเล็กๆ อย่างเราก็ทำได้เท่าที่กำลังกายและกำลังใจมี”

แม้ค่อนข้างเหนื่อยกับการที่คนไม่เข้าใจและไม่ให้ความร่วมมือ แต่ครอบครัวอ่อนนาคผู้รักษ์สัตว์ รักษ์สังคม มีคำตอบให้กับตัวเองมานานแล้วว่า สิ่งที่พวกเขาทำคือความเมตตากรุณาในความหมายที่แท้จริง

“เราทำทุกอย่างจากหัวใจที่ต้องการให้ผู้อื่นมีความสุข และเราก็ลงมือช่วยเหลือให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ความเมตตากรุณาในความหมายนี้ ไม่ควรถูกจำกัดว่าเป็นคุณธรรมที่มนุษย์ควรหยิบยื่นให้แก่มนุษย์ด้วยกันเท่านั้น แต่ควรเผื่อแผ่ไปยังสัตว์ต่างสปีชี่อย่างสุนัขและแมวด้วย ถ้าความพยายามของเราจะทำให้เจ้าตูบเจ้าเหมียวเหล่านั้นมีชีวิตที่ดีขึ้นมาบ้าง…ก็เป็นสิ่งที่เราควรพยายามไม่ใช่หรือ”

จริงอยู่ว่า มนุษย์และสัตว์มีความแตกต่างกันเรื่องชาติกำเนิด ขณะที่มนุษย์ถูกเรียกว่า “เวไนยสัตว์” แต่เจ้าสี่ขาหน้าขนถูกขนานนามว่า “เดียรัจฉาน” แต่ความต่างนั้นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้คนและสัตว์ “รักกัน” ไม่ได้…


เรื่องและภาพ อิสระพร บวรเกิด

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

มหาเถรสมาคม ประกาศจริงจัง เอาเรื่องกับคนที่เอาสัตว์มาปล่อยวัด

 

keyboard_arrow_up