น้อย ศิลารักษ์ เขียวสนาม

“เพาะรัก” เพราะรัก – น้อย ศิลารักษ์ เขียวสนาม กลุ่มเยาวชนเพาะรัก

น้อย ศิลารักษ์ เขียวสนาม
น้อย ศิลารักษ์ เขียวสนาม

“เพาะรัก” เพราะรัก น้อย ศิลารักษ์ เขียวสนาม กลุ่มเยาวชนเพาะรัก

“ทำไมต้องไปช่วยเหลือคนอื่น…เอาตัวเองรอดแล้วหรือ” น้ำคำของแม่แม้มิได้เกรี้ยวกราดแต่ก็ทำให้หัวใจของ น้อย ศิลารักษ์ เขียวสนาม อดเจ็บช้ำไม่ได้

สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเขาเคยถามตัวเองว่าเป้าหมายของชีวิตคืออะไร จนกระทั่งได้เข้าไปทำงานในองค์การเวิลด์คาร์พ สหพันธ์เยาวชนเพื่อสันติภาพของไทย เขาจึงตอบตัวเองได้ว่า เป้าหมายในชีวิตของเขาคือการช่วยเหลือผู้อื่น

เมื่อความคิดของเขาและแม่ไม่ตรงกัน น้อยและเพื่อนอีก 5 ชีวิตจึงเลือกเดินทางไปเช่าบ้านอยู่ที่เมืองดอกบัวงาม อุบลราชธานี เพื่อทำงานช่วยเหลือสังคมแทนการทำตามคำขอร้องของแม่ที่อยากให้เป็นข้าราชการนั่งโต๊ะ

แม้จะฝันได้ไกล แต่ใช่ว่าเขาจะสามารถไปถึงจุดหมายได้โดยง่าย เพราะปัจจัยหลักที่เรียกว่า “เงิน”มีไม่มากพอที่จะทำการใหญ่ น้อยจึงเริ่มต้นด้วยกิจกรรมช่วยเหลือสังคมแบบไม่นิยมเงินอย่างการเก็บขยะที่ทุ่งศรีเมือง สวนสาธารณะของจังหวัดอุบลราชธานี บางทีก็หิ้วกีตาร์หนึ่งตัวไปร้องเพลงเพื่อให้กำลังใจผู้ป่วยในโรงพยาบาล

นานไปคนร่วมอุดมการณ์ก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆน้อยและผองเพื่อนจึงตั้งชื่อกลุ่มว่า “กลุ่มเยาวชนเพาะรัก” กลุ่มเยาวชนที่มีความเชื่อว่า ยิ่งให้…ก็ยิ่งได้

“สังคมเราไม่ได้ขาดคนดี ไม่ได้ขาดคนเก่งไม่ขาดเงิน ไม่มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ แต่เราขาดความรัก เราจึงอยากเติมเต็มความรักให้กับคนทุกคนโดยหวังว่าอย่างน้อยที่สุดก็ช่วยเติมเต็มความรักให้กับตัวเราเองด้วย เราจึงตั้งชื่อว่า ‘กลุ่มเยาวชนเพาะรัก’”

“กิจกรรมที่เราทำบ่อยที่สุดคือ เดินไปกดกริ่งตามบ้านของคนในหมู่บ้านแล้วบอกเขาว่า ‘สวัสดีครับ พวกเรากลุ่มเยาวชนเพาะรักวันนี้ขอมาบริการรับใช้คุณครับ’ แล้วเราก็ไปช่วยเขาล้างรถ เก็บขยะ กวาดบ้าน ถูบ้าน เขียนข้อความดีๆ ร้องเพลงให้ฟัง…ผมอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าสังคมไทยของเราไม่เคยขาดคนมีน้ำใจ”

เมื่อมีเงินเข้ามามากขึ้น กิจกรรมใหญ่ๆ อย่างการรณรงค์ให้เด็กไทยรักนวลสงวนตัว เพียวเลิฟ เพียวไลฟ์ จึงเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้านของผู้ใหญ่ (บางคน) ที่ไม่สามารถทำตามคอนเซ็ปต์ “รักษาความบริสุทธิ์ไว้จนกว่าจะแต่งงาน” ได้

“เราพยายามทำให้น้องๆ เห็นภาพว่า ถ้าเราเป็นชายหรือหญิงที่เป็นคู่ชีวิตของเราเราจะอยากได้ภรรยาหรือสามีที่ผ่านคนมาหลายคนไหม เราก็อยากจะได้คนที่เตรียมตัวเองเพื่อเรา…จงรักและหวงแหนสิ่งที่มีคุณค่าไว้กับตัวเรา ไม่ควรให้ใครง่ายๆ”

น่าแปลกที่กิจกรรมรักนวลสงวนตัวนี้กลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีคนไม่เห็นด้วยมากที่สุด ส่วนหนึ่งบอกเชย อีกส่วนบอกว่าพูดไปก็ไม่มีใครทำได้ แต่สำหรับน้อยและเพื่อนๆ ไม่เชื่อเช่นนั้น…

“เมื่อผมรักษาความบริสุทธิ์ของตัวเองจนถึงวันแต่งงานได้ ผมก็เชื่อมั่นว่าคนอื่นต้องทำได้เหมือนกัน!” น้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“หลายคนบอกว่าความคิดรักนวลสงวนตัวเป็นความคิดที่เชยแต่สำหรับผม ฟรีเซ็กซ์ที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยก่อนนู้นเชยมากกว่าอีกในขณะที่การรักนวลสงวนตัวนั้น คนที่มีความคิดเท่าทันโลกและเห็นคุณค่าของตัวเองเท่านั้นที่สามารถทำได้

“จริงอยู่ที่คนในวัยหนุ่มสาวอาจมีความรักที่ดีได้ แต่จะเป็นพ่อแม่ที่ดีหรือมีลูกแล้วสามารถเลี้ยงลูกได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือเปล่า ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าคนที่เคยผ่านคนอื่นมาหลายคนจะเริ่มเปรียบเทียบว่าทำไมคุณไม่เหมือนแฟนเก่าคนนั้น ไม่ดีเท่าคนนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในชนวนที่ทำให้คนทะเลาะกัน

“เราอยากให้เยาวชนเป็นกลุ่มวัยใสที่รู้จักรักและให้เกียรติตัวเองเมื่อรักและให้เกียรติตัวเองแล้ว ก็จะเริ่มรักและให้เกียรติผู้อื่น เมื่อไรที่เรารักทั้งตัวเองและผู้อื่น ชีวิตของเราจะมีความสุขมากกว่าเดิม…หลังจากทำกิจกรรมแล้ว มีเด็กหลายคนเหมือนกันที่เดินมาบอกผมว่าความคิดของเราตรงกัน ดังนั้นผมจะทำให้ได้ หนูจะรักษาคุณค่าของหนูไว้ให้ได้”

หลังจากทำงานเพื่อคนอื่นมานาน น้อยและทุกคนในกลุ่มเยาวชนเพาะรักตัดสินใจทำเพื่อตัวเองบ้าง โดยการทำค่ายครอบครัว (ของตัวเองโดยเฉพาะ) ขึ้นมา แล้วพาพ่อแม่ พี่น้อง ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย อากู๋ อาแปะ อาเจ็กมากันเต็มค่าย เพื่อปรับความเข้าใจให้ตรงกันทั้งครอบครัว

“ส่วนมากทุกคนจะประสบปัญหาว่า ครอบครัวไม่เข้าใจว่าช่วยเหลือคนอื่นทำไม บางครั้งก็ทะเลาะกันเรื่องไปทำกิจกรรม บางคราวถึงกับห้ามหรือสั่งให้เลิกทำ…ผมเลยจัดค่ายครอบครัวขึ้น เพื่อให้พ่อแม่ของคนในกลุ่มเรามาทำกิจกรรมร่วมกัน…พูดคุยกัน

“ตอนแรกคุณแม่ของผมท่านไม่ค่อยอยากมา กลัวเสียเวลาหาเงินแต่พอได้มาเจอและพูดคุยกับคนอื่นๆ ที่เป็นคนวัยเดียวกัน ท่านก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมลูกถึงเลือกที่จะช่วยเหลือคนอื่นและได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าลูกเราทำสิ่งที่ดี จึงยอมรับเรามากขึ้น

“บางคนไม่เคยพูดเปิดใจกับพ่อแม่ พอมาเปิดใจที่นี่ ได้บอกรักขอขมา และล้างเท้าพ่อแม่ ก็น้ำตาร่วงกันหมด จากที่ไม่เคยแสดงความรัก ไม่เคยกอดหอมกันเลย แต่เดี๋ยวนี้ก็เข้าไปกอดพ่อแม่มากขึ้นตอนนี้แม่ทำใจได้แล้วว่าแม้เราจะไม่ได้รวย ไม่มีรถ ไม่มีบ้าน แต่แค่เห็นเรามีความสุขก็พอแล้ว”

ณ วันนี้แม่ของน้อยคงมีความคิดตรงกับน้อยแล้วว่า…ความรักที่ยิ่งใหญ่ต้องเริ่มต้นจากหัวใจที่รักตนเองและพร้อมจะแบ่งปันไปให้ผู้อื่นอย่างแท้จริง

เรื่อง ณัฐนภ ตระกลธนภาส  ภาพ วรวุฒิ วิชาธร


บทความน่าสนใจ

ความรักแย่ ๆ 5 ประเภท ที่ควรหลีกหนีให้ไกล อาจถูกหลอกได้โดยไม่รู้ตัว!

ย้อนรอยรักโรแมนติกแห่งเทือกเขาหิมาลัย – จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และเจ็ตซัน เปมา

ความรักรสบาร์บีคิว ของ “ครูอารี” ฝรั่งคนเก่งขับซาเล้งขายบาร์บีคิว

1 บาท รักษาทุกโรค! คุณสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์

การพลัดพราก ความกังวลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรัก

 

keyboard_arrow_up