แค่กล้าตัดสินใจ “โลกใบใหม่” ก็อยู่แค่เอื้อม “ จินนี่ -ธนิดา กาญจนวัฒน์”

จินนี่
จินนี่

ด้วยความที่ จินนี่ เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงสักเท่าไหร่ ไม่แต่งหน้า ไม่หวาน ชอบแต่งตัวลุย ๆ แล้วก็เดินขากาง ๆ แขนแกว่ง ๆ เพื่อนผู้ชายจึงมักประณามว่า “แมน” อย่างนี้ จะมีแฟนเหมือนคนอื่นเขาไหม

ลำพังถ้าได้ยินแค่ครั้งหรือสองครั้งจินนี่คงไม่ติดใจอะไร คิดว่าเพื่อนคงแซวเล่นสนุกปาก แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ เพราะตลอดสองปีที่อยู่เอแบค จินนี่ได้ยินพวกเพื่อนตัวแสบพูดทำนองนี้ใส่หูแทบทุกวัน บ่อยเข้า ๆ ก็ชักหงุดหงิดเหมือนกัน แต่จินนี่ก็พยายามอดทนเพราะรู้ดีว่าพูดไปก็เท่านั้น

ถ้าเราไม่อยากฟังก็เดินหนี หรือไม่ก็พิสูจน์ให้เห็นไปเลยว่าจินนี่ก็เป็นผู้หญิงได้ (เหมือนกัน)

จินนี่ไม่เพียงแต่เลือกข้อหลังเท่านั้นนะคะ แต่ยังเลือก “ท้าทายตัวเอง” ด้วยการทำในสิ่งที่แตกต่างกับตัวเองแบบสุดขั้ว นั่นก็คือ การประกวดนางงามค่ะ คิดว่าวิธีนี้น่าจะช่วยให้จินนี่ดูเป็นผู้หญิงขึ้นมาได้บ้าง จินนี่จึงตัดสินใจสมัครมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2005 ค่ะ ลองดู เป็นไงเป็นกัน!

เพียงแค่วันแรกที่เริ่มกิจกรรมเก็บตัว ชีวิตจินนี่ก็เริ่มเปลี่ยนทันทีค่ะ จากที่ไม่เคยตื่นเช้า (นอกจากเวลาไปปฏิบัติธรรม) คราวนี้ต้องตื่นตีสี่เพื่อแต่งหน้าทำผม กว่าจะเสร็จใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ พอจะออกงานก็ต้องใส่รองเท้าส้นสูงปรี๊ด ซึ่งนั่นถือเป็นงานหนักของจินนี่ที่ต้องหัดเดินบนส้นสูงให้เป็น ที่สำคัญ ต้องเดินหลังตรง ขาชิดด้วย เพราะจินนี่เป็นคนเดินไหล่ห่อ ขากาง

จากนั้นก็ต้องฝึกยิ้มด้วย เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นนางงาม ไม่ว่าแดดจะร้อน จะเหนื่อย หรือจะหิว ต้องอดทน ยิ้มสู้ตลอดเวลา เรียกว่าไม่ว่าทำอะไรจินนี่ก็เกร็งไปหมด ปวดร้าวไปทั้งตัว แล้วก็เครียดสุด ๆ รู้เลยว่าการเป็นนางงามไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ทรมานมาก (ลากเสียงยาว) แต่ด้วยสายเลือดนักธุรกิจเหมือนคุณพ่อคุณแม่ เมื่อ “ลงทุน” ทำในสิ่งที่ยากและไกลตัวขนาดนี้ ย่อมต้องมี “ความคาดหวัง” ตามมาแน่นอนค่ะ แล้วจินนี่ก็เริ่มหวัง (เล็ก ๆ) ว่า น่าจะได้รางวัลหรือตำแหน่งอะไรกลับไปบ้าง

สุดท้ายถึงแม้จะเข้ารอบ 6 คนสุดท้าย แต่จินนี่กับเพื่อนอีก 2 คนก็ถูกคัดทิ้ง ไม่ได้ตำแหน่งหรือรางวัลอะไรติดไม้ติดมือกลับมาเลย เศร้าใจที่สุด แต่เมื่อทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ว่า เราอาจยังไม่ดีพอ และการมาครั้งนี้ แค่ได้ท้าทายตัวเอง ฝึกฝนความเป็นผู้หญิงอย่างจริง ๆ จัง ๆ ก็เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าสุด ๆ แล้ว

ที่สำคัญไปกว่านั้น พอกลับไปเรียนที่เอแบค นอกจากจะไม่มีใครกล้าแซวจินนี่แบบเดิมอีกต่อไป พวกเพื่อน ๆ ยังดูจะเกรงใจจินนี่มากขึ้นด้วยซ้ำว่า “เราเป็นคนจริง เรากล้าหาญ กล้าพิสูจน์ตัวเอง”

 

จินนี่

 

จากนั้นไม่นานเรื่องเหลือเชื่อก็เกิดกับจินนี่อีก เมื่ออยู่ ๆ กองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์เลือกจินนี่เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดมิสไชนีสอินเตอร์เนชั่นแนล 2006 ที่ฮ่องกง เนื่องจากในบรรดาผู้เข้ารอบ 6 คนสุดท้ายของการประกวดที่ผ่านมาหมาด ๆ จินนี่เป็นคนเดียวที่เป็นอาหมวยและพูดภาษาอังกฤษได้มากที่สุด

จินนี่ตอบตกลงทันทีค่ะ เนื่องจากเห็นว่ามีประสบการณ์การประกวดมาแล้วหนึ่งครั้ง ถ้าจะลองดูอีกครั้งก็คงไม่ยากอะไร การเดินทางไปประกวดครั้งนี้จินนี่ไร้ความหวัง ไร้ความกดดัน เนื่องจากรู้แล้วว่า

“ความคาดหวังอาจทำให้เราเจ็บปวดได้ หากไม่ได้อย่างที่หวังและไม่ได้เตรียมใจรับความผิดหวัง”

โชคดีว่าช่วงประกวดที่ฮ่องกงตรงกับฤดูหนาวพอดี เวลาทำกิจกรรมทุกคนจึงสามารถใส่รองเท้าบู๊ตได้ คราวนี้จินนี่เดินสบายเลยค่ะ ไม่ต้องเกร็งเหมือนเวลาอยู่บนส้นสูงอีกแล้ว ในส่วนผู้เข้าประกวดถึงจะต่างชาติต่างภาษา แต่ทุกคนก็สนุกกันมาก เหมือนมาเข้าค่ายมากกว่าประกวดแข่งขัน การประกวดครั้งนี้จึงไม่มีวันไหนที่จินนี่รู้สึกเครียดหรืออึดอัดเลย

และแล้วเมื่อวันตัดสินมาถึง จินนี่ก็แทบช็อกเมื่อสามารถคว้ามาได้ถึง 2 ตำแหน่ง คือ รองอันดับ 1 และตำแหน่งพิเศษ Miss Young พอลองคิดดูว่า ทำไมถึงได้ตำแหน่งเหล่านี้มา จินนี่ก็คิดได้ว่า เพราะจินนี่ไม่มีความกดดัน ไม่มีความเครียดนั่นเอง พอสุขภาพจิตดี สุขภาพกาย ผิวหน้า ทุกอย่างเลยออกมาดีไปด้วย

คราวนี้พอกลับถึงเมืองไทย ผู้ใหญ่ก็เริ่มชักชวนให้จินนี่เข้าวงการแสดงต่อ ถึงแม้การแสดงจะเป็นอีกสิ่งที่ไกลตัวเหลือเกิน แต่จินนี่ก็คิดว่า เป็นโอกาสดีที่จะได้ลองท้าทายตัวเอง…ชีวิตจินนี่จึงเปลี่ยนอีกครั้ง นับตั้งแต่เริ่มเรียนการแสดงจนได้แสดงละครจริง ๆ ทำให้จินนี่เข้าใจประโยคที่ว่า “อย่าตัดสินอะไร ก่อนที่คุณจะรู้จักหรือได้ทดลองทำมันดูก่อนแล้วจริง ๆ” มากขึ้น

แต่ก่อนจินนี่เคยคิดว่า การประกวดนางงามยากและทรมานสุด ๆ แล้ว เอาเข้าจริงการแสดงกลับยากมากกว่า เพราะการแสดงไม่ได้ยากแค่ “ตัวเรา” ที่ต้องสามารถเปลี่ยนชุดเป็น 10 ชุดได้ในวันเดียว อ่านบทและจำบทให้ได้วันละหลาย ๆ หน้า แต่เรายังต้องคิดถึง “นักแสดงคนอื่น” ด้วย เพราะถ้าเราเตรียมตัวมาไม่ดี โอกาสที่จะทำให้คนอื่นต้องเทคหรือต้องแสดงใหม่ก็มีมาก ยุ่งยากไหมล่ะ

แม้กระแสตอบรับจากละครเรื่องแรกจะเรียกว่า “ไม่ดีเลย” โดนด่ายับ คนต่อว่ากันมากมาย ถึงจะเสียใจบ้าง แต่จินนี่ก็ไม่ท้อ พยายามคิดในทางกลับกันว่า เขาต่อว่าเราก็หมายถึงเขาดูละครที่เราเล่น คิดได้อย่างนี้จินนี่ก็เริ่มมีลูกฮึดว่า จะไม่ให้เขาด่าเราอีก จะต้องฝึกฝนตัวเองให้แสดงได้ดีขึ้น ไม่ใช่ว่าล้มเลิกไปเลย เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสเข้ามาทำงานตรงนี้

แม้วันนี้จินนี่จะไม่ได้เป็นนักบัญชีเหมือนคุณแม่อย่างที่ฝัน แต่การก้าวมาเป็น “นางงาม” ก็เปลี่ยนชีวิตให้จินนี่ได้รู้ว่า การท้าทายตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ และทำให้จินนี่ได้พบกับอาชีพที่รักอย่าง “นักแสดง” ในที่สุด

 

Secret BOX

ถ้ารู้ว่ากำลังจะ “จม” ความทุกข์ จงรีบหาวิธี “ลอย” ให้พ้นมัน

จินนี่ – ธนิดา กาญจนวัฒน์

 

ที่มา  นิตยสาร Secret ฉบับที่ 147

เรื่อง  วรลักษณ์  ผ่องสุขสวัสดิ์

ภาพ  สรยุทธ  พุ่มภักดี

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

ความสุขอันเรียบง่ายแต่ลุ่มลึกของ อู๋-ธนากร โปษยานนท์

อุ้ม สิริยากร พุกกะเวส “วันนี้ฉันคือ ผู้ปรารถนานิพพาน”

keyboard_arrow_up