เมตตาธรรม

“เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก” ชีวิตสงบสุขเมื่อเอื้อเฟื้อให้แก่สัตว์อื่นรอบตัว

เมตตาธรรม
เมตตาธรรม

ตอนที่ยังทำงานอยู่ ฉันรู้สึกเป็นศัตรูกับนาฬิกาปลุกมาก และวาดฝันเอาไว้ว่า ถ้าไม่ต้องทำงานเมื่อไร จะเก็บมันยัดเข้าลิ้นชักแล้วนอนตื่นสายดื่มด่ำกับความเงียบสงบยามเช้าเสียให้เข็ด

แต่พอออกจากงานมาจริง ๆ อะไร ๆ กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง!

เนื่องจากถึงแม้จะไม่มีเสียงนาฬิกา แต่ฉันก็ต้องสะดุ้งตื่นแต่เช้าทุกวัน เพราะสรรพสำเนียงของสารพัดสิ่งรอบตัว เริ่มจากนักมวยข้างบ้านที่ลุกขึ้นมาซ้อมตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ พร้อมกับส่งเสียงร้องอย่างไม่เกรงใจใคร ตามด้วยคนขนขยะที่มาแต่เช้าตรู่ ปลุกให้น้องหมาทั้งหลายเห่าหอนกันลั่นไปหมด ต่อด้วยรถขายของคันแล้วคันเล่าที่ประกาศโฆษณาเสียงดังคับซอย จากนั้นไม่นานน้องหมาก็พร้อมใจกันเห่าไล่แมวและนกพิราบที่มาแย่งกินอาหาร จบลงด้วยเสียงน้องแมวจรจัดที่วิ่งไล่กัดกันโดยไม่รู้สาเหตุ!

ทั้งหมดทำให้ฉันต้องงัวเงียตื่นขึ้นมาทุกวัน ตอนกลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะเสียงกระรอกที่วิ่งเล่นกันบนฝ้าเพดานอย่างครึกครื้น สลับกับเสียงแมวที่คงจะแย่งคู่กันหรือไม่ก็ไล่หนู! นี่มันสนามรบหรืออะไรกันแน่!

ฉันจึงหาทางกำจัดต้นเหตุแห่งเสียงที่มาจากฝีมือมนุษย์ไปทีละอย่างก่อน ทั้งด้วยวิธีการตามกฎหมายและการเจรจา ซึ่งไม่ยากนักเพราะพูดภาษาเดียวกัน แต่ก็ยังหาความสงบสุขไม่ได้เพราะไม่สามารถเจรจากับบรรดาสรรพสัตว์ ฉันจึงเรียกแม่บ้านมาเพื่อใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด คือการกำจัดแหล่งอาหารของน้องสัตว์ทั้งหลาย

“ต่อไปนี้เก็บเศษอาหารในครัวอย่าให้เหลือซาก ถังขยะก็อย่าให้ค้าง พวกหนูจะได้ไม่แอบเข้ามาอีก เวลาให้อาหารหมาก็ห้ามเผื่อแผ่ไปถึงแมวหรือนกพิราบ พวกมันจะได้ไปหากินกันที่อื่น” (ข้อหลังนี่เป็นคำแนะนำของสามีจอมโหด!)

เมตตาธรรม
Photo by Nathan Dumlao on Unsplash

มาตรการต่าง ๆ ดูจะได้ผลดีในระยะแรก แต่ฉันนอนกระหยิ่มยิ้มย่องได้ไม่นานพวกมันก็พากันแห่กลับมาอีก ฉันก็งัดสารพัดวิธีมาใช้อีก จนวันหนึ่งฉันพบนกพิราบนอนตายอยู่บนพื้นถนนในโรงรถ สภาพเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก…ตัวเบาหวิวราวไร้น้ำหนัก

ฉันรู้สึกผิดมากขึ้นเมื่อเห็นแมวจรจัดซึ่งเคยมาอาศัยกินอาหารที่บ้านก็ดูผอมโซจนแทบเดินไม่ไหว! และที่ตอกย้ำความผิดมากขึ้นคือ เจ้ากระรอกน้อยและหนูตัวเล็กที่สาวใช้ของฉันดักจับไว้ในกรง พวกมันไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะดิ้นรน คงเพราะอดอาหารมาหลายวันนั่นเอง!

เย็นวันนั้นฉันนั่งมองอาหารมากมายที่อยู่ตรงหน้า แต่กลับรู้สึกไม่อยากกินอะไรเลย อาหารเหล่านี้พวกเราไม่เคยกินหมดและต้องทิ้งถังขยะหลายครั้ง ในขณะที่สัตว์ร่วมโลกผู้น่าสงสารเหล่านั้นกำลังหิวโซและกระเสือกกระสนหาแค่เศษอาหารที่เราทำหล่นไว้ ถ้าเพียงแต่เราจะแบ่งปันส่วนเกินให้บ้างเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้พวกมันอยู่รอดและไม่ต้องตกอยู่ในสภาพอันน่าอเนจอนาถเช่นนี้

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่เห็นแก่ตัวที่สุด เพราะเหมาเอาเองว่า ทุกอย่างเป็นของตน ไม่ว่าแผ่นดิน ผืนน้ำ หรือต้นไม้ใบหญ้า ทั้งที่แท้จริงแล้วสัตว์ทุกชนิดมีสิทธิ์ใช้ทรัพยากรธรรมชาติของโลกใบนี้โดยเท่าเทียมกัน…วันรุ่งขึ้นฉันจึงเรียกสาวใช้มารับคำสั่งใหม่ทันที

“ต่อไปนี้เศษข้าวหมาอย่าเททิ้ง เอาไปเคาะไว้นอกรั้ว พวกนกพิราบจะได้ไปกิน ส่วนเศษอาหารบนโต๊ะที่เหลือ ๆ ก็เอาไปกองไว้นอกบ้านสักมุมหนึ่ง พวกหนูจะได้ไม่มาหาอาหารในบ้านเรา”

เมตตาธรรม
Photo by Shane Young on Unsplash

ตั้งแต่วันนั้นฉันมีหน้าที่หยิบผลไม้วันละ 1 – 2 ลูกไปวางไว้ให้กระรอกบนกิ่งไม้ทุกเย็น เพราะฉันตื่นสาย แต่พวกมันออกหากินกันแต่เช้า และคอยให้อาหารแมวที่มักจะมาเดินวนเวียนในสวนหลังบ้าน ฉันทำอย่างนี้มาได้ระยะหนึ่ง บรรยากาศภายในบ้านก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีเสียงหมาเห่านก เสียงแมวไล่กัดกัน เสียงกระรอกแทะหน้าต่าง หรือแม้แต่เสียงจิ้งจกในตอนเช้าและตอนกลางคืน ทุกอย่างเงียบสงบราวกับว่าพวกสัตว์ทั้งหลายอันตรธานไปหมด ทั้งที่ความจริงแล้วมันยังอยู่กันครบทุกตัวและดูจะเพิ่มจำนวนขึ้นด้วยซ้ำ เพียงแต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

ทุกเช้าฉันจะเดินไปสำรวจผลไม้ที่วางไว้ ถึงแม้จะไม่เคยเห็นตัวกระรอกที่มากิน แต่การที่ผลไม้หายไปทุกวันก็แสดงว่าพวกมันได้อิ่มหนำกันแล้ว…เพียงเท่านี้ก็พอที่จะทำให้เจ้าตัวการไม่ต้องมาแทะหน้าต่างกินอีก! และพลอยทำให้คุณครูจิ้งจกไม่ต้องออกมาจุ๊ปากห้ามโดยปริยาย!…จากนั้นฉันจะเดินเข้าไปในสวนหลังบ้าน ซึ่งเจ้าแมวน้อยสีขาว หูสีน้ำตาลอ่อนสองตัวกำลังนั่งรออาหารอยู่ ตอนนี้พวกมันดูมีเนื้อมีหนังและน่ารักมาก หลังจากกินอาหารเสร็จทั้งคู่ก็พากันนอนกระดิกหางอย่างสบายใจใต้เก้าอี้ยาวที่ฉันนอนอ่านหนังสือโดยไม่ได้ทำท่าหวาดกลัวอีกต่อไป ฉันคิดว่ามันคงอิ่มท้องและมีความสุขมากพอที่จะไม่ทะเลาะกันเพื่อแย่งอาหารอีก

ไม่น่าเชื่อว่า ความเมตตาและการเสียสละเพียงน้อยนิดจะทำให้ฉันได้รับอะไร ๆ ตอบแทนมากขนาดนี้ เพราะนอกจากความเงียบสงบแล้ว ฉันยังได้รับความอิ่มอกอิ่มใจที่ได้เห็นว่าชีวิตเล็ก ๆ ที่ต้องการเพียงเศษอาหารพอประทังลมหายใจเหล่านั้น กำลังอยู่กันอย่างมีความสุขภายใต้ร่มไม้ชายคาของบ้าน

มีคนเตือนว่า ฉันไม่ควรใจดีเกินไป เพราะพวกมันจะพากันมาออกลูกหลานและถ่ายเรี่ยราด แต่ฉันไม่กังวล เพราะตั้งแต่เริ่มแบ่งปันฉันไม่เคยได้รับความเดือดร้อนอะไรจากพวกมันเลย จนอดคิดไม่ได้ว่าบางทีสัตว์ก็อาจมีสำนึกแห่งความกตัญญูรู้คุณไม่ต่างจากคนเช่นกัน

อย่างน้อยขณะนี้พวกมันก็กำลังตอบแทนด้วยการให้ความสงบสุขที่ฉันใฝ่หามานาน

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  ทิพถวิล

keyboard_arrow_up