เลดี้ กาก้า

เลดี้ กาก้า กับชื่อเสียงในกำมือ

เลดี้ กาก้า
เลดี้ กาก้า

เชื่อไหมว่า สิ่งหนึ่งที่ยากกว่าการประสบความสำเร็จก็คือ การมีชื่อเสียง

เพราะคนที่ประสบความสำเร็จใช่จะมีชื่อเสียงทุกคนไป แต่คนที่มีชื่อเสียงทุกคนต้องประสบความสำเร็จในทางใดทางหนึ่ง และแม้ว่าโลกนี้จะมีคนที่ดังจริง ๆ แค่เพียงหยิบมือ แต่คงต้องนับเลดี้ กาก้าเป็นหนึ่งในนั้น เพราะ ณ ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะเปลี่ยนสีผม เดินซื้อกาแฟหรือหกล้ม (ดังที่เธอเคยหกล้มก้นกระแทกในคอนเสิร์ตของตัวเอง) เรื่องของเธอก็สามารถเป็นข่าวที่ขายได้ทั่วทุกมุมโลกทันที

เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) หรือ “กาก้า” (ซึ่งเป็นชื่อที่เธออยากให้แฟนเพลงเรียกมากกว่า) เป็นนักร้องนักแต่งเพลงชาวอเมริกันที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ ความโด่งดังของเธอวัดได้จากยอดขายตั้งแต่อัลบั้มแรกคือ เดอะเฟม (The Fame) ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 หลายเพลงในอัลบั้มนี้ติดอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงฮิตในหลาย ๆ ประเทศ อีกทั้งได้รับรางวัลแกรมมี่ สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยมและอัลบั้มแห่งปี รวมถึงทำยอดขายถล่มทลายมากกว่า 14 ล้านแผ่น

เลดี้ กาก้า

ปลายปี 2009 กาก้าได้ออกอัลบั้มที่สองคือ เดอะเฟมมอนสเตอร์ (The Fame Monster) ซึ่งได้รับรางวัลแกรมมี่ถึงหกรางวัล รวมทั้งรางวัลอัลบั้มเพลงป๊อปยอดเยี่ยมและรางวัลอัลบั้มแห่งปีติดต่อกันเป็นปีที่สอง ณ วันนี้เธอมีผลงานเพลงรวม 7 อัลบั้ม

นอกจากแนวดนตรีแปลกใหม่ที่มีเอกลักษณ์เป็นที่ถูกใจแฟนเพลงแล้ว มิวสิควิดีโอของเธอยังได้รับความสนใจอย่างยิ่ง เธอเป็นศิลปินคนแรกที่มียอดผู้ชมคลิกเข้าไปชมมิวสิควิดีโอในยูทูบมากกว่า 1 พันล้านครั้ง กาก้าออกทัวร์คอนเสิร์ตแล้วหกครั้ง แต่ละครั้งกินเวลานานหลายเดือน และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เหมือนเช่นเคย

โลกยุคดิจิทัลอาจเป็นโลกที่ศิลปินส่วนใหญ่ทั้งเกลียดและกลัว เพราะพฤติกรรมการดาวน์โหลดของคนฟังเพลงทำให้พวกเขาขายอัลบั้มได้น้อยลง แต่สิ่งนี้ไม่มีผลกับกาก้า เพลงของเธอติดอันดับต้น ๆ ของการดาวน์โหลดเสมอ และเธอก็มีแฟนเพลงที่เหนียวแน่นซึ่งติดตามเธอทั้งทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ กาก้าเคยเป็นศิลปินที่มีผู้ติดตามทางทวิตเตอร์มากที่สุดในโลก และในปัจจุบันเธอก็ยังมีชื่อติดอยู่ในท็อปเท็น

ด้วยความที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงโด่งดังเปรี้ยงปร้างตั้งแต่อายุ 20 ต้น ๆ เมื่อมีคนทักว่าเธอประสบความสำเร็จรวดเร็วจนน่าอิจฉา กาก้าก็ตอบว่า “ไม่เร็วหรอกเพราะฉันพยายามอย่างหนักมาตั้งแต่อายุยังน้อย”

เลดี้ กาก้า มีชื่อจริงว่า สเตฟานี่ โจแอน แองเจลินา เจอมาน็อตตา (Stefani Joanne Angelina Germanotta) เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 1986 เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาลี และเป็นลูกสาวคนโตในจำนวนพี่น้องสามคน ชื่อเลดี้ กาก้า เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจากเพลง Radio Gaga ของวงควีน

เลดี้ กาก้า

กาก้าเติบโตมากับเสียงเพลง ชอบแสดงออก และอยากเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ตั้งแต่จำความได้ เธอเล่าว่า “ฉันชอบเพลงร็อค ป๊อป และละครเวที เมื่อฉันได้รู้จักวงควีนและเดวิด โบวี่ ฉันก็รู้สึกว่าพวกเขาเกิดมาเพื่อฉัน และฉันสามารถทำสิ่งที่รักทั้งสามอย่างได้พร้อม ๆ กัน”

กาก้าเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 4 ขวบ พออายุ 13 เธอก็แต่งเพลงสำหรับเปียโน ตอนอายุ 14 ปี เธอเริ่มเล่นเปียโนในไนต์คลับ และพออายุ 14 ปี เธอก็ผ่านการคัดเลือกเข้าไปเรียนใน Tisch School of the Arts แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถานศึกษาด้านศิลปะที่มีชื่อเสียง กาก้าเป็นนักศึกษาที่โดดเด่น เธอแสดงละครเวที และมักแต่งตัวแต่งหน้าแปลก ๆ ไปเรียนเสมอ อย่างไรก็ดี เธอเรียนมหาวิทยาลัยถึงแค่ปีที่สองก็ลาออกเพื่อวิ่งตามความฝันของตัวเอง ซึ่งตอนนั้นเธอตั้งใจไว้ว่าจะปฏิวัติโฉมหน้าของวงการเพลงป๊อปให้ได้

ในช่วงนั้น กาก้าออกจากบ้านไปเช่าห้องพักที่มีขนาดเล็กมากและต้องกินแต่อาหารราคาถูก ทว่าเธอก็ได้ทำทุกอย่างตามที่เธอใฝ่ฝัน ทั้งแต่งเพลง ร้องเพลง เล่นดนตรี และแสดงสด ถึงแม้ว่าจะเป็นการแสดงแนว Burlesque ซึ่งเป็นการร้องเต้นแนวตลกที่ต้องนุ่งน้อยห่มน้อยและแสดงในไนต์คลับเล็ก ๆ แต่เธอก็ไม่แคร์ ขอเพียงแค่มีคนดูการแสดงของเธอ เธอก็พอใจแล้ว

ก่อนจะดัง กาก้าต้องอดทนกับชีวิตที่มีขีดจำกัดทั้งเรื่องเงินและโอกาส มิหนำซ้ำยังอกหักและถูกคนที่เคยรักปรามาสว่า เธอไม่มีทางประสบความสำเร็จ แทนที่ฟังแล้วจะจิตตก กาก้ากลับประกาศว่าสักวันเขาจะต้องได้ยินเสียงเพลงของเธอไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ที่ไหนก็ตาม

และกาก้าก็ทำอย่างที่พูดได้จริง ๆ!

เลดี้ กาก้า

เมื่อดังแล้ว ในการจะรักษาชื่อเสียงให้คงอยู่นาน ๆ เธอต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า เพื่อไม่ให้แฟนเพลงต้องผิดหวัง ซึ่งที่ผ่านมากาก้าก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เธอแกร่งพอ เพราะเธอออกซิงเกิ้ลใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เธอเขียนเพลงและแต่งทำนองเองทุกเพลง เวลาแต่งเพลง เธอจะนึกถึงการแสดงไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเวที แสง สี และชุดที่ใส่ และในบรรดาเพลงเป็นร้อย ๆ ที่แต่งขึ้น เธอจะเลือกเพลงที่ดีที่สุดเพียงเพลงเดียวเท่านั้นเพื่อบันทึกเสียงลงอัลบั้ม และทุกครั้งที่เธอเล่นเปียโนหรือคีย์บอร์ดในคอนเสิร์ต ผู้ฟังจะสัมผัสได้ทันทีว่า นี่คือฝีมือของนักดนตรีที่ผ่านการฝึกฝนมานานปี นอกจากนี้ กาก้าเป็นหนึ่งในศิลปินจำนวนน้อยมาก ๆ ที่ไม่ยอมลิปซิงค์

สำหรับกาก้า ไม่ใช่แต่เพียงความสามารถเท่านั้นที่เธอต้องการนำเสนอสู่แฟนเพลง แต่เป็นชีวิต ร่างกาย และทุกสิ่งทุกอย่าง กาก้าไม่ได้มองว่าการที่เธอต้องสวมชุดที่บางครั้งโป๊ เปลือย และแปลกประหลาด (จนไม่น่าเชื่อว่าเธอจะนั่ง ยืน เดิน หรือเล่นเปียโนในชุดเช่นนั้นได้) เป็นเรื่องที่หลุดโลก แต่กาก้ามองว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงที่จะทำให้แฟนเพลงของเธอมีความสุข สนุกสนาน และตื่นตาตื่นใจ

นอกจากนี้ กาก้ายังชอบดูแลแฟนเพลงของเธอเป็นชีวิตจิตใจ เธอเรียกแฟน ๆ ว่า “ลิตเติ้ลมอนสเตอร์” และเรียกตัวเองว่า “มาเทอร์มอนสเตอร์” ซึ่งแสดงถึงความสนิทสนมและความเป็นพวกเดียวกัน นอกจากจะดูแลแฟน ๆ ด้วยการมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว กาก้ายังชอบทำการกุศลเพื่อช่วยเหลือแฟน ๆ ของเธออีกด้วย

กาก้าออกมาต่อต้านนโยบาย Don’t ask, Don’t tell ซึ่งเป็นนโยบายที่ไม่ให้คนเพศที่สามที่ทำงานในกองทัพเปิดเผยตัวอย่างแข็งขัน และเมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลก กาก้าจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็วเสมอ ตัวอย่างเช่น ตอนที่เกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น กาก้าก็ออกมาประกาศว่า เธอจะจัดทำสายรัดข้อมือ Pray for Japan ที่เธอออกแบบเองเพื่อระดมเงินช่วยเหลือญี่ปุ่น กาก้าระดมเงินจากการขายสายรัดข้อมือได้นับล้านดอลลาร์

ในวันนี้ กาก้าสามารถรับมือกับการเป็นคนดังได้เป็นอย่างดี สำหรับเธอ การทำงานหนักและชื่อเสียงกลายเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนกันและกัน กล่าวได้ว่า ถึงแม้ชื่อเสียงจะมีด้านมืดและหลุมพรางที่ต้องระวัง แต่จนถึงวันนี้ มันก็ยังไม่สามารถทำร้ายเลดี้ กาก้า ได้เลย

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  Violet

ภาพ  twitter@ladygaga

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

คีอานู รีฟส์ พระเอกใจบุญ แอบบริจาคเงินล้านอย่างลับ ๆ ให้โรงพยาบาลเด็กมาหลายปีแล้ว

ไม่แบ่ง… ไม่แยก แบบ ริชาร์ด เกียร์ ดาราหัวใจพุทธ

เจ็ท ลี ฮีโร่นอกจอ

ชีวิตหลังอำลาตำแหน่ง ของ จิมมี่ คาร์เตอร์

keyboard_arrow_up