แมวน้อย

เมื่อแมวน้อยสอนให้ฉันรู้จักการให้อภัย ได้มองเห็นความรักในสิ่งที่เกลียด

แมวน้อย
แมวน้อย

บ้านฉันมักมีแขกไม่ได้รับเชิญย่องมาใต้แสงจันทร์ในความมืดสลัว แอบมาฉี่รดกระเป๋าสะพายลายสกอตใบโปรดของฉันแทบทุกคืน สัตว์สี่ขาหางยาวร้องเหมียว ๆ บางตัวดำลาย บางตัวขาวเป็นจุด ๆ แทนที่จะทำหน้าที่จับหนู กลับมาสร้างภาระเพิ่มให้ฉันต้องซักกระเป๋าใบเก่งเกือบทุกวัน  แมวน้อย

อาจเพราะกลิ่นฉี่แมวเหมียวตัวแสบฉุนฝังใจมากไปหน่อย ชะตาระหว่างเราจึงถูกขีดเป็นเส้นขนานด้วยอคติอย่างไม่มีวันมาญาติดีกันได้ เจอเจ้าเหมียวเมื่อไหร่ ไม่ว่ามันจะเดิน นั่ง นอนท่าไหน ก็ทำให้อารมณ์หมั่นไส้พลุ่งพล่านขึ้นในใจฉันได้เสมอจนต้องแกล้งให้หนำใจ เสียงอ้อนและท่าทางน่ารัก (ในสายตาคนอื่น) ของมันไม่ได้สะกดใจให้ฉันยั้งมือหยุดแกล้งมันได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ฉันไม่เคยชอบแมว ไม่เคยรู้สึกแบบคนอื่น ๆ ที่พูดว่า แมวขี้อ้อน น่ารัก น่ากอด น่าอุ้ม พอเห็นแมวตามข้างรั้วหรือริมถนนวิ่งเข้ามาหาทีไร กลิ่นฉี่ของมันที่ฝังอยู่ในใจฉันจะแซงหน้ามาก่อนเสมอ สำหรับฉัน แมวเป็นสัตว์ที่ดูน่ารังเกียจ ฉันไม่อยากให้มันเข้ามาใกล้ ๆ เลยจริง ๆ

แต่แล้วเช้าวันหยุดที่เกือบแจ่มใสวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังนอนหลับสบาย ผ้าม่านสีอ่อนปลิวตามสายลมเบา ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงร้องเบา ๆ ดังแทรกมาอยู่ข้างหู “เหมียว ๆ”…5 นาทีผ่านไป “เหมียว ๆ” …10 นาทีก็แล้ว ใจฉันเริ่มคิด “เสียงลูกแมวนี่นา ร้องได้ร้องไป!” จนเข้านาทีที่ 20 อารมณ์สุดเคลิ้มของฉันก็ต้องหยุดชะงักลง “น่ารำคาญชะมัด!” ฉันฉุดตัวเองลุกขึ้นมา พยายามแง้มเปลือกตาขึ้นอย่างยากเย็น เสียงร้องยังคงลอยมากระทบหูโดยไม่ทิ้งจังหวะเลยสักนิด “อย่าให้เจอนะเจ้าแมว โดนแน่” อคติเริ่มพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง

ฉันลุกขึ้นเดินตามหาต้นเสียงพร้อมกับถือไม้ไปด้วย กะว่าจะตีสั่งสอนเสียหน่อย เสียงนั้นใกล้เข้ามาแล้ว เจอกันแน่ แมวตัวดีเอ๋ย นั่นไง อยู่บนกำแพง ฉันง้างไม้ในมือด้วยความโมโห แมวน้อยหันหน้ามา เสียงที่ปลุกฉันเมื่อครู่ดังลอดจากปากน้อย ๆ ของมันอีกครั้งอย่างสุดกำลัง บนหัวของมันมีแผลบาดเจ็บ น้ำตาลูกแมวน้อยไหลซึมออกมา มือที่กำลังถือไม้กลับอ่อนแรง ฉันปล่อยไม้ทิ้งลง พลางมองลูกแมวน้อยหลงทางที่กำลังตัวสั่นด้วยความเจ็บปวดแถมมันยังลงจากกำแพงสูงนี้ไม่ได้…กำแพงในใจฉันทลายลงทันที

มือที่จะทำร้ายมันกลับยื่นเป็นสะพานให้มันก้าวลงมา ฉันประคองแมวน้อยด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ อย่างเบามือจนถึงพื้นอย่างปลอดภัย จะเอายังไงดีกับลูกแมวน้อยนี้ ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเลี้ยงแมวซะด้วย “ลำบากแล้วเรา ทิ้งมันไว้หลังบ้านแบบนี้ดีกว่า” ฉันกลั้นใจหันหลังกลับ ทิ้งลูกแมวน้อยไว้อย่างนั้นเพราะคิดว่ามันคงหาทางกลับเองได้

แมวน้อย
Photo by George Bonev on Unsplash

เมื่อตะวันลาลับ ฉันคิดว่าลูกแมวคงหาทางกลับได้แล้วจึงลองเดินไปดู รู้สึกโล่งอกเมื่อไม่เห็นมัน จึงหันหลังกลับเข้าบ้าน แต่แล้วเท้าฉันกลับเดินสะดุดเข้ากับสิ่งนุ่ม ๆ เจ้าแมวน้อยนั่นเอง มันตกใจกระโดดหลบไปไกล “เหมียว ๆ” ฉันร้องเรียก อุตส่าห์โล่งใจนึกว่าไปแล้ว ที่ไหนได้ยังอยู่ที่เดิม “เอาละ ทีนี้ฉันต้องเลี้ยงเธอแล้วใช่มั้ย”…. ฉันแอบบ่นคนเดียวในใจ

เย็นวันนั้นฉันแบ่งไข่เจียวให้มันครึ่งหนึ่ง แต่มันเล็มไปแค่นิดเดียว วันรุ่งขึ้นฉันจึงตัดสินใจไปร้านขายอาหารแมว โอ้โห…มืดแปดด้าน นี่คือการเข้าร้านขายอาหารสัตว์ครั้งแรก ฉันรู้สึกตาลายกับอาหารสารพัดแบบ แต่สุดท้ายก็เลือกซื้อมา 2 – 3 แบบ แต่มันไม่กินอาหารที่ซื้อมาเลย ผ่านไป 3 วัน ฉันได้แต่นั่งมองลูกแมวที่ซึมลง ๆ คิดในใจว่ามันคงจะตายในไม่ช้า “เดี๋ยวฉันคงได้ฝังมันไว้ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้านนี่แหละ”

ทุกวันลูกแมวน้อยจะนอนซุกตัวในหีบไม้ใบเก่าของฉัน มันนอนซมอยู่อย่างนั้น ทำให้ฉันยิ่งสงสารมันจับใจ คิดในใจว่า “ไหน ๆ ก็ช่วยมันมาแล้ว อย่าตายง่าย ๆเลยนะ” ฉันค่อย ๆ เอาผ้านุ่ม ๆ ห่อตัวมันแล้วอุ้มมันไว้ในอ้อมกอด ลูบหัวมันเบา ๆ และบอกกับมันว่า “อย่าเพิ่งตายนะ” ตอนนั้นฉันไม่ได้มองว่ามันเป็นแมวหรือเป็นสัตว์ แต่ฉันมองว่ามันเป็นเด็กน้อยที่โดนทำร้ายมา มันต้องพรากจากแม่และหลงทางมา วินาทีนั้นฉันรู้ทันทีว่า ฉันกำลังให้อภัยสัตว์สี่เท้าที่ฉันเคยเกลียดนักเกลียดหนา ความสงสารทำให้ประตูความรักของฉันเปิดออก และความรู้สึกอยากปกป้องดูแลก็พรั่งพรูเข้ามาแทน

หลังจากนั้น ไม่น่าเชื่อว่าลูกแมวน้อยของฉันกลับกินข้าวได้อย่างน่าอัศจรรย์ มันกินเอา ๆ ทำให้ฉันมีความสุขและยิ้มไปกับการมีชีวิตรอดของมัน หัวใจฉันพองโต ความรักของฉันเติบโตขึ้นทุกวัน ขนของแมวน้อยค่อย ๆ ยาวและสะอาดนุ่ม มันมีแววตาที่สดใส แผลก็หายสนิทแล้ว แมวน้อยของฉันเริ่มโตเป็นสาว ใครเห็นก็อยากอุ้มทุกคน

แต่ก่อนฉันเคยเห็นเด็กวัยรุ่นมักอุ้มแมวสายพันธุ์ต่าง ๆ มาอวดกัน พวกเขารักและเอ็นดูมันเพราะความน่ารักและราคาที่แสนแพง แต่ฉันว่าสู้แมวจรจัดที่รักของฉันไม่ได้ เพราะแม้มันจะเป็นเพียงแมวไทยลายเสือธรรมดา แต่สำหรับฉัน การที่มันได้มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายจนถึงวันนี้ นั่นคือราคาที่แสนแพงสำหรับฉันแล้ว

แต่น่าเสียดายที่ความรักของฉันอยู่ได้ไม่นาน

จู่ ๆ แมวน้อยได้หายไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย ฉันออกเดินตามหาเพราะคิดว่าคงไปเล่นซนได้ไม่ไกล ฉันเฝ้ารอคอยให้มันกลับบ้าน…จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี

ฉันเดินตามหาทุกวันเท่าที่จะทำได้ แม้เวลาล่วงเลยผ่านไป ฉันก็ยังคงรอมันอยู่เสมอ แต่ไม่ว่าจะกี่ตะวันที่ลับลงขอบฟ้า ฉันก็ยังไม่เห็น แมวน้อย ของฉันกลับมา

ฉันลองทบทวนเรื่องราวตั้งแต่ที่ได้เจอกันครั้งแรก ช่างเหมือนในละครไม่มีผิด…จากอคติที่ปิดตายกลับเปิดออก ฉันมองเห็นความรักในสิ่งที่เกลียด มันทำให้ฉันเชื่อในพลังแห่งการสัมผัสที่อ่อนโยนและจริงใจ ว่าสามารถทำให้ชีวิตหนึ่งมีกำลังลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง

ทุกวันนี้แมวน้อยหลงทางตัวนั้นได้จากฉันไปนานมากแล้วแต่มันก็ทำให้ฉันรู้จักการให้อภัย…เป็นความทรงจำที่ยังคงงดงามในใจฉันเสมอ

อย่างน้อยฉันก็ดีใจที่ครั้งหนึ่งมันเคยอยู่ในอ้อมกอดของฉัน…

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  ผู้ดีบ้านนอก

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

แล้วเราก็ได้พบกันอีก…การกลับมาของแมวที่จากไป

keyboard_arrow_up