18 แม่ดีเด่นทั่วประเทศ รางวัล “มหิดล – วันแม่” ประจำปี 2562

แม่ดีเด่น
แม่ดีเด่น

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานวันแม่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 ต่อเนื่องมาทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 34 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง   และร่วมฉลองในโอกาสวันแม่แห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลจึงได้จัดกิจกรรมการคัดเลือก “แม่สู้ชีวิต” “แม่ 100 ปี” และ “แม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อเชิดชูบทบาทของแม่ในงานดังกล่าว ซึ่งมีคุณ แม่ดีเด่น 18 ท่านจากทั่วประเทศได้รับรางวัลดังต่อไปนี้

รางวัล “แม่สู้ชีวิต”

รางวัลแม่สู้ชีวิตจัดขึ้นเพื่อตอบแทนพระคุณของแม่ที่ได้อุทิศชีวิตต่อสู้เพื่อลูก ลูกของแม่สู้ชีวิตไม่จําเป็นต้องประสบความสําเร็จในชีวิตด้วยการมีตําแหน่งหน้าที่การงานหรือมีการศึกษาสูง ลูกอาจเป็นเด็กพิการ แต่แสดงให้เห็นว่า ด้วยความรัก ด้วยจิตใจ และสองมือของแม่ได้โอบอุ้มให้ลูกมีชีวิตต่อไปได้

รางวัลมี 2 ประเภท คือ แม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกพิการ และ แม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกปกติ มีผู้ได้รับรางวัล 8 ราย ดังนี้

รางวัลแม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกปกติ

ภาคเหนือ

แม่อรุณศรี ถาวร อายุ  45 ปี จังหวัดเชียงใหม่

แม่ดีเด่น

หลังจากแม่แยกทางกับสามี แม่ต้องแบกรับภาระหนี้สินต่าง ๆ ที่สามีได้ก่อทิ้งไว้ แม่เองก็ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ต้องฉีดยาเป็นประจําภาระต่าง ๆ ภายในบ้าน จึงตกอยู่กับแม่เพียงคนเดียว ลําพังรายได้จากการทํานา ทําไร่ข้าวโพด ก็ไม่เพียงพอ  ขยัน ประหยัดอย่างไรก็ต้องกู้หนี้ยืมสิน  โดยเฉพาะช่วงที่คุณยายป่วยต้องฟอกไต  แม่ทั้งเหนื่อยและเครียด  แอบนอนร้องไห้ทุกคืน แต่ต้องเข้มแข็งเพื่อลบล้างคําดูถูกของคนรอบข้าง แม่ไม่ท้อ เพราะมีลูกเป็นกําลังใจ แม่สอนลูกให้เป็นคนดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แม่อรุณศรีได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน ช่วยให้ความรู้แนะนําด้านสุขภาพอนามัยให้แก่ชุมชน

ปัจจุบันลูกทั้ง2 คน เรียนจบดั่งที่แม่ตั้งใจ โดยลูกชายคนโตสอบเข้ารับราชการเป็นตํารวจตระเวนชายแดน  ซึ่งเป็นอาชีพที่ลูกรัก แม้รายได้จะไม่มากนักแต่มีสวัสดิการมาช่วยเหลือค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาลของแม่ได้  ส่วนลูกสาวกําลังรอการสอบบรรจุเป็นครู

ภาคอีสาน

แม่สําลี สารนอก อายุ 81 ปี จังหวัดนครราชสีมา

แม่ดีเด่น

แม่เป็นทั้งพ่อและแม่ของลูกทั้ง 8 คน  เนื่องจาก สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ลูก ๆ ยังเล็ก  แม่ต้องทํานา เลี้ยงควายและปลูกผักขาย เมื่อลูกเริ่มโตพอช่วย ทํางานได้ ก็ต้องหยุดเรียนมาช่วยแม่ทํางาน เพื่อจะได้ส่งน้อง ๆ อีก 5 คนได้เรียนหนังสือต่อ เมื่อลูก ๆ เข้าเรียนมหาวิทยาลัยค่าใช้จ่ายเริ่มสูงขึ้น แม่ยิ่งต้องโหมงานหนักขึ้น  อดทนทํามาหากินเพื่ออนาคตที่ดีของลูก แม่สอนลูกเสมอว่าบ้านเราจน ต้องช่วยกันทํางาน ต้องอดทน ขยันตั้งใจเรียน  ทุกวันนี้ลูกของแม่มีหน้าที่การงานที่ดี  ตั้งใจทํางาน ทําให้แม่ภูมิใจ

ภาคกลาง

แม่ติ๊ด อัตโสภณ อายุ 99 ปี จังหวัดราชบุรี

แม่ดีเด่น

แม่เป็นคนดําเนินสะดวกมีลูก 9 คน ชีวิตของแม่ลําบาก เมื่อยังเป็นเด็กอาศัยอยู่กับคุณยายตาบอด ต้องรับจ้างทํางานในสวน จึงไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือเหมือนกับเด็กคนอื่น

แม่ติ๊ดได้ใช้ชีวิตคู่กับคุณพ่อพิชัย ก่อร่างสร้างตัวจากการขายน้ำตาลมะพร้าวที่บรรจุใส่ปี๊บ แม่พายเรือไปส่งของตามตลาดนัด ยกปี๊บซึ่งหนักมาก วันละ 20 – 30 ปี๊บ ขากลับก็ซื้อไข่เป็ดไล่ทุ่งกลับมาขายที่บ้าน และหารายได้เสริมจากการทําขนมขายตามเทศกาลต่าง ๆ แม่ขยันอดทนสู้อย่างนี้ก็เพราะแม่อยากให้ลูกได้เรียนหนังสือสูง ๆ จะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยเหมือนแม่

ครั้นเมื่อเศรษฐกิจการค้าไม่ราบรื่น รายได้ไม่พอรายจ่าย แม่ติ๊ดจําใจตัดสร้อยทองที่สะสมไว้แบ่งขายทีละข้อจนหมด เมื่อไม่พอก็ต้องกู้เงินจากนายทุน ช่วงนี้เป็นช่วงที่ลําบากของทุกคน ดอกเบี้ยก็ทบต้นทบดอก เจ้าหนี้ก็ทวงเช้าทวงเย็น  สุดท้ายแม่ตัดสินใจขายบ้านริมคลองอันเป็นที่รักมาใช้หนี้ เหลือบางส่วนมาซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ เหลือเงินเล็กน้อยพอประคับประคองชีวิตครอบครัวในยามนั้น คอยวันเวลาให้ลูก ๆ เรียนจบ ลูกคนโตมีงานทําก็ส่งเสียน้อง ๆ คนรอง ๆ มาตามลําดับ จนเรียนจบทํางานได้ดีกันทุกคน สมกับที่แม่รอคอย

ปัจจุบันแม่ติ๊ดมีชีวิตที่สุขสบาย อยู่พร้อมหน้าลูก ๆ หลาน ๆ สิ่งหนึ่งที่ลูก ๆ ได้พร้อมใจกันทํา คือการซื้อบ้านหลังเก่าริมคลองที่แม่ขายไปให้กลับมาเป็นของขวัญแก่แม่ติ๊ด ให้แม่ได้มีความสุข ได้รําลึกถึงอดีตในช่วงชีวิตที่แม่เคยต่อสู้ชีวิตเพื่อลูก ๆ มาได้อย่างภาคภูมิใจ

ภาคใต้

แม่ย่อง บัญชาพัฒนศักดา อายุ 77 ปี จังหวัดพัทลุง

แม่ดีเด่น

แม่ต้องฝ่าฟันต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อให้ครอบครัวมีเงินไว้ซื้ออาหารและเป็นค่าเล่าเรียนของลูกทั้ง 6 คน แม่ทํางานหนักหามรุ่งหามค่ำมาตลอด ตื่นแต่เช้ามาโกยทรายที่อยู่ในลําคลองหลังบ้านเอามาขาย สามีเป็นช่างก่อสร้างก็ทําแบบไว้ให้แม่ได้นําทรายมาผสมปูน หล่อเป็นท่อซีเมนต์ขาย ที่ดินทํากินก็ไม่มี ต้องเช่าทํานา ปลูกผัก ทําปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เอง อาหารการกินก็หาจากในลําคลองหลังบ้าน ลูกทุกคนรู้ซึ้งและซึมซับว่าครอบครัวของเราลําบากเพียงใด อาชีพอีกอย่างที่แม่ทําคือ รับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า แม่เย็บผ้าทั้งวันทั้งคืน ลูก ๆ ไม่รู้ว่าแม่หลับตอนไหน เพราะจะได้ยินเสียงจักรเย็บผ้าทั้งคืน ตอนนั้นเพราะลูกเยอะต้องรีบหาเงินไว้ให้ลูกได้เรียนสูง ๆ และชีวิตของแม่ต้องทํางานหนักมากขึ้นอีกเมื่อสามีป่วย แม่จําเป็นต้องกู้เงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลและส่งลูกเรียน เมื่อลูกคนโต ๒ คนเรียนจบก็ช่วยกันดูแลน้อง ๆ ให้ได้เรียนต่อ และนี้คือความสําเร็จของแม่คนนี้ ที่ไม่มีทรัพย์สินต้นทุนใด ๆ ให้นอกจากส่งทุกคนให้ได้มีการศึกษา เป็นคนดีของสังคม

ประเภทแม่ของลูกพิการ

ภาคเหนือ

แม่สุพิณทอง ไชยวงค์ อายุ 59 ปี จังหวัดเชียงใหม่

แม่ดีเด่น

แม่ที่ทุ่มเทและทําทุกอย่างเพื่อประคับประคองให้ลูกน้อยมีชีวิตและมีพัฒนาการทางร่างกายที่ดีขึ้น ความพิการของลูกคนนี้เกิดจากภาวะแท้งคุกคามตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แม่ทราบดีตลอดและไม่เคยเสียใจแต่กลับยอมรับให้เกิดมาเป็นลูกของแม่ แม้จะมีปัญหาบ้าง จนบางครั้งก็ท้อและเครียด โดยเฉพาะต้องดูแลลูก เพียงลําพังหลังแยกทางกับสามี กําลังใจสําคัญที่ช่วยให้แม่มีพลังต่อสู้กับปัญหาทั้งปวง ก็คือลูกสาวคนเล็กของแม่ที่คอยช่วยเหลือดูแลรักพี่สาวโดยไม่รังเกียจ อีกทั้งยังได้รับความช่วยเหลือจากญาติพี่น้องและคนรอบข้างเป็นอย่างดี

ทุกวันนี้แม่ต้องลาออกจากงานประจําทางด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้ดีเพื่อที่จะมีเวลาดูแลลูกสาวได้ตลอดเวลา และหารายได้จากการทําขนมอาหารว่างขายส่งตามสถานที่ราชการและขายเสื้อผ้ามือสอง แม่ขอสัญญาว่าจะพยายามทําทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวของเราฝ่าวิกฤติต่าง ๆ ไปให้ได้

ภาคเหนือ

แม่คํา พยัคฆา  อายุ 59 ปี จังหวัดลําปาง

แม่ดีเด่น

แม่และสามีมีอาชีพเป็นกรรมกรก่อสร้าง ทํางานหนัก พอคลอดลูกคนเล็กออกมา พบว่าลูกมีพัฒนาการช้าไม่สมกับวัย แม่พยายามทําทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกตอบสนองจนลูกสามารถคลานและเดินได้ด้วยไม้ค้ำยันเมื่ออายุ 7 ปี แต่ก็ยังไม่ปกติ ยังสื่อสารพูดคุยกับใครไม่ได้ ด้วยอาชีพของแม่เป็นคนงานก่อสร้างต้องย้ายถิ่นฐานไปหลายจังหวัดจึงต้องฝากให้ญาติผู้ใหญ่ดูแล ทั้งที่ใจของแม่เองก็อดเป็นห่วงไม่ได่ ต่อมา สามี ยาย และย่า มาป่วยเสียชีวิต ทําให้ชีวิตแม่ช่วงนั้นลําบากมาก เมื่อลูกสาวคนโตเรียนจบปริญญาตรีมีงานทํา ได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระแม่ไปได้มาก

ทุกวันนี้แม่ได้กลับมาดูแลลูกสาวคนนี้อย่างใกล้ชิด แม่จะทุ่มเทพยายามทําทุกอย่างเพื่อลูก แม่อยากให้ลูกเป็นคนพิการที่เก่งมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ดูแลตัวเองให้ได้ในยามที่แม่จากไป

ภาคอีสาน

แม่ทองจร ดวงอาจ อายุ 67 ปี จังหวัดศรีสะเกษ

แม่ดีเด่น

แม่ต้องเลี้ยงลูก 3 คนเพียงลําพัง เพราะสามีเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ลูกแม่คนโตมีความพิการทางสติปัญญา และพิการ  ทางการสื่อความหมาย เพราะได้รับเชื้อมาลาเรียจากแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แม่ดูแลหาข้าวหาน้ำเลี้ยงดูด้วยความรักมากว่า 45 ปี ด้วยฐานะทางบ้านที่ยากจน ต้องทํางานหารายได้มาให้พอกับค่าใช้จ่าย การทํานาเพียงอย่างเดียวจึงไม่พอที่จะเลี้ยงลูก 3 คน ต้องรับจ้างเลี้ยงวัว เวลาว่างจะทําขนมขายในชุมชน ชีวิตแม่ไม่เคยสุขสบาย ลูกชายคนเล็กหัวเรี่ยวหัวแรงของแม่ก็ป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมีย มีอาการแทรกซ้อนตลอด แต่แม่ไม่ยอมแพ้ในโชคชะตา

แต่แล้วชีวิตแม่ก็ต้องเผชิญวิกฤติอีกครั้ง เมื่อลูกชายคนเล็กต้องมาสูญเสียขา เพราะการติดเชื้อจากแมลงกัด แต่อุปสรรคนี้ไม่ได้ทําให้ลูกของแม่ท้อ กลับมุมานะนําความรู้ที่มีมารับจ้างตัดผม และทําเฟอร์นิเจอร์จากไม้ ซึ่งมีรายได้เพียงพอที่จะช่วยเหลือครอบครัว ทุกวันนี้แม่หมดห่วง เพราะลูก ๆ ต่างช่วยเหลือดูแลกัน ไม่ทิ้งกัน

ภาคกลาง

แม่รัชนี ภู่เงิน อายุ 38 ปี จังหวัดฉะเชิงเทรา

แม่ดีเด่น

แม่มีลูกสาวคนเดียวอายุ 15 ปี มีภาวะสมองพิการมาแต่กําเนิด มีร่างกายแขนขาโค้งบิดงอผิดรูป ขณะแม่ท้องได้ 5 เดือน แม่ต้องผ่าตัดเอาลําไส้ใหญ่ออกเนื่องจากลําไส้อุดตัน ส่งผลให้ลูกหยุดหายใจไปชั่วขณะ แพทย์ต้องฉีดยากระตุ้นหัวใจ พอคลอดออกมาลูกจะร้องไห้ตลอดเวลา มีอาการชักเกร็งอยู่บ่อย ๆ แม่รัชนีต้องพาลูกไปรักษาตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ใครว่าดีแม่พาไปรักษามาหมด ด้วยหัวใจที่ยังหวังให้ลูกหาย ลําบากยากแค้นแค่ไหนแม่ก็สู้ แม้จะโดนไล่ลงจากรถเพราะลูกร้องไห้ไม่หยุด แม่ก็ทน ส่วนพ่อของลูกก็ทิ้งไปตั้งแต่ลูกอายุได้เพียง 2 ขวบ

วันเวลาที่ผ่านไป ลูกเติบโตขึ้นพร้อมกับความพิการที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันเป็นคนไข้ติดเตียง ต้องเจาะคอใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา หมอบอกให้แม่ทําใจไว้บ้างแต่แม่ก็ยังหวังในปาฎิหาริย์ และนับเป็นบุญของลูกที่ได้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันสูงสุดแก่สองแม่ลูก

ทุกวันนี้แม่รัชนีต้องลาออกจากงานมาเฝ้าลูกทุกวัน คอยพูดปลอบให้กําลังใจลูก ด้วยความหวังว่าลูกแม่จะได้กลับบ้านสักวันหนึ่ง แต่แล้วโชคชะตาก็ไม่เข้าข้าง ลูกสาวต้องมาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา

 

กดเลข 2 ด้านล่างเพื่ออ่าน รางวัล “แม่ 100 ปี” ในหน้าถัดไป>>>

keyboard_arrow_up