สมาทานศีล

สมาทานศีลที่ใจใช่วาจา และทำบุญให้ได้บุญ

สมาทานศีล
สมาทานศีล

สมาทานศีล ที่ใจใช่วาจา และทำบุญให้ได้บุญ

คนไทยเป็นคนใจบุญสุนทาน  ชอบเข้าวัดทำบุญ  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี  เพราะในฐานะพุทธศาสนิกชนหรืออุบาสกอุบาสิกา  เราควรร่วมกันสืบพระบวรพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ฉันสังเกตเห็น จากคนรอบข้างแล้วแปลกใจสงสัยคือ พวกเขาเข้าใจคำว่า “ศีล” และ “บุญ” มากน้อยแค่ไหน

เพื่อนบ้านของฉันคนหนึ่งมักไปเข้าวัดทำบุญทุกวันพระ เธอชวนฉันไปด้วยบ่อย ๆ แต่ฉันไปด้วยไม่ได้เนื่องจากไม่มีคนเฝ้าร้านให้ ก็ได้แต่อนุโมทนาไปกับเธอ วันหนึ่งเธอมาถามฉันว่า “มีเคล็ดลับอะไรดี ๆ ก็บอกกันบ้างสิ” ฉันงงว่าเรื่องอะไร เธอก็บอกว่า “ใครเขาบอกมาล่ะว่ารับเลี้ยงหมาแมวจรจัดเยอะ ๆ แล้วจะมีโชคลาภ” ฉันจึงได้ถึงบางอ้อ คงเพราะเธอเห็นว่าร้านของฉันคนเข้าเยอะ กิจการดำเนินไปได้ด้วยดี คงเกิดจากการที่ฉันรับเลี้ยงสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมาก ฉันบอกไปตามตรงว่าไม่มีใครบอก ที่ทำไปเพราะความสงสารล้วน ๆ เธอทำหน้าเหมือนคลางแคลงใจ แต่ก็ไม่พูดอะไร

หลายวันต่อมา เธอร้องไห้โฮมาหาฉันที่บ้านแล้วถามว่า เธอจะบาปไหมที่เธอทำหมาตายไปหนึ่งตัว เนื่องจากมีลูกหมาหลงตัวหนึ่งมายืนอยู่หน้าบ้านเธอ ด้วยความที่เธอไม่ชอบสัตว์ จึงกระทืบพื้นเสียงดังไล่ลูกหมา ลูกหมาตัวนั้นตกใจวิ่งออกถนนแล้วถูกรถทับ ตายไปต่อหน้าต่อตาเธอ

ฉันไม่รู้จะปลอบอย่างไร ได้แต่บอกว่า ฉันเข้าใจว่าคนเราไม่ได้รักสัตว์กันทุกคน แต่อย่างน้อยเราก็ควรมีเมตตา เมตตาธรรมค้ำจุนโลก เราโชคดีที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็ไม่ควรไปเบียดเบียนเดียรัจฉาน เพราะเขาเกิดมาใช้กรรมมากพอแล้ว

นอกจากนี้ความเมตตายังเป็นข้อแรกในพรหมวิหาร 4 อันเป็นธรรมที่ควรยึดถือปฏิบัติด้วย ได้แก่ เมตตา คือ ปรารถนาดี อยากให้เขามีความสุข กรุณา คือ ความสงสาร คิดช่วยให้พ้นทุกข์ มุทิตา คือ ความพลอยยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุข และ อุเบกขา คือ การวางใจเป็นกลาง

สมาทานศีล
Photo by venwardo on Unsplash

หลังจากนั้นไม่นานนัก ฉันก็ได้ฟัง เรื่องราววุ่นวายจากญาติคนหนึ่งซึ่งโทรศัพท์มาปรับทุกข์เรื่องลูกชายของเธอ

ครอบครัวนี้ชอบเข้าวัดปฏิบัติธรรมกันเกือบทั้งบ้าน ไปถือศีลที่วัดกันคราวละหลายวัน โดยเฉพาะหลานชายของฉันคนนี้ นอกจากมีชื่อเป็นคำศัพท์ทางพุทธศาสนาแล้ว ยังชอบเข้าวัดถือศีลเป็นนิจ บวชเณรภาคฤดูร้อนไม่เคยขาดและทำด้วยความสมัครใจ พ่อแม่ไม่เคยบังคับ อีกทั้งยังเป็นเด็กเรียนดี มารยาทงาม จนได้รับคำชมจากครูประจำชั้นและผู้ใหญ่หลายคนเสมอ ๆ

แต่แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อแม่ของหลานพบว่าเงินที่เก็บไว้ใช้ฉุกเฉินจำนวนหลายพันบาทหายไปจากหัวเตียง ทีแรกเธอเข้าใจว่าอาจย้ายที่เก็บแล้วหาไม่เจอเอง แต่เมื่อค้นบ้านแล้วเห็นของเล่นชิ้นหนึ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในห้องของลูกชาย จึงไปคาดคั้นเอาความจริงจากเขา ลูกชายก็ยอมรับและบอกว่าก็แค่เอาเงินไปซื้อของเล่นใหม่ เพราะเคยขอแล้ว แต่แม่ไม่ซื้อให้ เธอทั้งผิดหวังและโมโหจึงตีเขาอย่างแรง เธอมาเล่าให้ฟังว่า ไม่เข้าใจว่าลูกชายที่ทั้งเรียนเก่งและชอบเข้าวัดถือศีลเป็นประจำ จะ “ขโมย” เงินได้อย่างไร

ฉันบอกว่า การ “จำได้” ก็เรื่องหนึ่ง แต่ความ “เข้าใจ” ซึ่งนำไปสู่การปฏิบัติเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หลานฉันท่องศีลข้อที่ 2 ได้ คือ “อทินนาทานา เวรมณี เว้นจากถือเอาของที่เขามิได้ให้” ข้ออื่น ๆ ก็ท่องได้ แต่เขาเข้าใจแต่ละข้อมากน้อยแค่ไหน เขาเข้าใจ หรือไม่ว่าคำว่า “ลักทรัพย์” หรือ “ขโมย” แปลว่า เอาสิ่งของที่เจ้าของไม่อนุญาต คนเป็นพ่อหรือแม่ต้องสอนให้เขาเข้าใจด้วย ไม่ใช่เพียงท่องจำ มิเช่นนั้นการสมาทานศีลของเขาก็เป็นแค่ปากเปล่า ไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย

จากทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ฉันได้คิดว่า เราชาวพุทธที่เข้าวัดถือศีลฟังธรรมนั้นเข้าใจเรื่องบาปบุญมากแค่ไหน เช่น เข้าใจหรือไม่ว่าการทำทาน ซึ่งแปลว่าการให้นั้นจะได้บุญตามเจตนา คือ มีความปีติยินดีก่อนให้ มีความปีติยินดีระหว่างให้ และหลังจากได้ให้แล้ว เกิดความปีติยินดีในการให้ของตน อีกทั้งยังต้องทำบุญหรือให้ทานโดยประกอบด้วยปัญญาและเชื่อในกรรมและผลของกรรมด้วย

การถือศีลทำบุญทำทาน  เป็นเรื่องดี  ทำให้จิตใจสงบผ่องใส  ไม่เบียดเบียนผู้อื่น    แต่สิ่งสำคัญคือ  การเข้าใจหลักธรรมในพุทธศาสนาอย่างถ่องแท้และน้อมนำไปปฏิบัติ  จึงจะเป็นพุทธศาสนิกชนที่แท้

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  สนิมสร้อย

Image by Jaesung An from Pixabay

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

อานิสงส์แห่งการรักษา ศีล 5 มีอะไรบ้าง

เหนือกว่าศีล 5 คือ กุศลกรรมบถ 10 โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

keyboard_arrow_up