ความดี

ความดี … ทำง่าย?

ความดี
ความดี

“การทำความดีไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป” ใครสักคนเคยพูดไว้เช่นนั้น ตอนได้ยินฉันนึกแย้งในใจว่า “ไม่จริงมั้ง ข้ออ้างหรือเปล่า…ถ้าคนเราจะทำ ความดี เสียอย่างไม่มีอะไรยากหรอก” จนกระทั่งตัวเองได้ประสบกับเหตุการณ์หนึ่งซึ่งส่งผลให้ต้องกลับมาคิดอีกครั้งว่า บางทีคำกล่าวนี้อาจจะเป็นจริงก็ได้…

ฉันเป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด ก่อนจะย้ายมาใช้ชีวิตและทำงานที่จังหวัดพังงา บ่ายวันหนึ่งฉันขับรถตู้โกโรโกโสของบริษัทไปทำธุระที่ธนาคาร (รถคันนี้มีชื่อเล่นว่า “น้องแหบ”) เมื่อออกจากธนาคารกำลังจะขับพาน้องแหบกลับบริษัท เห็นสามีภรรยาชาวต่างชาติคู่หนึ่งเดินตรงมาที่รถ ฉันจึงเปิดหน้าต่างลง มาดามยื่นแผนที่ในมือให้ดูพลางชะเง้อมองชื่อบริษัทที่หน้าอกเสื้อพนักงานของฉันด้วย

เธอถามว่าจุดขึ้นรถของโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งในเขาหลักอยู่ที่ไหน เธอและสามีต้องการจะกลับโรงแรม ฉันตอบคำถามของเธอไม่ได้เพราะไม่ใช่คนแถวนี้ แต่พอดีมองไปเห็นวัยรุ่นชายคนหนึ่งกำลังกวักมือเรียกฝรั่งทั้งคู่ให้ไปขึ้นรถแท็กซี่สองแถวของเขา ฉันถามเขาว่าจุดขึ้นรถกลับโรงแรม…อยู่ที่ไหน เขาตอบว่าไม่รู้ จากนั้นก็หันไปตั้งหน้าตั้งตาเรียกฝรั่งคู่นั้นมาขึ้นรถต่อไป

ตัวฉันเองเคยไปใช้ชีวิตในต่างแดนและเคยอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือแบบนี้มาก่อน ครั้งใดที่ได้รับความเอื้อเฟื้อจากเจ้าของประเทศจะรู้สึกดีมาก ตอนนั้นฉันก็แค่อยากให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองไทยรู้สึกแบบเดียวกัน จึงบอกพวกเขาว่าจะไปส่งที่โรงแรมให้เอาไหม มาดามถามว่าจะคิดตังค์เท่าไร ฉันตอบว่า ไม่คิดเงินหรอก พวกเขาดีใจมาก รีบเปิดประตูน้องแหบขึ้นมานั่งทันที

แต่เหตุการณ์ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อวัยรุ่นเจ้าถิ่นพยายามห้ามไม่ให้ฉันออกรถ เขาพูดซ้ำ ๆ ว่า “พี่เอาแขกไปไม่ได้” ฉันจึงหันไปพูดกับแขกบ้านแขกเมืองทั้งสองว่าผู้ชายคนนี้อยากให้คุณไปกับรถของเขา คุณต้องการอย่างนั้นไหม แขกตอบพร้อมกันว่า “ไม่!” ขณะนั้นฝนเพิ่งซาเม็ดและร้อนอบอ้าวจากไอแดดที่สาดแสงลงมา หากพวกเขาไม่ไปกับรถโลคัลแท็กซี่คันนี้ก็คงต้องพากันเดินฝ่าไอแดดไปเรื่อย ๆ และระยะทางจากตรงนี้ไปโรงแรมก็ไม่ใช่ใกล้ ๆ

ฉันไม่ฟังเสียงทัดทานขณะที่คนขับรถรับจ้างเจ้าถิ่นยังไม่ยอมหยุดแผ่นเสียงตกร่องของเขา “พี่เอาแขกไปไม่ได้ ๆ” มันเพิ่มความรำคาญมากขึ้นทุกขณะ ฉันจึงตัดความรำคาญโดยตะโกนออกไปว่า “มีอะไรให้ไปเคลียร์ที่บริษัท” จากนั้นก็รีบตะบึงน้องแหบออกไปอย่างรวดเร็ว ได้ยินเสียงเขาตะโกนถามกลับมาแว่ว ๆ ว่าบริษัทชื่ออะไร

ฉันขับน้องแหบไปเรื่อย ๆ รู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ พอมาถึงโรงแรม ฝรั่งทั้งสองกล่าวขอบคุณแล้วเดินเข้าล็อบบี้ไป ฉันจึงมุ่งหน้ากลับบริษัท พอขับรถออกมาได้แป๊บเดียวก็เจอรถสองแถวเล็กคันหนึ่งที่อยู่เลนตรงข้ามกะพริบไฟใส่ เมื่อมองจากกระจกส่องหลังก็เห็นรถคันนั้นขับตามมาอย่างไม่ลดละ คงเป็นรถของเด็กเจ้าถิ่นนั่นแน่ ๆ

ปกติแล้วฉันเป็นคนขับรถช้า แต่วันนั้นฉันเหยียบคันเร่งเสียมิด ต้องไม่ให้สองแถวนั่นตามมาทัน เขาอาจมีอาวุธก็ได้ หากฉันหยุดรถ เขาอาจเข้ามาทำร้าย ที่นี่ไม่ใช่บ้านฉัน จะร้องให้คนช่วยก็ไม่แน่ใจว่าจะมีใครมาช่วยหรือไม่ เวลานั้นฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแองเจลินา โจลี ที่กำลังถ่ายหนังในฉากที่ถูกผู้ร้ายไล่ล่า

ความดี
Photo by William Krause on Unsplash

ในที่สุดฉันก็กลับมาถึงออฟฟิศได้โดยสวัสดิภาพ แม้ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เพื่อนร่วมงานฟัง ทว่าไม่นานทุกคนก็รับรู้ถึงสิ่งที่เพิ่งเกิด เมื่อเจ้าถิ่นคนเดิมพาชายอีกคนหนึ่งบุกเข้ามาถึงในออฟฟิศ เพื่อเคลียร์ตามที่ฉันได้ประกาศเชิญเอาไว้แต่แรก (ไม่น่าเลยเรา) ขณะนั้นในบริษัทเรามีหญิงสาวเพียงสี่คน ชายฉกรรจ์มีท่าทีคุกคาม พวกเขาพากันโวยวายเป็นภาษาใต้ว่า “พี่ทำแบบนี้พวกผมจะหากินได้ยังไง”

“พวกเขาไม่ใช่แขกของเธอ แล้วฉันก็ไม่ได้ขโมยด้วย ฉันพาเขาไปส่งที่โรงแรมฟรี ๆ และถ้าหากไม่รับเขามา พวกเขาก็ไม่ไปกับเธออยู่ดี” ฉันพูดดัง ๆ กลับไปเป็นภาษากลาง

คนใต้เจ้าถิ่นกลับบอกว่า “ทำไมต้องไปส่งฟรี ๆ ฝรั่งพวกนี้มันจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินมาตั้งแพง เงินค่ารถเล็กน้อยแค่นี้พวกมันอยากจ่ายอยู่แล้ว”

แหม ถ้าพวกเขาอยากจ่ายเงินจริง ๆ ก็คงกระโดดขึ้นรถสองแถวของเธอไปตั้งแต่แรกแล้วละ คนขับรถสองแถวตามฉันมาถึงที่นี่ เพราะความเห็นแก่ตัวและไร้น้ำใจ พวกเขาคงไม่เคยได้รับความเอื้ออาทรหรือความช่วยเหลือจากใครเลย เขาจึงมองเห็นการแสดงน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของฉันเป็นเรื่องใหญ่จนยอมไม่ได้ แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย น้องโอเปอเรเตอร์ก็รีบตัดบทโดยพูดเป็นภาษาถิ่นว่า ฉันไม่ใช่คนที่นี่ จึงไม่รู้ว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ นั่นแหละ ผู้ชายทั้งสองคนจึงพากันออกจากออฟฟิศไปโดยไม่วายหันมาย้ำว่าฉันไม่ควรทำแบบนี้อีก

หลังจากเหตุการณ์นั้นเป็นต้นมา ฉันค่อนข้างวิตกกังวลเวลาที่ต้องขับรถไปไหนมาไหนคนเดียว และอดตั้งข้อสงสัยในการทำความดีของตัวเองไม่ได้ว่า ในเมื่อมันทำให้คนคนหนึ่งต้องเสียผลประโยชน์ แบบนี้ยังเรียกว่าการทำ ความดี อยู่หรือเปล่า

ปะป๊าได้ยินเสียงรำพึงรำพันของฉันจึงเล่าให้ฟังว่า ตอนที่ท่านรับราชการเป็นช่างโยธา ป๊าไม่เซ็นใบผ่านโครงการให้ผู้รับเหมา เนื่องจากยื่นสเป็คก่อสร้างถนนไม่ได้มาตรฐาน ป๊าทำหน้าที่ด้วยความซื่อตรงเป็นการทำความดีตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ทว่างานนี้คนที่เสียผลประโยชน์ไม่ได้มีแค่คนเดียว ต่อมาไม่นานป๊าเลยถูกหัวหน้าสั่งย้ายให้ไปรับตำแหน่งต่างอำเภอ เขากำจัดป๊าไปให้พ้นทางเพื่อจะได้ฉ้อราษฎร์บังหลวงได้สะดวกขึ้น ส่วนป๊าก็ไม่เคยสัมผัสกับคำว่าเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานอีกเลยตลอดชีวิตราชการ จนกระทั่งต้องเกษียณก่อนกำหนด แม้กระนั้นป๊าก็ยังเชื่อว่าสิ่งที่ทำลงไปคือความดีที่มีคุณค่า ถึงแม้คนอื่นจะมองไม่เห็นและเป็นเหตุให้ต้องตกระกำลำบากก็ตามที

ถ้าจะเปรียบเทียบกันแล้ว การทำความดีของป๊าทำยาก แถมยังส่งผลให้ตัวเองต้องเดือดร้อนมากกว่าในกรณีของฉันเสียอีก ป๊าไม่ตอบคำถามในสิ่งที่ฉันสงสัย เพียงแต่พูดว่า…

“บางครั้งความดีก็ทำยากจริง ๆ”

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  ธารจี ธัญวิฑิต

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

คุณหมอผู้ยึดมั่นในความดี แม้ความตายก็ไม่อาจสั่นคลอนแรงศรัทธา

พลังของการทำความดี  สุวรรณฉัตร พรหมชาติ เจ้าของฉายา แท็กซี่อุ้มบุญ

อเล็กซานเดอร์ เรนเดลล์ ทำความดีต้อง “ใช้ใจนำ” และ “ใช้ใจทำ”

ทำความดีต้องชื่นชม พนักงานเก็บขยะ น้ำใจงาม เก็บเงินส่งคืนเจ้าของ

“ขอทำความดีทุก ๆ ลมหายใจ” ทนายสงกานต์ เจ้าของฉายา เปาบุ้นจิ้นเมืองไทย

เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ กับ “ความดี” ที่ใครๆ ก็ทำได้ “ง่าย” นิดเดียว

keyboard_arrow_up