ชีวิตอันน่าเสียดาย (?) ของสตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง นักฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก

สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง
สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง

สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง (Stephen Hawking) ได้รับการยกย่องจากนักวิทยาศาสตร์ด้วยกันว่าเขาคือนักฟิสิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก เทียบได้กับ แอลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) จากผลงานการอธิบายสภาวะของ “หลุมดํา”และ “การกําเนิดของจักรวาล” ซึ่งถือเป็นการเปิดศักราชให้แก่วิชา “จักรวาลวิทยา” ซึ่งเป็นฟิสิกส์กระแสหลักของโลกปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่แล้วเมื่อผู้คนได้ยิน ได้ฟัง หรือได้เห็น “ชีวิต” ของสตีเฟ่นก็คงอดคิดไม่ได้ว่า “ช่างน่าเสียดายนัก” เพราะสมองอันปราดเปรื่องของเขาต้องอยู่ในร่างที่พิการ ขยับได้เพียงนิ้วสองนิ้วและซีกหน้าด้านซ้ายเท่านั้น

แต่ทว่าชีวิตของสตีเฟ่นเป็นชีวิตที่น่าเสียดายจริงหรือ

สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง เกิดวันที่ 8 มกราคม ค.ศ.1942 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และฉายแววอัจฉริยะมาตั้งแต่เด็ก ทั้งที่สตีเฟ่นไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ ไม่ยอมจดโน้ต และเข้าห้องเรียนน้อยมาก แต่เขากลับทําคะแนนสอบได้สูงที่สุด โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์

สตีเฟ่นได้รับทุนให้เรียนหลักสูตร วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Science) ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดขณะอายุได้เพียง 17 ปี แต่สตีเฟ่นเห็นว่าวิชาที่เรียนอยู่นั้นง่ายดายเกินไปจนน่าเบื่อหน่าย ครั้งหนึ่งเขาถึงกับปฏิเสธไม่ยอมทําโจทย์ฟิสิกส์จากตําราที่อาจารย์สั่งให้ทําเป็นการบ้าน เมื่ออาจารย์ทวงถาม สตีเฟ่นก็อธิบายถึงข้อผิดพลาดต่าง ๆ ในตําราเล่มนั้น จนอาจารย์ต้องเป็นฝ่ายตกตะลึง

อย่างไรก็ดี ในช่วงปิดภาคเรียนครั้งหนึ่ง สตีเฟ่นได้ไปร่วมหลักสูตรดาราศาสตร์เชิงสังเกตการณ์ที่ หอดูดาวรอยัลกรีนิช (Royal Greenwich Observatory) ซึ่งทําให้เขาหันมาสนใจศึกษาวิชาจักรวาลวิทยาตั้งแต่นั้น

สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง

สตีเฟ่นเรียนจบด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และตัดสินใจเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่หลังจากเริ่มเรียนได้ไม่นานนัก เขาก็ได้รับข่าวร้ายที่สุดในชีวิต

 

กดเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป>>>

keyboard_arrow_up