จะมีลมหายใจอยู่อีกนานแค่ไหน

True Story : จะผ่าตัดมากี่ร้อยครั้ง ใจฉันก็ยังสู้ แม้ไม่รู้ว่าจะมีลมหายใจอยู่อีกนานแค่ไหน

จะมีลมหายใจอยู่อีกนานแค่ไหน
จะมีลมหายใจอยู่อีกนานแค่ไหน

ระยะหลังมานี้แม่หันมาลงทุนทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ และเริ่มทยอยขายที่ดินเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือลูกจ้าง พร้อมกับส่งฉันเรียนต่อปริญญาโท สาขาออกแบบภายในที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แม่ยอมให้ฉันเรียนทำผมที่ Vidal Sassoon ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนทำผมชื่อดังที่สุดในโลกควบคู่ไปด้วย หลังจบหลักสูตรและได้รับใบประกาศเกียรติคุณ ฮอลลีวู้ดก็ดึงตัวฉันไปทำผมให้ดาราดังอย่าง เจนนิเฟอร์ โลเปซ และอีกหลายคน

แต่ชีวิตที่กำลังรุ่งก็ต้องสะดุดลง เมื่อจู่ ๆ น้ำหนักของฉันก็เพิ่มขึ้นกว่าสามสิบกิโลกรัม เป็น 110 กิโลกรัมโดยไม่ทราบสาเหตุ! ฉันหายใจไม่ออก จึงไปตรวจที่โรงพยาบาลในสหรัฐฯ ก่อนจะรู้ว่าเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ ฉันรีบกลับเมืองไทยทันที เพราะอยากจะตายในอ้อมกอดแม่

ฉันกลับมารักษามะเร็งจนหาย ทว่าวันหนึ่งฉันก็เกิดปวดท้องอย่างรุนแรง รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ไม่ว่ารักษาด้วยวิธีใดก็ไม่ช่วยให้ความเจ็บปวดทุเลา อาเจ๊กของฉันจึงรีบติดต่อคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านลำไส้อันดับต้นๆ ของโลกมารักษา แต่ค่าผ่าตัดหลักสิบล้านบาท ทำให้ฉันตัดใจยอมตาย อาเจ๊กจึงหาทางช่วยหลานอีกครั้งด้วยการส่งอีเมลไปชักชวนแพทย์ทั่วโลกมาศึกษาดูอาการของฉัน ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวในโลกที่ยังมีชีวิตรอดทั้งที่กล้ามเนื้อหน้าท้องพิการมาแต่กำเนิด เราเก็บค่าศึกษาจากแพทย์เหล่านั้นจนมีเงินมากพอสำหรับค่าผ่าตัดในที่สุด

เมื่อได้รับการตรวจโดยละเอียดก็พบว่าอาการต่างๆ จะทุเลาลงถ้าได้จัดเรียงลำไส้ใหม่ทั้งระบบ การผ่าตัดจึงเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนและใช้เวลานานกว่า 9 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น ช่วงพักฟื้นหมอเล่าให้ฟังว่า ลำไส้ของฉันพันกันแน่นจนเกิดการอักเสบ หมอจำเป็นต้องเลาะลำไส้ทั้งหมดออกจากกัน และต้องใส่อวัยวะเทียมทดแทนหลายชิ้น จนร่างกายฉันอ่อนเพลีย ผ่าตัดต่อไม่ได้ หมอระบุว่าอาการจะดีกว่านี้ถ้าได้ผ่าตัดครั้งใหญ่เพื่อใส่ตาข่ายเทียมทดแทนกล้ามเนื้อหน้าท้องที่พิการ ซึ่งจะผ่าตัดได้ก็ต่อเมื่อ ฉันตั้งท้อง เพราะเด็กในครรภ์จะช่วยดันลำไส้ขึ้น และต้องรีบผ่าตัดทันทีหลังคลอด

ฉันไม่มีแฟนและไม่เคยคิดเรื่องแต่งงาน เพราะฉันรักและอยากอยู่ดูแลแม่มากกว่า โชคดีที่เพื่อนสนิทของฉันช่วยบริจาคสเปิร์มให้ หลังจากนั้นไม่นาน หมอก็ช่วยให้ฉันตั้งท้องลูกฝาแฝดได้สำเร็จ ทว่ามะเร็งก็กลับมาอีกถึงสองครั้ง!

การรักษาด้วยรังสีและเคมีบำบัดทำให้ลูกของฉันเสียชีวิตตั้งแต่ในครรภ์ ช่วงเวลานั้นฉันร้องไห้เสียใจอย่างหนัก แต่คนที่ทุกข์ยิ่งกว่าคือแม่ น้ำตาของท่าทำให้ฉันต้องพยายามทำใจให้เข้มแข็งและลุกขึ้นสู้ต่อไป ฉันตัดสินใจเปิดร้านทำผม โดยได้เงินทุนจาการขายที่ดินผืนสุดท้ายของแม่ ฉันตั้งปณิธานไว้ว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้จะยกให้แม่ทั้งหมด

ดีกรีช่างทำผมอันดับสามของโลกทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่ร้านของฉันไม่ขาดสาย ไม่ว่าคนมีฐานะ ดารา นักร้อง หรือเจ้าของธุรกิจชื่อดัง ซึ่งส่วนใหญ่จะฝากตัวเป็นลูกค้าประจำตั้งแต่ใช้บริการเพียงครั้งแรก ฉันเปิดร้านทุกวันแทบไม่เคยหยุด แม้วันที่ต้องผ่าตัด ฉันก็ยังเปิดร้านช่วงเช้า แล้วไปผ่าตัดตอนบ่าย พักฟื้นแค่สองวันก็หนีออกจากโรงพยาบาลมาทำงานต่อ จนหมอเอือมระอา แต่ความขยันของฉันก็ทำให้หนี้หลายร้อยล้านลดลงจนเหลือเพียงสามสิบล้านในเวลาไม่กี่ปี แววตาแห่งความสุขของแม่ทำให้ฉันสู้เต็มที่ เพราะรู้ดีว่าฉันอาจเหลือเวลาไม่มากนัก

 

คลิกเลข 4 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป >>>

keyboard_arrow_up