(ไม่) ทุกข์เพราะสามีทิ้ง – บทความดีๆ เพื่อคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

หลายคนคงเคยรู้สึกเจ็บปวดมากเหมือนฉันที่ สามีทิ้ง ไป

ฉันจมอยู่กับความสงสัยว่าฉันทําอะไรผิด ลูกๆ ต้องรับผลจากการกระทําของพ่อ ต้องทนทุกข์กับเรื่องราวที่เราไม่เคยเตรียมใจไว้ก่อน (สามีทิ้ง)

หลังจากล้มลุกคลุกคลานกับเรื่องราวต่างๆ ของตัวเองจนชินและชาแล้ว ฉันเริ่มคิดว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือเกินที่ผ่านเรื่องต่างๆ มาได้โดยที่ยังเป็นคุณแม่ของลูกๆ อีกสองคน และเขาสองคนรักฉัน

เมื่อสองปีก่อน วันที่พ่อของลูกเดินถือกระเป๋าออกจากบ้าน ในขณะที่ฉันและลูกยืนร้องไห้ ลูกรู้แต่เพียงว่าพ่อและแม่ทะเลาะกัน และพ่อกําลังจะไป ฉันไม่สามารถหยุดร้องไห้ได้ พี่สาวคนโตต้องเดินมาปลอบใจ ภาพลูกร้องไห้สะอึกสะอื้นกับความเสียใจของฉันที่ไม่สามารถยึดเขาไว้กับครอบครัวยังแจ่มชัด ฉันกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เหมือนผีตนหนึ่งที่ไม่สามารถหลุดจากความทุกข์ได้

เวลานี้เองที่ทําให้รู้จักความทุกข์ว่าเป็นอย่างไร

พี่สาวของฉันยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือดูแลเด็กๆ ให้ ในเวลาที่ฉันควบคุมความโศกเศร้าไม่ได้ ฉันตีลูก เห็นน้ำตาลูกไหลโดยไม่สะอึกสะอื้น ฉันช่างเป็นแม่ที่ใจร้ายเหลือเกิน น้องที่บริษัทคอยให้กําลังใจเป็นเพื่อนทุกเวลาที่ฉันรู้สึกแย่กับเรื่องของสามี ทั้งปลอบ ทั้งให้แง่คิด ตอนที่เราทุกข์ เรามักมองอะไรไม่เห็น เหมือนตาถูกปิดไว้ให้มองเห็นแต่เรื่องเลวร้ายของตัวเอง

คําแนะนําที่ทําให้ฉันยังคงยืนหยัดอยู่ได้ คือ มันคงเป็นกรรม และเมื่อกรรมมาถึงเราก็ต้องใช้กรรมนั้นให้หมด เมื่อหมดกรรมก็จะพบกับความสุข พี่สาวแนะนําให้อ่านหนังสือธรรมะ สวดมนต์ พาฉันไปพบปะผู้คน คอยถามไถ่ทุกข์สุข โทรศัพท์มาคุยด้วยทุกวัน เพื่อช่วยให้ความรู้สึกที่ว่าตัวฉันเองไม่มีค่าอะไรค่อยๆ หมดไป น้องที่บริษัทและเพื่อนๆ พาฉันไปทําบุญ ฉันเริ่มหันมาอ่านหนังสือธรรมะ หนึ่งในนั้นก็คือนิตยสาร Secret เวลาทุกข์ไม่ว่าเราร่ำเรียนมาแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

สิ่งที่ยึดติดมาตลอด 40 ปีไม่สามารถทําให้สุขได้จริงๆ สักที เพราะสิ่งนั้นมันคือ “อัตตา” นั่นเอง ฉันคิดว่าทุกสิ่งคือของของฉัน เขาเป็นสามีของฉัน เป็นพ่อของลูกฉัน

แต่แล้วในที่สุดสิ่งเดียวที่ยังเห็นอยู่ก็คือปัจจุบัน…ฉันกับลูกๆ ยังต้องดําเนินชีวิตต่อไป

ฉันเริ่มมองหาหนทางของตัวเองว่าจะอยู่กับลูกๆ อย่างไร เริ่มค้นหาทางหลุดจากทุกข์ และใช้ทุกวิธีที่มีคนแนะนํา จดบันทึก เขียนเรื่องราวและความรู้สึกของตัวเองใส่ในสมุดบันทึกทุกวันเพื่อค้นหาตัวเอง รู้จักตัวเอง แม้สิ่งที่เขียนจะไม่ใช่ความรู้สึกที่อยู่ในใจลึกๆ ที่อยากจะเขียน ฉันพยายามเขียนแต่สิ่งดีๆ ให้ตัวเอง ให้กําลังใจตัวเองตลอดเวลา บอกตัวเองว่าหลังจากฝนตกแล้ว ฉันจะได้เห็นสายรุ้ง แล้วก็หันไปมองดูลูกๆ ที่อยู่ข้างๆ ฉันยิ้มให้กับความน่ารักของลูก ฉันได้กอดลูกและบอกรักเขาทุกวัน ในขณะที่เมื่อก่อนฉันมัวแต่วิ่งไล่ตามอดีตสามีจนไม่มีเวลาใส่ใจพวกเขา

 

สามีทิ้ง
Photo by Edward Cisneros on Unsplash

ฉันนัดเจอกับเพื่อนๆ ที่แทบจะไม่เคยได้ติดต่อขณะที่ยังอยู่กับอดีตสามี ฉันเข้าไปหาเพื่อนใหม่ในโลกโซเชียล ซึ่งมีคุณแม่หลายๆ คนในนั้นให้กําลังใจ ต้องขอบคุณพี่ๆ ที่ฉันไม่เคยพบ แต่เขาได้มอบมิตรภาพดีๆ ให้เสมอ เมื่อก่อนฉันได้รับกําลังใจจากคนอื่นๆ แต่วันนี้ฉันเริ่มเป็นผู้ให้กําลังใจนั้นต่อไปยังเพื่อนๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกัน ทุกคนแค่อยากให้มีใครสักคนที่ฟังเขา เข้าใจเขา เพราะวิธีแก้ปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฉันก็ทําเหมือนกับคนอื่นๆ ที่เคยให้กําลังใจฉันด้วยการเป็นผู้ฟังและให้กําลังใจ

ฉันเริ่มออกกําลังกาย รู้สึกรักตัวเองมากขึ้น เพราะรู้ว่าตัวเองต้องดูแลสุขภาพเพื่อให้แข็งแรงพอที่จะดูแลลูกสองคนให้ได้ ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจําวันที่ไม่เคยนึกถึงตัวเองมาก่อน มาคิดว่าต้องทําอะไรเพื่อตัวเองและครอบครัวบ้าง ฉันเริ่มจัดสรรเวลาหากิจกรรมให้ตัวเองทําในวันที่ลูกๆ มีกิจกรรมของเขา

ฉันเริ่มใช้ชีวิตโสดอีกครั้ง ในระยะแรกอาจรู้สึกว้าเหว่เหลือเกินที่ต้องทําอะไรเพียงลําพัง แต่สักพักเมื่อเราปรับตัวปรับใจยอมรับตัวเองได้แล้ว ฉันเพิ่งรู้สึกว่าชีวิตเป็นของฉันอีกครั้ง ฉันให้รางวัลกับสิ่งดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หันกลับมาใส่ใจดูแลเสื้อผ้า หน้า ผมของตัวเองให้สดชื่น ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจเราจริงๆ เคยไหมที่รู้สึกว่าได้สูดอากาศเข้าปอดจนสุดๆ และผ่อนลมหายใจออกแล้วรู้สึกโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก

ฉันทําในสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าฉันจะทําได้ ผู้หญิงธรรมดาที่พึ่งแต่สามีตลอดเวลา วันนี้สามารถพาลูกๆ นั่งรถไฟไปเยี่ยมยายที่ต่างจังหวัดได้ ซ่อมอุปกรณ์ที่ชํารุดในบ้าน ทาสีบ้านใหม่ ปรับเปลี่ยนบรรยากาศเก่าๆ ในบ้านเป็นบรรยากาศใหม่ โดยได้รับการช่วยเหลือจากพี่ชายและพี่สาว สิ่งที่ทุกคนบอกกับฉันเสมอคือให้ฉันอดทน

หลายคนบอกว่า เวลาคือยารักษาแผลใจที่ดีที่สุด นี่เป็นคําพูดที่ถูกต้อง

ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยคิดว่าจะสามารถผ่านเรื่องเลวร้ายนี้ไปได้ แต่วันนี้ฉันแค่รู้ว่าเคยมีแผล และรอวันที่มันจะตกสะเก็ดและหลุดจากใจไปเอง ฉันเลิกถามว่า เมื่อไรฉันจะเลิกทุกข์ เพราะไม่มีสุขหรือทุกข์ใดอยู่กับเราได้นานหรอก และไม่มีสิ่งใดทําให้เราทุกข์ได้ถ้าเราไม่อยากทุกข์เอง

ชีวิตฉันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก การเป็น single mom ทําให้ฉันต้องเป็นผู้เลือกทางเดินของตัวเองและลูกๆ แต่มันทําให้ฉันมั่นใจมากขึ้นว่าจะสามารถดูแลพวกเขาได้ ฉันเคยสงสัยว่า ทําไมทุกคนถึงเป็นห่วงฉันขนาดนี้ คําตอบที่ได้รับทําให้ฉันไม่อยากหันกลับไปถามคําถามเดิมอีกว่าฉันไม่ดีตรงไหน เพราะทุกคนตอบว่า ที่เขาช่วยเหลือฉันและลูก เป็นห่วงฉันและลูกขนาดนี้เพราะฉันเป็นคนดี

ทุกวันนี้ฉันได้รับสิ่งที่ทําไว้ในอดีต คือฉันมีครอบครัว และฉันเป็นผู้สร้างความสุขให้ครอบครัวของตัวเอง ฉันไม่ได้สูญเสียอะไรไปเลยนอกจากคนที่ไม่ได้รักฉันเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันก็กลับพบว่าฉันแวดล้อมไปด้วยผู้คนที่รักฉัน ฉันนึกขอบคุณทุกๆ คนที่ช่วยให้ผ่านบทเรียนชีวิตที่หนักแสนหนักนี้ไปได้ ฉันนึกถึงคําของ ท่านพุทธทาส ที่ว่า เมื่อมีคนถามว่าทําไมทําดีแล้วไม่เห็นได้ดีเลย ท่านตอบว่า “ทําดีมันก็บอกอยู่แล้วว่าดี ไม่เห็นจําเป็นต้องอยากให้ได้ดีเลย”

ฉันอยากบอกให้เพื่อนหญิงที่ต้องทนทุกข์กับเรื่องราวของครอบครัว ลองหันกลับมามองใจของตัวเองให้มากๆ หากิจกรรมให้ตัวเองทําเพื่อจะได้ไม่หมกมุ่นกับความทุกข์ของตัวเอง ออกไปรับรู้เรื่องราวของคนอื่นๆ บ้าง ในโลกนี้ยังมีอีกหลายสิ่งที่เราไม่เคยได้พบได้เห็น รอให้เราไปค้นหา แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับสติและเวลา

เราไม่สามารถกําหนดให้ใครมาเป็นอย่างที่เราต้องการได้ นอกจากกําหนดใจของตัวเราเอง จงทําให้ตัวเองรู้สึกดีๆ กับสิ่งรอบตัว เพราะทุกวันนี้…ฉันมีความสุขกับสิ่งที่ฉันเป็น 🙂

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  สุวรรณา

keyboard_arrow_up