เพื่อนบ้านตัวแสบ ! ประสบการณ์รับมือเพื่อนบ้านด้วยความเมตตา

เพื่อนบ้าน
เพื่อนบ้าน

บ้านของฉันเป็นทาวน์เฮ้าส มีเพียงกําแพงกั้นระหว่างบ้านแต่ละหลัง หากจะมีพื้นที่นิดหน่อยก็ตรงหน้าบ้านซึ่งใช้เป็นที่จอดรถ และจัดเป็นมุมสวนเล็กๆ ไว้  เพื่อนบ้าน

บรรยากาศโดยทั่วไปก็สงบดี เพื่อนบ้าน เป็นมิตรกันเกือบทุกหลัง ยกเว้นหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่ผูกมิตรกับใคร แถมยังสร้างอริเพิ่มอีกต่างหาก

โชคไม่ดีเลยที่บ้านหลังนั้นอยู่ติดกับบ้านของฉันเอง

บ้านหลังนั้นมีผู้ชายวัยกลางคนอาศัยอยู่กับหมาอีกสองตัว ไม่เคยมีใครเห็นว่ามีคนมาหาเขาเลยสักครั้ง แต่สิ่งที่ทําให้พวกเรา หมายถึงฉันกับบรรดาบ้านหลังอื่นๆ เห็นต้องกันก็คือ นิสัยใจคอที่ไม่น่ารักของเขา เริ่มตั้งแต่เช้าเขาจะปล่อยหมาทั้งสองตัวออกจากรั้วบ้าน จากนั้นก็พยายามให้หมาทั้งสองเดินไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่หน้าบ้านของตัวเอง คงรู้ใช่ไหมคะ เช้าๆ หมามีนิสัยที่ต้องอึต้องฉี่ ไม่แปลกหรอกค่ะถ้าหมาทั้งสองตัวของเขาทําอย่างนั้นแล้วเจ้าของคอยจัดการเก็บตามหลังให้เรียบร้อย แต่เขาไม่เคยทําเลย แม้จะมีบางบ้านที่อดทนไม่ไหวเคยเจรจาดีๆ แต่ก็เปล่าประโยชน์ แถมยังเจอแต่ความเฉยชาของเขาอีก คิดๆ แล้วบางทีก็นึกอยากจะรวบรวมก้อนอึพวกนั้นไปวางไว้หน้าบ้านเขาเหมือนกัน!

นอกจากเรื่องนี้แล้ว อีกเรื่องที่แสดงความเห็นแก่ตัวของเขาก็คือ เขามักจะจอดรถคันใหญ่นอกบ้านเป็นประจํา ถึงเวลาค่ำคืนก็ไม่ยอมเอารถตวเองเข้าบ้าน คงจอดทิ้งขวางทางอยู่อย่างนั้น คงพอทราบใช่ไหมคะ ว่าบ้านทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่มักมีถนนแคบๆ พอที่รถยนต์ธรรมดาจะวิ่งสวนกันได้ แต่ถ้าเป็นรถคันใหญ่ๆ จะสวนกันลําบาก โดยเฉพาะรถเก็บขยะที่เข้ามาเก็บขยะเป็นประจํา พอเขาไม่สามารถขับเข้าไปถึงบ้านที่อยู่ท้ายๆ ซอยได้(บ้านที่อยู่เป็นซอยตัน) พวกที่อยู่ท้ายซอยก็เลยเจอปัญหาขยะเต็มล้นหน้าบ้าน เคยมีคนไปบอกเขาให้ช่วยถอยรถให้หน่อย ก็กลับถูกตะคอกออกมาว่าคนกําลังนอน กลายเป็นคนที่ไปบอกไม่มีมารยาทเสียอย่างนั้น

ความไม่เห็นแก่จิตใจเพื่อนบ้านทําให้เขากลายเป็นคนที่ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย แน่นอนขนาดที่บ้านยังเป็นอย่างนี้แล้วที่ทํางานล่ะ

เพื่อนของฉันทํางานอยู่ที่เดียวกับเขาในตําแหน่งที่ต่ำกว่า แต่โชคดีที่ไม่ได้เป็นลูกน้องของเขาโดยตรง เพื่อนบอกฉันว่า เขาเป็นคนอย่างนี้แหละ ที่ทํางานก็ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วยเช่นกัน เพราะความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจแบบที่เขาเป็น ไม่ว่าจะกับคนอื่นหรือแม้กระทั่งลูกน้องของตัวเอง เขาไม่เคยร่วมสังสรรค์กับใคร ไม่เคยช่วยเหลือใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ยังคอยซ้ำเติมคนอื่นเสมอเมื่อเกิดความผิดพลาด โดยเฉพาะกับลูกน้องเขาเอง และทุกคนก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่น่ามีหัวหน้าแบบนี้เลย

ฉันฟังแล้วได้แต่นึกว่า เหตุใดคนเราจึงเป็นได้ขนาดนี้ หรือเขาคิดว่าเขาจะสามารถอยู่เพียงลําพังบนโลกใบนี้ได้โดยไม่คบกับใคร

จนวันหนึ่งเป็นวันที่อากาศร้อนมาก ขนาดที่เรียกกันว่าร้อนจนตับแตก ฉันออกมาทิ้งขยะหน้าบ้าน และได้ยินเสียงเพลงที่เปิดหนวกหูสนั่นลั่นซอย ไม่ใช่จากที่ไหน ก็จากบ้านหลังข้างๆ นั่นแหละ!

ถัดไปสองสามบ้าน ฉันเห็นป้าที่น่ารักและสนิทกันกําลังเก็บอึหมาอยู่ เป็นประจําที่ป้าต้องทําอย่างนั้น ถึงแม้หมาของป้าจะไม่ใช่ตัวก่อเหตุก็ตาม

ขณะนั้นเอง ฉันก็ได้ยินเสียงโฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง เป็นเสียงหมาเห่าดังมาจากข้างบ้านของฉัน อันที่จริงมันก็เห่าแข่งกับเสียงเพลงเป็นประจํา แต่วันนี้ดูเหมือนมันจะประสานเสียงแข่งกันมากผิดปกติ! ฉันเลยเดินออกไปดูที่หน้าบ้านของเขา เห็นหมาสองตัวกําลังตะกุยประตูเหล็กกันใหญ่ ฉันจึงมองเข้าไปข้างในบ้านที่เปิดประตูอ้าไว้…

ภาพที่เห็นทําให้ฉันตกใจมาก ผู้ชายคนนั้นนอนอยู่กับพื้นบ้านเหมือนคนหมดสติ ฉันเลยเรียกเพื่อนบ้านเสียงดังลั่นจนพวกเขาตกใจวิ่งกรูกันออกมา พี่ผู้ชายคนที่เคยทะเลาะกับเขาเรื่องอึหมาปีนประตูเหล็กเข้าไปข้างในพร้อมกับผู้ชายอีกสองคน ไม่นานพวกเขาก็เปิดประตูอุ้มร่างที่ไร้สติของเขาออกมา พวกเราไม่มีเวลาหากุญแจรถเพราะไม่รู้ว่าเขาหมดสติเพราะสาเหตุอะไร ป้าคนที่คอยเก็บอึหมาให้เขาบอกสามีของป้าให้เอารถออก พวกเราช่วยกันพาเขาไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

หลังจากนั้นเกือบสองอาทิตย์เขาก็กลับมา การกลับมาครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้พวกเราเป็นอย่างมาก เขาเที่ยวตระเวนเดินขอบคุณทุกคน บางครั้งถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา เขาบอกวาไม่เคยมีใครห่วงใยใส่ใจเขาเหมือนครั้งนี้มาก่อน เขาซาบซึ้งมาก และขอโทษที่เคยเห็นแก่ตัวไม่สนใจใครเลย พวกเราทุกคนให้อภัยเขา และรู้สึกปลื้มใจที่เห็นเขากลับมาเป็นคนใหม่ คนที่เห็นอกเห็นใจคนอื่นๆ

ทุกเรื่องที่เขาเคยทําความเดือดร้อนให้คนอื่น เขาปรับปรุงตัวเองหมดทุกอย่าง เก็บอึหมาเอง จอดรถเป็นระเบียบ ไม่เปิดเพลงเสียงดังรบกวน และมีน้ำใจกับทุกคนตั้งแต่นั้นมา ไม่เว้นแม้แต่ลูกน้องที่ทํางาน ไม่นานเขาก็กลายเป็นคนที่น่าคบหาสมาคมคนหนึ่ง

เรากลายเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน คอยแบ่งปันน้ำใจให้กันและกันเสมอ

เมื่อเรารู้จักเห็นใจผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว เราก็จะเริ่มรู้สึกดีที่ได้ทําเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ให้คนอื่น ถึงจะไม่ใช่คนในครอบครัวของเราเองก็ตาม

การเห็นใจกันในสังคมจึงเป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งในยุคสมัยที่มีการแข่งขันกันสูง ในเมืองหลวงที่ต่างคนต่างอยู่เช่นนี้

เรามาแข่งกันมีน้ำใจให้ผู้อื่นดีกว่าค่ะ

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  หัตน์ดี

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

เคล็ดลับพลิกความโกรธให้เป็นความเมตตา บทความดีๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี

keyboard_arrow_up