การบรรยายครั้งสุดท้ายของ แรนดี้ พอสช์ ผู้เขียน The Last Lecture

แรนดี้ พอสช์
แรนดี้ พอสช์

เคยคิดเล่นๆ ไหมว่า ถ้าเหลือเวลาบนโลกเพียงไม่กี่เดือน คุณจะทำอะไร แรนดี้ พอสช์

ดอกเตอร์แรนดี้ พอสช์ (Randy Pausch) ไม่ได้แค่คิด เมื่อทราบจากหมอว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ 2 – 3 เดือนเท่านั้น เนื่องจากมะเร็งตับอ่อนลุกลามไปทั่วร่างกายแล้ว

เพียงไม่กี่อาทิตย์ต่อมา คือในวันที่ 18 กันยายน 2550 แรนดี้ได้จัดการบรรยายต่อหน้าผู้ฟังกว่า 400 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน และอดีตลูกศิษย์ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ เพื่อมาฟังเลกเชอร์ครั้งสุดท้ายของครูที่พวกเขารัก

 

แรนดี้ พอสช์

 

แรนดี้ พอสช์

 

แรนดี้ พอสช์

 

แรนดี้ พอสช์

 

แรนดี้ พอสช์

 

 

การบรรยายโดยคนที่รู้กำหนดเวลาตายของตัวเองอย่างแรนดี้ภายใต้หัวข้อ “”จงทำความฝันสมัยเด็กให้เป็นจริง”„ ไม่ใช่เรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เขามีส่วนสำคัญในการบุกเบิก แต่กลับเป็นเรื่องของชีวิตที่เรารู้กันอยู่แล้ว เช่น คุณค่าของความฝัน การมองโลกในแง่ดี การฝ่าฟันอุปสรรค…

“”เราไม่สามารถเปลี่ยนไพ่ที่จั่วขึ้นมา แต่เราเปลี่ยนวิธีเล่นได้„”

””ไม่มีใครที่เลวไปเสียทุกด้าน ทุกคนมีด้านดี แค่เพียงต้องรอจนกว่าด้านที่ดีจะแสดงตัวออกมา”„

“”เมื่อไรก็ตามที่คุณทำสิ่งที่แย่ๆ และคนรอบข้างไม่อยากตักเตือนคุณอีกต่อไป นั่นแหละคือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เพราะการที่มีคนคอยวิพากษ์วิจารณ์คุณ แปลว่าเขายังรักและห่วงใยคุณอยู่„”

บางครั้งแรนดี้เองถึงกับต้องปาดน้ำตาร่วมไปกับผู้ฟัง แต่เขาก็ยังยิ้มแย้ม

การบรรยายครั้งนั้นเผยแพร่ทั่วไปทางอินเทอร์เน็ตในรูปของวิดีโอ ที่ผู้คนหลายสิบล้านคนสามารถเข้าไปดาวน์โหลดมาดูได้ฟรีๆ และมีการเขียนเป็นหนังสือออกมาชื่อ ”“The Last Lecture”„ ซึ่งขึ้นแท่นเป็นหนังสือขายดีอันดับหนึ่งของนิวยอร์กไทมส์ทันที ขณะนี้สำนักพิมพ์ขายลิขสิทธิ์การแปลไปแล้วกว่า 48 ภาษา และสำนักข่าว ABC ยกย่องให้เขาเป็นหนึ่งในสามบุคคลแห่งปี 2551

 

แรนดี้ พอสช์

 

แรนดี้แลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้คนทั่วโลกผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ ออกรายการทอล์คโชว์ดังๆ เพื่อปลุกใจผู้คนที่สิ้นหวัง เดินสายหาเงินช่วยเหลือการค้นคว้าโรคมะเร็งตับอ่อนอย่างองอาจกล้าหาญ เขาใช้ชีวิตที่เหลือเสมือนว่าเขามีเวลาอีกเนิ่นนานในการทำประโยชน์เพื่อคนที่ไม่รู้จัก

แรนดี้บอกว่า การบรรยายครั้งสุดท้ายคือแผนที่ชีวิตที่เขาต้องการทิ้งไว้ให้ลูกสามคนที่ยังเล็กมากคือ ดีแลน 6 ขวบ โลแกน 3 ขวบ และโคลเอ้ 2 ขวบ

 

แรนดี้ พอสช์

 

นอกจากเชิญชวนให้ผู้ฟังกว่า 400 คนกล่าวอวยพรวันเกิดให้ภรรยาของเขาบนเวทีแล้ว แรนดี้ยังให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่ว่าอะไรหากภรรยาต้องการแต่งงานใหม่ เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการจากเธอคือ ขอให้เธอมีความสุข

แรนดี้ขอให้ลูกศิษย์ของเขาทำสิ่งที่มีคุณค่าต่อไปแม้จะไม่มีเขาอยู่เคียงข้าง

บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนในวันนี้มีรั้วสีแดงที่รู้จักกันในชื่อ ””รั้วของแรนดี้”„ มีตัวหนังสือเอียงกระเท่เร่สีขาวเขียนทับไว้ว่า “”Thank you Randy Pausch. Your work is in our hearts. – ขอบคุณแรนดี้ พอสช ์ สิ่งที่คุณทำอยู่ในหัวใจของพวกเราเสมอ””

 

แรนดี้ พอสช์

 

แรนดี้จากไปแล้วด้วยวัยเพียง 47 ปี เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2551 ท่ามกลางความอาลัยรักจากผู้คนทั้งหมดที่รู้จักชายผู้นี้

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  Violet

ภาพ  cs.virginia.edu, cmu.edu

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

ฮายาโอะ มิยาซากิ นักสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นผู้ขโมยหัวใจคนทั่วโลก

อิงวาร์ คัมปราด จากเด็กขายไม้ขีดไฟสู่เจ้าของอาณาจักรเฟอร์นิเจอร์

ความสําเร็จของ ริชาร์ด แบรนสัน

keyboard_arrow_up