ความงามในแบบของ ออเดรย์ เฮปเบิร์น

ออเดรย์ เฮปเบิร์น
ออเดรย์ เฮปเบิร์น

หากปรารถนาจะมีริมฝีปากที่ดึงดูดใจ จงกล่าวถ้อยคำอันเปี่ยมด้วยเมตตา ออเดรย์ เฮปเบิร์น

หากปรารถนาจะมีดวงตาอันงดงาม จงมองเห็นความดีในตัวผู้อื่น

หากปรารถนาจะมีรูปร่างอันงามระหง จงเอื้อเฟื้อแบ่งปันอาหารแก่ผู้หิวโหย

หากปรารถนาเส้นผมงามสลวย จงปล่อยให้เด็กน้อยลูบไล้เส้นผมของคุณวันละครั้ง…

นี่เป็นบางส่วนจากบทกวี Time Tested Beauty Tips (เคล็ดลับความงามอย่างยั่งยืน) ของ แซม เลอเวนสัน ที่ ออเดรย์ เฮปเบิร์น อดีตเจ้าหญิงแห่งฮอลลีวู้ด ต้นแบบความงามอย่างอ่อนเยาว์แห่งยุคทศวรรษ 1950 มักยกมาสอนลูกๆ และเตือนใจสาวๆ ไม่ให้ยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอกที่มีแต่จะร่วงโรยตามกาลเวลา เพราะความงามอันแท้จริงควรสะท้อนมาจากจิตวิญญาณภายในอันเปี่ยมด้วยความรัก การให ้ และการแบ่งปัน

 

ออเดรย์ เฮปเบิร์น

 

หลายคนอาจจดจำอดีตดาราสาวเอวบางร่างน้อยผู้นี้ในฐานะหนึ่งในสตรีที่สวยที่สุดในโลกตลอดกาล แต่ใครจะรู้ว่าตัวจริงของเธอนิยมใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็เน้นที่สวมสบายไม่เป็นทางการ ชอบใช้ชีวิตอย่างสงบกับครอบครัวในบ้านหลังเล็กๆ มากกว่าในคฤหาสน์ ชอบเลี้ยงสัตว์และอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ เฮปเบิร์นผู้ไม่เคยมองว่าตัวเองมีเสน่ห์ดึงดูดใจเคยให้สัมภาษณ์ว่า ””ใครๆ ก็มีรูปลักษณ์อย่างฉันได้ แค่ตัดผมสั้น สวมแว่นกันแดดอันใหญ่และชุดกระโปรงแขนกุดตัวเล็กๆ„”

 

ออเดรย์ เฮปเบิร์น

 

เจ้าของรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จาก Roman Holiday (1953) ผู้นี้เป็นคนร่าเริง ขี้เล่น เป็นกันเอง ถ่อมตัว และไม่ฉกฉวยผลประโยชน์จากคนอื่น เฮปเบิรน์เคยปฏิเสธไม่รับบทนำใน My Fair Lady (1964) หนังสร้างชื่ออีกเรื่องของเธอ เพราะเห็นว่าเป็นการตัดหน้า จูลี แอนดรูว์ส นักแสดงโนเนมซึ่งรับบทนำของเรื่องนี้ในภาคละครบรอดเวย์ ทั้งที่แอนดรูว์สไม่มีชื่อเป็นตัวเลือกของทีมผู้สร้างมาแต่แรก

 

ออเดรย์ เฮปเบิร์น

ออเดรย์ เฮปเบิร์น

 

ตอนอายุ 15 เฮปเบิรน์เคยต้องเปลี่ยนชื่อเป็น เอดดา ฟาน ฮีมสตรา คล้ายชื่อของมารดาชาวดัตช์ แทนชื่อเดิมที่ฟังคล้ายชื่อคนอังกฤษ เพื่อให้ปลอดภัยจากการตามล่าของพวกนาซี ตลอดระยะเวลานั้นเธอต้องประทังชีวิตด้วยการกินขนมปังกรอบและเค้กจากแป้งหัวดอกทิวลิป

ความฝังใจเรื่องนี้ทำให้ต่อมา เฮปเบิรน์ทุ่มเททำงานในฐานะทูตสันถวไมตรีของยูนิเซฟหรือกองทุนเด็กแห่งสหประชาชาติอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย โดยเฉพาะช่วง 5 ปีสุดท้ายก่อนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 1993 ในวัย 63 ปี เธอเดินสายออกสำรวจพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลความเจริญ และเป็นหัวเรือใหญ่ในการส่งความช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุดแก่เอธิโอเปีย ตุรกี เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ซูดาน โซมาเลีย บังกลาเทศ เวียดนาม รวมถึงประเทศไทยด้วย

 

 

เฮปเบิรน์บอกอย่างมีความหวังว่า “”การใส่ใจปัญหาของเด็กๆ นั้นไม่เกี่ยวอะไรกับการเมือง ฉันคิดว่าในอนาคตสังคมจะทำการเมืองให้เป็นเรื่องมนุษยธรรมแทนความเป็นจริงที่กลับด้านกันอยู่… คำว่า ‘’โลกที่สาม’’ เป็นคำที่ฉันไม่ชอบเลยเพราะเราทุกคนอยู่บนโลกใบเดียวกันทั้งสิ้น… ความจริงอย่างเดียวที่ฉันได้พบคือภัยพิบัติทางธรรมชาติ แม้จะร้ายแรง แต่ก็ไม่เท่ากับโศกนาฏกรรมที่มนุษย์ก่อขึ้นและทางออกทางเดียวที่มนุษย์ทำได้ก็คือการสร้างสันติภาพ””

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  เมทินี ปัญญายง

Image by skeeze from Pixabay

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


เอริน กรูเวลล์ ครูผู้เปลี่ยนเด็กเกเรให้กลายเป็นนักเขียนเพื่ออิสรภาพ

keyboard_arrow_up