เจ็ท ลี

เจ็ท ลี ฮีโร่นอกจอ

เจ็ท ลี
เจ็ท ลี

“ฮีโร่”‹ ในจอภาพยนตร์คือคนที่ทำสิ่งที่ไม่น‹่าเป็นšไปได้Œให้เŒป็นšจริง คนที่ยอมอุทิศตัวเองเพื่อช่ว‹ยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า‹ และเอาชนะศัตรูได้หŒมด ไม่ว่า‹ศัตรูนั้นจะมีวิทยายุทธ์ที่ลึกล้ำ หรือมีตัวช่ว‹ยที่ร้ายกาจเพียงใดก็ตาม เจ็ท ลี (Jet Li) รับบทฮีโร่มาแล้วŒนับครั้งไม่ถ้วน และเขายังเป็นšฮีโร่น‹อกจออีกด้วŒย

เจ็ท ลี มีชื่อจริงว่าหลี่ เหลียนเจี๋ย (Li Lian Jie) เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 1963 ที่ประเทศจีน พ่อของเขาตายตอนที่เจ็ท ลีอายุได้แค่สองขวบเนื่องจากทำงานหนักเกินไป ทำให้แม่ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 5 คนตามลำพัง เจ็ท ลีเป็นลูกคนสุดท้อง ตั้งแต่จำความได้เขาต้องทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินมาช่วยแม่

 

เจ็ท ลี

 

เจ็ท ลี

 

ผู้ที่ค้นพบพรสวรรค์ของเจ็ท ลี คือ วู บิน (Wu Bin) ปรมาจารย์ด้านวูซูที่มีชื่อเสียง เขาได้พบเจ็ท ลี ตอนที่เจ็ท ลี มีอายุเพียง 8 ขวบ หลังจากพบกันครั้งแรก เขาก็ผลักดันให้เจ็ท ลี เข้าโรงเรียนสอนวูซูโดยเฉพาะ

วูซูเป็นกีฬาที่พัฒนามาจากศิลปะการต่อสู้ของชาวจีนที่มีประวัติยาวนานมาก คนไทยและคนต่างชาติมักเรียกวูซูว่า กังฟู ต่อมาเมื่อจีนเปิดประเทศในช่วงต้นทศวรรษ 1970 จึงได้พัฒนาวิชาวูซูให้เป็นกีฬา เพื่อฝึกฝนกีฬาชนิดนี้ เจ็ท ลีต้องตื่นไม่เกินหกโมงเช้า สิ่งแรกที่ต้องทำคือวิ่งรอบสนาม 20 รอบ ต่อด้วยเข้ายิม เสร็จแล้วจึงกินอาหารเช้า เด็กนักเรียนทุกคนจะเริ่มฝึกตามบทเรียนตั้งแต่ 8.30 น.ถึงเที่ยงวัน พักกินอาหาร นอนกลางวัน  และเริ่มฝึกอีกครั้งตอนหนึ่งทุ่มจนถึงสี่ทุ่ม จากนั้นต้องรีบเข้านอนเพื่อที่จะตื่นแต่เช้าในวันรุ่งขึ้น

เจ็ท ลีได้เจอแม่แค่สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น และด้วยความที่ครอบครัวยากจน บ่อยครั้งวู บิน จึงต้องออกเงินซื้อเนื้อให้ครอบครัวของเจ็ท ลี ด้วย เพราะอยากให้เด็กชายได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการสร้างกล้ามเนื้อ

 

เจ็ท ลี
เด็กชายเจ็ท ลี วัย 11 ปี เข้าพบประธานาธิบดีนิกสัน ในปี 1974
ภาพ@kungfun.com

 

เจ็ท ลี
เจ็ท ลี เมื่ออายุ 17 ปี
ภาพ@pinterest

 

อย่างไรก็ดี วู บิน คิดไม่ผิดแม้แต่นิดเดียวที่ฝากความหวังไว้กับเด็กชาย เพราะเจ็ท ลี เอาชนะคู่แข่งที่เป็นผู้ใหญ่ และคว้าแชมป์วูซูระดับประเทศครั้งแรกได้เมื่ออายุ 12 ปีเท่านั้น เขาครองแชมป์วูซูระดับประเทศติดต่อกันถึง 5 สมัย จากนั้นจึงได้ก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์

หลังจากภาพยนตร์เรื่องแรกคือเรื่อง Saolin Temple ออกฉายและทำรายได้อย่างถล่มทลายในปี 1982 เจ็ท ลีก็ได้รับการเสนอบทดีๆ อย่างต่อเนื่อง เขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของเอเชีย และเมื่อหันไปบุกตลาดฮอลลีวู้ด เขาก็เป็นหนึ่งในนักแสดงชาวเอเชียเพียงไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จทันทีตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องแรก คือเรื่อง Lethal Weapon 4 ออกฉายในปี 1988 จนถึงปัจจุบันเจ็ท ลี แสดงภาพยนตร์มาแล้วเกือบ 50 เรื่อง

 

เจ็ท ลี

 

เจ็ท ลี

 

เจ็ท ลี

 

เจ็ท ลี

 

เจ็ท ลีเล่าว่า เวลาที่เด็กวัยรุ่นมองเห็นเขาเดินเล่นอยู่ตามท้องถนน พวกเขามักตะโกนว่า “เจ็ท ลี เตะให้ดูหน่อย สู้ให้ดูหน่อย” ซึ่งถ้าเป็นสมัยที่ยังหนุ่ม เวลาได้ยินอย่างนี้เขาจะรู้สึกภาคภูมิใจมาก แต่ปัจจุบันด้วยความที่เขานับถือศาสนาพุทธ เขาจึงอยากให้เด็กๆ เข้าใจว่า แท้จริงแล้วการต่อสู้ไม่ใช่การเอาชนะกันด้วยความแข็งแกร่งของร่างกาย แต่ด้วยความเข้มแข็งของจิตใจต่างหาก

“ถ้าผู้ชนะล้มคู่ต่อสู้ได้ด้วยพลังกายเพียงอย่างเดียว แต่ชนะใจเขาไม่ได้ ผู้แพ้ก็จะเดินจากไปพร้อมกับความโกรธแค้น ผมเชื่อเรื่อง‘กรรม’ หรือการกระทำ ถ้าเราทำให้คนอื่นเจ็บ ความเจ็บนั้นจะย้อนกลับมาหาเราในอนาคต บางครั้งด้วยความรุนแรงที่มากกว่าหลายเท่าตัว”

เจ็ท ลีเคยประกาศไว้ว่า เขาจะไม่สร้างภาพยนตร์แนวบู๊ที่ผูกปมไว้ที่การล้างแค้นและการตอบแทนบุญคุณอีกแล้ว แต่จะเป็นการต่อสู้เพื่อสันติภาพในจิตใจแทน

เจ็ท ลี แต่งงานกับ หัว กีหยาง (Huang Qiu Yan) ในปี 1987 และมีลูกสาวด้วยกัน 2 คน แต่ตกลงหย่าในอีกสามปีถัดมา เขาแต่งงานใหม่กับ นีน่า ลี่ชี (Nina Li Chi) ในปี 1999 เจ็ท ลี ได้ชื่อว่าเป็นซูเปอร์สตาร์ที่รักครอบครัวมาก เขาเคยปฏิเสธไม่รับบทของโจเหวินฟะในภาพยนตร์เรื่อง Couching Tiger, Hidden Dragon ซึ่งต่อมากลายเป็นภาพยนตร์จีนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในฮอลลีวู้ด เพราะต้องการรักษาสัญญากับภรรยาว่า จะไม่รับงานแสดงในขณะที่เธอตั้งครรภ์ ลูกในท้องในตอนนั้นคือ เจน (Jane) ซึ่งเกิดในปี 2000 ต่อมาทั้งคู่ก็มีเจด้า (Jada) ซึ่งเกิดในปี 2004 ลูกทั้งสองคนนี้เองที่อยู่กับเจ็ท ลี ในเหตุการณ์สึนามิปี 2004 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของเขา

 

เจ็ท ลี
เจ็ท ลี กับนีน่า และองค์ทะไลลามะ
ภาพ@dailyentertainmentnews.com

 

เจ็ท ลี
ภาพ@femalefirst.co.uk

 

เจ็ท ลี
เจ็ท ลี กับลูกสาว
ภาพ@miifotos.com

 

ช่วงค่ำของวันที่ 25 ธันวาคม 2004 เจ็ท ลี เข้าพักที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ มัลดีฟส์ เช้าตรู่วันต่อมาเขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน ทว่าไม่ได้สังหรณ์ใจว่าจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น

ประมาณสิบโมงเศษๆ ขณะที่เจ็ท ลี และพี่เลี้ยงเด็กกำลังพาเด็กๆ ไปเล่นน้ำทะเล พวกเขาเดินมาหยุดอยู่ที่ริมสระว่ายน้ำซึ่งอยู่เหนือชายหาดเล็กน้อย ทันใดนั้นเองเขาก็มองเห็นคลื่นลูกใหญ่กำลังม้วนตัวขึ้นฝั่งอย่างรวดเร็ว วินาทีแรกที่เจ็ท ลี รู้สึกว่า “ต้องหนี” น้ำก็ขึ้นสูงถึงหัวเข่าของเขาแล้ว เขามองเห็นนักท่องเที่ยวพากันวิ่งขึ้นจากชายหาดแต่ไม่ได้มีทีท่าตื่นกลัวมากนัก บางคนยังวิ่งไปยิ้มไป แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า “อันตราย… วิ่งให้เร็วที่สุด” ทว่าเพียงก้าวขาได้แค่สองก้าวน้ำก็ขึ้นมาถึงสะโพก อีกสองก้าวถัดมา น้ำก็ขึ้นมาถึงอก เขาตวัดร่างลูกสาวคนโตไว้บนบ่า และจับแขนพี่เลี้ยงที่อุ้มลูกสาวคนเล็กไว้มั่น เมื่อเขาหันกลับมาดูอีกทีก็พบว่า สายน้ำได้กลืนกินสระว่ายน้ำ ร่มชายหาด และผู้คนเมื่อครู่ไปจนหมด

เพียงไม่นานน้ำก็ท่วมสูงจนถึงปาก และแม้ว่าเขาจะแน่ใจว่าจับแขนพี่เลี้ยงเด็กไว้แน่นที่สุด แต่สายน้ำที่รุนแรงก็ผลักตัวเธอห่างออกไป วินาทีนั้นเจ็ท ลี ทำได้เพียงร้องตะโกนสุดเสียงว่า “Help” (ช่วยด้วย)

โชคดีที่เจ็ท ลี เป็นคนมีชื่อเสียง มีคนหลายคนจับตามองเขาอยู่ก่อนแล้ว เมื่อได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือก็พากันกระโดดลงน้ำ และสามารถช่วยชีวิตพี่เลี้ยงเด็กและลูกสาวคนเล็กของเขาไว้ได้

คืนนั้น เมื่อน้ำเริ่มลดลง นักท่องเที่ยวและพนักงานทั้งหมดราว 200 คนมาตั้งแคมป์รวมกันในล็อบบี้ของโรงแรม ในขณะที่เจ็ท ลี กอดเจด้าที่กำลังหลับอยู่ในอ้อมแขน เขาก็มองเห็นผู้คนที่มีสีผิวต่างกัน พูดภาษาต่างกัน ช่วยเหลือกันและกันอย่างไม่มีความเห็นแก่ตัว อาหารและน้ำถูกส่งไปให้ผู้หญิง เด็ก และผู้สูงอายุก่อน

ภาพที่เห็นทำให้เขาหวนคิดได้ว่า ชีวิต 41 ปี (ในเวลานั้น) ที่ผ่านมาเป็นชีวิตที่เขาทำเพื่อ “เจ็ท ลี” เป็นคนแรก แต่นับจากนี้ไป เจ็ท ลี คนที่ว่าได้ตายไปแล้ว ต่อจากนี้ไปเขาจะมีชีวิตอยู่เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น

 

เจ็ท ลี

 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เจ็ท ลีก็ผันตัวเองมาทำการกุศลอย่างจริงจัง เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตขององค์การกาชาดสากลแห่งประเทศจีนในปี 2006 และก่อตั้งมูลนิธิ One Foundation ในปี 2007 มูลนิธิของเขามีแนวคิดหลักคือ รณรงค์ให้ชาวจีนทุกคนบริจาคเงินคนละ 1 หยวนทุกๆ เดือน เพื่อนำเงินไปสนับสนุนด้านการศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และแก้ปัญหาความยากจน พันธกิจที่สำคัญอีกอย่างของมูลนิธิก็คือ การส่งความช่วยเหลือในยามที่โลกเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น การมอบเงินช่วยผู้ประสบภัยเมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหวที่เสฉวน หรือเมื่อเกิดสึนามิที่ญี่ปุ่น

 

เจ็ท ลี
ภาพ@imagenesmy.com

 

เจ็ท ลีเชื่อว่า บทบาทฮีโร่เช่นนี้ไม่ควรจำกัดอยู่ที่มหาเศรษฐีหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ขอเพียงทุกคนหันมาแบ่งปันให้กันและกันเพียงเล็กน้อยก็จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ และโลกใบนี้ก็จะกลายเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

 

Secret Box

มนุษย์ควรช่‹วยเหลือกันและกัน เพราะระหว‹่างที่เรากำลังให้Œความช่‹วยเหลือผูŒ้อื่นอยู่‹นั้น เราก็จะค้Œนพบความสุขภายในใจของเราเองด้Œวย
– เจ็ท ลี

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  Violet

ภาพ  people.com

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

คีอานู รีฟส์ พระเอกใจบุญ แอบบริจาคเงินล้านอย่างลับ ๆ ให้โรงพยาบาลเด็กมาหลายปีแล้ว

keyboard_arrow_up