พยายาม

พยายามในสิ่งที่ควรพยายาม… ปล่อยวางในสิ่งที่เกินพยายาม

พยายาม
พยายาม

พยายามในสิ่งที่ควรพยายาม…ปล่อยวางในสิ่งที่เกิน พยายาม

ฉันเป็นหนี้บุญคุณมดตัวหนึ่งอย่างมาก ถึงขั้นต้องคารวะเรียกว่า อาจารย์อย่างเต็มหัวใจ

เหตุเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังเดินจงกรมตามรู้กาย – ใจอยู่ ทันใดนั้นก็เกิดความรู้สึกเจ็บๆ คันๆ ที่บริเวณไหล่ขวา ตอนแรกคิดว่าเป็นความรู้สึกทางกายคล้ายมดกัดมากกว่าจะเป็นมดกัดจริงๆ เผลอสติชั่วขณะเอื้อมมือไปหวังจะเกาให้ถูกที่คัน แต่ทันทีที่มือสัมผัสกับร่างเล็กจิ๋วนั่นสติก็ร้องบอกว่า “เฮ้ย! นี่มันมดจริงๆ นี่หว่า” ฉันรีบยั้งมือทันก่อนที่จะบี้มดตัวนั้นตาย

เจ้ามดตัวน้อยคงรู้ได้ถึงภัยร้ายที่กำลังคุกคาม แม้ฉันจะหยุดยั้งไปแล้ว แต่ด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว มันจึงตั้งใจกัดไหล่ขวาของฉันต่ออย่างเต็มเหนี่ยว ฉันก็ตามรู้กายที่กำลังถูกมดกัด รู้ถึงความรู้สึกเจ็บๆ คันๆ ที่กาย และรู้ใจตัวเองว่าเฉยๆ สบายๆ พร้อมกับคิดว่าเดี๋ยวมันก็คงไป

แต่เปล่าเลย นอกจากไม่ไปแล้ว หลังจากพักเหนื่อยไปอึดใจหนึ่ง มันก็เริ่มกัดฉันแบบจมเขี้ยวเป็นคำรบที่สอง ฉันก็เอาใจตามดูมันไป ดูซิมันจะทำอย่างไรต่อ ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือรำคาญอะไร แค่อยากรู้ก็ดูไปเฉยๆ

เมื่อพักเหนื่อยเสร็จไปอีกยก พอระฆังตียกที่สาม เจ้ามดก็ขึ้นสังเวียนชกไหล่ขวาฉันที่เดิมอีกอย่างเต็มแรง พอถึงยกนี้ฉันเริ่มรู้สึกนับถือในความเพียรพยายามของมันแล้วนะเนี่ย นี่มันกะจะกัดฉันให้ตายเลยหรือไงนะ

ยกที่สี่ยกที่ห้าตามมา ฉันเริ่มเชื่อแล้วละว่ามดตัวนี้ต้องถือคติประจำใจว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” แหงๆ

ความรู้สึกเอ็นดูปรากฏขึ้นในใจ ประกอบกับเกรงว่ามันจะกัดฉันจนเหนื่อยตายไปเองเสียเปล่าๆ ไอ้เราก็รู้สึกแค่เนี้ย เจ็บแค่มดกัด จึงตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้อง ถอดเสื้อออกมาดู เห็นมันกำลังเอาหัวปักฝังเขี้ยวเสียมิดจนก้นกระดกอยู่ที่เดิมเป็นยกที่แปด ฉันเลยค่อยๆ เอากระดาษทิชชูเขี่ยมันออกมาอย่างเบามือ เมื่อมาอยู่บนกระดาษ ดูท่าทางมันมึนงงเล็กน้อย แล้วค่อยๆ เดินจากไป

ฉันมองแผลมดกัด เห็นเป็นตุ่มบวมแดงเล็กๆ เท่านั้น ทั้งๆ ที่อาจารย์มดของฉันใช้ความเพียรพยายามสุดชีวิตกัดซ้ำที่เดิมถึง 8 ครั้ง มันทำร้ายมนุษย์ตัวโตได้แค่นี้เองหรือ ต่อให้มันพยายามเป็นร้อยครั้งพันครั้ง มันก็คงทำร้ายฉันได้ไม่มากไปกว่านี้

ถึงตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วละว่า ทำไมพระอานนท์จึงเร่งทำความเพียรอย่างหนักเท่าไรก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งอ่อนเพลียมาก จึงเอนกายลงนอนเพื่อพักผ่อน ขณะที่เท้าพ้นจากพื้น ศีรษะกำลังจะถึงหมอน ท่านก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์

และทำไมอาคีมีดิสจึงคิดวิธีชั่งน้ำหนักมงกุฎออก หลังจากคิด…คิด…คิด…คิดอยู่นานจนหัวแทบแตก พอเลิกคิดแล้วไปนอนแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ เห็นน้ำล้นออกมา เขาจึงคิดออก ถึงกับร้องว่า “ยูเรก้า ยูเรก้า ฉันรู้แล้ว ฉันคิดออกแล้ว”

ฉันเองก็ยังเชื่อว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” เหมือนท่านอาจารย์มด แต่สำหรับบางสิ่งบางอย่างที่พยายามสุดๆ แล้ว ทุ่มเทสุดๆ แล้ว มันก็ยังไม่อาจสำเร็จได้ด้วยเหตุปัจจัยใดๆ ก็ตาม เห็นทีจะต้องรู้จักละวางความพยายามลงบ้าง ปล่อยวางมันไปบ้าง

นั่นอาจจะไม่ใช่เส้นทางที่ถูกต้อง อาจจะไม่ใช่เส้นทางที่เหมาะสม แต่เมื่อทำแล้วจิตใจจะเบาสบายขึ้น คิดอ่านเส้นทางใหม่ได้เอง

พิณสามสายขึงให้ตึงเกินไปก็อาจจะขาด ครั้นขึงหย่อนเกินไปก็เล่นดนตรีได้ไม่ไพเราะ ต้องขึงให้พอเหมาะพอดีนั่นแหละจึงได้เสียงดนตรีที่งดงาม

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  กวินธร พิเสฎฐศลาศัย

Photo by Chandu J S on Unsplash

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine

keyboard_arrow_up