คำอธิษฐานจากลูก

ชาติหน้า ผมไม่ขอเกิดเป็นลูกของแม่อีกแล้ว! คำอธิษฐาน จากลูกที่รักแม่มากที่สุด

คำอธิษฐานจากลูก
คำอธิษฐานจากลูก

ชาติหน้า ผมไม่ขอเกิดเป็นลูกของแม่อีกแล้ว! คำอธิษฐาน จากลูก ที่รักแม่มากที่สุด

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเขาถึงอธิษฐานแบบนี้ คุณแม่ทำอะไรไม่ดีกับเขาหรืออย่างไร ยังคงเป็นคำถามคาค้างใจ แต่หากอ่านเรื่องนี้จนจบก็จะทราบว่า เป็น คำอธิษฐานจากลูก ที่รักแม่มากที่สุด คนหนึ่งเลย

เจ้าของเรื่องคือ คุณหูถิงซั่ว เขาป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อลีบที่เกิดจากไขประสาทเสื่อม ถึงเขาจะป่วยเป็นโรคร้ายแต่กลับมีสติปัญญาดีกว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกัน คุณแม่เลี้ยงเขามาเพียงตัวคนเดียวด้วยความอดทนและความรัก

คุณหูถิงซั่วในวันที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วคุยกับคุณแม่ว่า

“ แม่ครับ วันนี้เป็นวันเกิดของผม วันนี้เมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ แม่เหนื่อยและลำบากเพราะผมมาก เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ลูกชายคนนี้ของแม่เกิดมาพร้อมกับโรคกล้ามเนื้อลีบฯ แม่ทนกับคำถากถางของญาติพี่น้องทุกวันนี้ได้อย่างไร? แม่ทิ้งเงินเดือนในตำแหน่งผู้จัดการที่สูงลิ่ว ชีวิตครอบครัวของแม่จบลงด้วยการหย่าร้าง แม่เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวเลี้ยงผมมาตามลำพังจนผมเติบใหญ่ได้อย่างไร ที่จริงแม่สามารถทิ้งผมไว้ที่บ้านเด็กกำพร้าก็ได้ แต่แม่ก็ไม่ทำเพราะอะไร?”

คุณหมอเคยบอกกับคุณแม่ว่า คุณหูถิงซั่วจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เต็มที่ไม่เกิน 18 ปี ซึ่งเขาก็ทราบเรื่องนี้ดี จึงยิ่งทำให้เขาสงสัยคุณแม่ของเขามากขึ้น เขาถามว่าทำไมถึงหัวเราะให้กับข่าวร้ายแบบนี้ คุณแม่ตอบเขาว่า

“คุณลุงหมอบอกแม่ว่า ลูกจะดีขึ้นตอนอายุ 6 ขวบ และจะหายเป็นปรกติตอนอายุ 12 ขวบ”

ซึ่งอาการก็หายเป็นปกติ แต่พอเขาอายุได้ 18 ปี อาการป่วยกลับมากำเริบอีกครั้ง ทำให้เขาป่วยหนักจนอยากตาย และแม่คนเดียวที่ช่วยให้เขารอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ในวันนี้เขาอายุได้ 23 ปี เขาอายุยืนกว่าที่คุณหมอคาดการณ์ไว้ เขาเล่าว่าตอนเรียนอยู่ชัันมัธยมศึกษา เขาเห็นแม่ทำงานจนตัวเป็นเกลียวเพื่อหาเงินใช้หนี้ ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปรับรางวัลคุณแม่ดีเด่นได้ แต่สำหรับเขาแล้วคุณแม่คือคุณแม่ดีเด่นในใจของเขาตลอดมา

ตอนเด็กมักโกรธและโมโหคุณแม่ทุกครั้งที่ไม่ยอมช่วยพยุงเขาขึ้น จนเขาต้องพยายามลุกขึ้นด้วยตนเอง ปล่อยให้คนอื่นมองเขาอย่างน่าสมเพชนานหลายนาที มือของเขาอ่อนแรงเขียนหนังสือไม่ค่อยไหว ลายมือก็อย่างกับไก่เขี่ย แม่ก็บ่นว่า พอได้เกรดไม่ดีแม่ก็ตี

เขาทราบดีว่าแม่พยายามไม่อุ้มชู พยายามให้ผมทำด้วยตนเอง การกระทำของแม่ในวันนั้นส่งผลให้ผมมีวันนี้คือการสอบติดและเรียนหนังสือในคณะ นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน

ตอนคุณแม่เปิดบริษัท ไม่ว่าจะมีงานยุ่งวุ่นวายเพียงใด แม่ก็หาเวลาไปซื้ออาหารกลางวันที่ร้านโปรดส่งให้เขาที่โรงเรียนทุกวัน  แต่แม่มาไม่ตรงเวลามื้อกลางวัน เขาต้องถูกคุณครูลงโทษให้ไปกินข้าวนอกห้องทุกครั้ง แต่เขาก็มีความสุขที่ได้เห็นแม่นำอาหารกลางวันมาให้ ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นานก็ตาม

หลังจากบริษัทของคุณแม่ปิดตัวเพราะหุ้นส่วนถอดตัวออก ทำให้แม่ต้องรับงานจากสำนักงานบัญชีมาทำเพื่อหาเลี้ยงเขา แต่รายได้ไม่เพียงพอ ตอนเช้าแม่รับจ้างเป็นพนักงานขายอาหาร พอตกเย็นก็เป็นพนักงานล้างจานในร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ แล้วจะนำอาหารเหลือจากทางร้านกลับมาให้เขากิน

เขาจำได้ว่ามีอยู่คืนหนึ่ง ประมาณ 5 ทุ่ม แม่ยังไม่มารับกลับบ้าน ครูสอนพิเศษพาไปรอแม่ที่ร้านสะดวกซื้อ ครูให้เขาเลือกเครื่องดื่ม เขาได้แต่งงเพราะไม่เคยซื่้อเครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อมาก่อน จึงเลือกไม่ถูกว่าจะดื่มอะไร จนครูซื้อชานมให้เขา 2 กระป๋อง เขาจึงเริ่มรู้จักกับการซื้อของ และเข้าใจอะไรหลายอย่างจากเหตุการณ์นี้ว่า

“เพราะผมไม่มีเงิน ผมจึงเลือกเครื่องดื่มที่ผมชอบไม่ได้ ชีวิตของแม่ก็เช่นกัน แม่ก็เลือกไม่ได้ ผมคิดแต่เพียงว่า หากแม่มีเงินแม่คงมีทางเลือกมากขึ้น ผมไม่ต้องการเป็นเศรษฐี แต่อย่างน้อยผมอยากเป็นคนเลือกได้บ้าง เลือกในสิ่งที่ผมต้องการ และสิ่งที่ผมต้องการคือ อยากให้แม่กลับบ้านเร็วหน่อย ตอนเช้าตื่นสาย ๆ หน่อย”

จากนั้นโรคกำเริบรุนแรงขึ้น ทำให้เขานั่งรถเมล์ไปเรียนเองไม่ไหว แม้จะเดินไปรับอาหารกลางวันที่สหกรณ์ก็ไม่ได้ จึงต้องเปลี่ยนมานั่งรถเข็นใหม่ ตอนนั่งใหม่ ๆ เขารับไม่ได้กับสภาพของตนเองที่ต้องมานั่งรถเข็น นอกจากจะร้องไห้แล้วเขายังคิดอยากตายอีก เขาถึงกับถามฟ้าเบื้องบนว่า

“ทำไมท่านทำกับผมอย่างนี้”

เขารู้ว่าคุณแม่เจ็บปวดมากกว่าหลายเท่า เธอต้องกล้ำกลืนมันไว้ ทุกครั้งที่ลูกชายร้องไห้จนเหนื่อยแล้วหอบลงบนโต๊ะ คุณแม่ก็จะแซวลูกว่า

“ดื่มน้ำเพิ่มไหม เสียน้ำตาไปมากแล้ว เดี๋ยวน้ำในตัวจะหมด”

ในวันนั้น เขาจะกรีดข้อมือตัวเองด้วยมีดทำครัวของแม่ แม่เข้ามาแย่งจนมีดบาดมือ แม่ไม่ได้กลัวเลยว่ามีดจะบาดมือแม่ไหม แม่ห่วงแต่ว่าจะให้เขาจะมีชีวิตรอดไหม ผมตกใจจนต้องปล่อยมือออกจากมีดนั้น แล้วคลานไปนั่งที่มุมห้อง และแม่ก็พูดว่า

“ไม่ต้องงอแงเลย เอามีดมาให้แม่ แม่จะไปทำข้าวเย็น!”

จากเหตุการณ์ไร้สาระในตอนนั้น และเรื่องราวที่ผ่านมาทำให้เขาอยากบอกกับแม่มากว่า

” แม่รู้ไหมครับ ทุกครั้งที่แม่อยู่กับผมในช่วงเวลาที่ชีวิตของผมไม่ต่างจากดิ่งลงเหว ไม่ว่าจะเจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานเพียงใด วันพรุ่งนี้ก็ยังคงจะมาถึง ชีวิตยังคงต้องสู้ต่อไป นี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากวันนั้น ขอบคุณแม่มาก ที่เลี้ยงดูผมมา แม่ยิ่งใหญ่สำหรับผมมาก หากชาติหน้ามีจริง ผมขอไม่เกิดเป็นลูกแม่อีก ผมจะขอเกิดเป็นพ่อของแม่ หรือเกิดเป็นแม่ของแม่ เพื่อให้ผมได้ป็นคนดูแลแม่บ้าง ไม่ต้องให้แม่ต้องมาเจ็บปวดและทุกข์ทรมานอย่างนี้อีก ผมรักแม่ครับ ! ”

ที่มา : www.facebook.com/NusonBooks

ภาพ : Photo by Henry & Co. on Unsplash


บทความน่าสนใจ

กายพิการแต่ใจไม่พิการ หนุ่มจีนไร้แขน ดูแลแม่ด้วยสองเท้าของตัวเอง

True Story : ครอบครัวเกือบพัง! เมื่อแม่ของฉันติดการพนัน

Dhamma Daily: ชอบหงุดหงิดพ่อแม่ ต้องแก้อย่างไร ธรรมะดีๆ จาก ท่าน ว.วชิรเมธี

ด้วยแรงอธิษฐาน หรือปาฏิหาริย์? เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับ 4 คนดังวงการบันเทิง

สั่นสะเทือนไอจี เมื่อดารา-คนดังโพสต์ส่งกำลังใจและคำอธิษฐานถึง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง

keyboard_arrow_up