คุยเรื่องรักกับ นนท์ – ธนนท์ จำเริญ : ธรรมะ น้ำตา และเสียงเพลง

นนท์ - ธนนท์
นนท์ - ธนนท์

คุยเรื่องรักกับ นนท์ – ธนนท์ จำเริญ : ธรรมะ น้ำตา และเสียงเพลง

จากเวทีเดอะวอยส์ สู่นักร้องหน้ามนเสียงคุณภาพ นนท์ – ธนนท์ จำเริญ ขวัญใจแม่ยกแฟนเพลงทั่วประเทศ เรื่องเพลงเสียงร้องเขาคนนี้ไม่เป็นรองใคร แต่ถ้าเรื่องหัวใจ นนท์บอกเลยว่า “เจ็บมาเยอะ”

 

ความรักของนนท์

เรื่องความรักผมไม่ค่อยประสบความสำเร็จ แม้แต่ตอนที่มีคนมาปลื้มเรา เราก็ไม่มีแฟน คือเราเป็นคนที่รักใครแล้วไม่มี puppy love เรารักจริงจัง เคยคบกับผู้หญิงคนหนึ่ง คบจริงจัง แต่เขา puppy love เสียใจมาก เพราะเราคบกับใครเราเห็นภาพแต่งงานเลยนะ ซึ่งไม่ดูสภาพหน้าตัวเองเลย (หัวเราะ) คือเรามีความรักที่ผิดหวังเยอะ อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราร้องเพลงแง่มุมที่เศร้ากับความรักได้ดี

 

มองความรักในแง่ลบไหม

ผมไม่เคยมองความรักว่าลบ ความรักจะเป็นแง่ลบ ก็ต่อเมื่อเรายอมให้มันลบเรา  เหมือนคนที่เอามีดมากรีดข้อมือตัวเอง ฟังเพลงบิ้วอารมณ์ตัวเอง นนท์จำได้ ตอนนั้นฟังเพลง ก็เคยสัญญา น้ำตาไหล ร้องไห้ บิ้วตัวเองจนอยู่ดีๆ ก็อยากจะเอาหนังสือตีหัว และก็กลับมาคิด กูทำอะไรวะ เราผ่านโมเมนท์แบบนั้นมาเยอะ ไม่ค่อยสมหวังกับความรักเท่าไหร่ ก็เลยเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้มีแง่มุมแบบนี้ในเพลงของเรา หรือแม้แต่หลายๆ เพลงที่เขาชวนเราไปร้อง มันก็เศร้าหน่อย แต่ว่าส่วนมาก เอาจริงๆ ก็จะมีเพลงบวกเยอะ เพลงประกอบละคร เพลงองค์กร หรือเป็นงานสำคัญ ก็ร้องได้ แต่หลายคนชอบเราร้องเพลงเศร้า

นนท์มีคำแนะนำอย่างไรกับคนที่กำลังเศร้าและชอบฟังเพลงเศร้า

มนุษย์เราย้ำคิดย้ำทำทุกคน พออกหักก็เศร้า พอมีความสุขก็ฉลอง สิ่งที่เราควรทำที่สุดคือ เราอยู่เฉยๆ วิเคราะห์ว่าเราสุขตรงนี้ เราสุขเพราะอะไร มองเห็นมัน อย่าเพิ่งหลงกับมันว่าสุดยอดเลยเว้ย เพราะเราก็เคยหลงไป จริงๆ ทั้งทุกข์และสุขมันคือกับดัก

 

เป็นธรรมะมาก

ครับ ผมเคยบวชสามเณร ตอน ม.2 ผมเป็นหนึ่งใน 7 สามเณรดีเด่น ทำอะไรตั้งใจ นั่งสมาธิ 6 ชั่วโมงต่อกันมาแล้ว แต่ปัจจุบันทำไม่ได้ กลับมาสมาธิสั้นเหมือนเดิม (หัวเราะ) แต่หลักธรรมคำสอน เราเรียนรู้แล้วว่าทุกข์และสุขมันเหมือนกับดัก ถ้าเราไปเอนจอยกับมันมาก ไปอยู่กับมันมาก ถึงวันที่ทุกข์เข้ามาเราก็จะตกไปอีก ตก ๆ ๆ เป็นขั้นบันได

เราจึงต้องวิเคราะห์ว่าเราสุขเพราะอะไร เราสุขเพราะเราทำมันสำเร็จ แล้วถ้าเราอยากจะสุขอีก เราต้องทำอย่างไร ทำให้มันดีขึ้น อย่างที่ผมได้รับรางวัลทุกปี แต่ผมไม่เคยไปกินเลี้ยง เสร็จก็กลับบ้าน เล่นเกมส์ ทบทวนงาน หรือเอามากดดันให้เราทำให้ดีขึ้นอีก เราก็รู้ว่าถ้าจะสุขอีกก็ต้องทำหลายๆ อย่าง ทำให้ดีขึ้น

ถ้าเราทุกข์ ก็ต้องรู้ว่าเราทุกข์เพราะอะไร เพราะเราทำผิดหรือเขาทำผิด เราก็ดูว่าต้องแก้อย่างไร ถ้าเราทำผิด ก็อย่าทำอีก จะได้ไม่ต้องมาทุกข์  เวลาสุขก็ฉลองได้ แต่อย่าฉลองจนทำร้ายตัวเอง กินเหล้า เงินหมด เมามาย ขับรถชน ทำคนอื่นเดือดร้อน นั่นคือสุขจนทำร้ายตนเอง จากบวกเป็นลบ สุขจนทุกข์ ทุกข์จนทุกข์ก็มี หรือทุกข์จนสุขก็มี

บางคนทุกข์จนเข้าใจว่าทุกข์คืออะไร แล้วก็แก้มัน สุข ปิติอยู่กับมัน อยู่ตรงกลาง ซึ่งมันยาก ผมก็ทำไม่ได้ แต่ก็พยายามเตือนตัวเอง นั่นแหละครับอย่าไปทำร้ายตัวเอง เราเอนจอยกับโมเมนต์นั้นได้แต่อย่าเอนจอยกับความรู้สึกมากจนเกินไป มันมาแล้วผ่านไปครับ เดี๋ยวมันก็จะกลับมาใหม่ วันนี้เราสุข ทุกข์มาก เซ็งมาก แล้วยังไง เดี๋ยวก็ทุกข์อีก

นนท์คิดว่า เราควรจะเรียนรู้จากเพลงเศร้าอย่างไร 

จริงๆ ผมเชื่อว่า เพลง มันคืองานศิลปะชิ้นหนึ่งที่ทุกคนตีความได้หลายแง่มุม ของผม ผมมองว่าเพลงคือหนังสือ มันเชยมากเลย การเปรียบเทียบแบบนี้ แต่มันจริง มันสนุก แล้วมันเป็นหนังสือที่เราร่วมเขียนได้ด้วย บางคนตีความไม่เหมือนกันร้องเพลงเดียวกัน อย่างเช่น เพลงพรปีใหม่ เราเปิดตอนปีใหม่ สนุกมาก ตอนกินเลี้ยง แต่ลองเปิดในงานปัจฉิมที่เราจะแยกย้ายกันแล้ว จากม.3 เพลงเศร้าทันที จับมือ ร้องไห้ จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว มันอยู่ที่มิติของคนฟัง

เพลงมันกลายเป็นศิลปะ เป็นสสารที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนไปตามทัศนคติของผู้ฟัง ซึ่งมันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์ สำหรับผม ผมดึงประโยคจากเพลงมาใช้ในการทำงาน หรือแม้แต่ใช้การใช้ชีวิต อย่างเช่น เพลงทะเลใจ ผมเชื่อว่าอีกร้อยปีก็ไม่เชย แม้ชีวิตได้ผ่านเลยวัยแห่งความฝัน วันที่ผ่านมาไร้จุดหมาย นี่ไงผ่านมาแล้วก็ยังต้องเรียนรู้ไปอีก แค่วรรคแรกก็เต็มกลืนแล้ว ซึ่งเรามองอย่างนั้น หรือจะมองเป็นผ่อนคลายอารมณ์ก็ได้ ได้หมดเลย มันเป็นสื่อที่มหัศจรรย์มาก

หมายความว่าฟังเพลงเศร้าเราก็ไม่จำเป็นต้องเศร้า

ใช่ครับ บางทีเราฟังเพื่อเรียนรู้ เราไม่เคยอกหักแบบแฟนตาย แต่บางเพลงเล่าโมเมนต์ที่คนที่รักเสียชีวิต ไม่ใช่แค่จากไป กลายเป็นเราอิน เรารู้สึกกับมัน ดูเอ็มวีแล้วรู้สึกว่าเรารู้สึกเหมือนคนนั้น ทั้งที่เราไม่เคยเจอ กลายเป็นว่าเราได้เรียนรู้ นั่นแหละ สอนให้เราเข้าใจว่าความรักก็มีทุกข์

ถ้ามองเพลงของนนท์ ในมุมธรรมะล่ะ

เพลงฝืนตัวเองไม่เป็น ซ่อนธรรมะนะครับ มันอยู่กับโมเมนต์ตรงกลาง ไม่ผูกทุกข์ หรือสุขกับมันมาก  เป็นเพลงของคนที่แอบรัก แต่ก็ไม่อยากแอบรัก คือรู้ตัวแล้วว่าแอบรัก แล้วบอกออกไป ถ้าไม่โอเคก็ไม่เป็นไร แต่ว่าถ้ายินดีก็ไปด้วยกัน คือเพลงมันโตขึ้นมาก เข้าใจความรักมากขึ้น ไม่ฟูมฟาย ไม่ใช่การแอบรักแล้วขอให้เธอต้องมารักเรา

คือให้เรายอมรับกับความรู้สึกนั้น

ใช่ เข้าใจกับมัน มันคือความรู้สึก ความรู้สึกของโมเมนต์นั้นเป็นอย่างไร แล้วเราจะแสดงออกอย่างนั้น

เหมือนคนที่กำลังอกหัก เป็นทุกข์ หากกำลังเอาใจไปผูกกับเขา ก็แสดงออกมาให้เห็นว่าแคร์แต่เขา

ผมว่าความรักไม่มีแบบแผน แต่ต้องเข้าใจมัน


 

เรื่อง : urara  ภาพ : i am records official

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

ทิ้งโลกมายาสู่เส้นทางสายธรรมของ แคท รัตติกาล อาร์สยาม

ปรับความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน เรื่องราว “การปรับความคิด” ของดาราหนุ่มทั้ง 3 คน

keyboard_arrow_up