โอปราห์ วินฟรีย์

10 เทคนิคพิชิตความสำเร็จ ฉบับโอปราห์ วินฟรีย์

โอปราห์ วินฟรีย์
โอปราห์ วินฟรีย์

 10 เทคนิคพิชิตความสำเร็จ ฉบับโอปราห์ วินฟรีย์

โอปราห์ วินฟรีย์ บุคคลผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน ทั้งเบื้องหน้า ในฐานะนักแสดงและพิธีกรรายการชื่อดัง  รายการทอล์คโชว์ของเธอ มีเรตติ้งการชมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์รายการโทรทัศน์อเมริกัน และเบื้องหลัง ในฐานะเจ้าของสตูดิโอผู้ผลิตรายการทอล์คโชว์ มินิซีรี่ส์ รวมถึงเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์คุณภาพ ระดับเข้าชิงรางวัลออส การ์  และนี่คือ 10 กลยุทธิ์ สู่ความสำเร็จของเธอค่ะ รับรองว่าน่าสนใจอย่างแน่นอน

 

1.คิดต่อเนื่อง ทำต่อเนื่อง

บ่อยครั้งที่เราหยุดคิด หยุดทำ อาจด้วยเพราะท้อ เจออุปสรรค หรือหมดกำลังใจ กระทั่งบางคนอาจคิดไปว่าฉันพอแล้ว ฉันไม่ไหวแล้ว   แต่สำหรับ โอปราห์วินฟรีย์ เธอไม่คิดอย่างนั้น เธอจะคิดเสมอว่า อะไรคือก้าวต่อไป จะทำอะไรต่อไป เธอพยายามคิดอย่างต่อเนื่อง ทำอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีบางครั้งที่รู้สึกเหนื่อยเหมือนเจอทางตัน หลายคนรอบข้างแนะนำให้หยุด เลิกโครงการนั้นซะ แต่เธอกลับขอเวลา นิ่ง คิด และพยายามมองหาวิธีการใหม่ ๆ ว่าถ้าจะทำต่อไป จะทำอย่างไรได้บ้าง   ถ้าโอปราห์หยุดคิด หยุดทำ เลิกล้มโครงการ คงไม่ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ เธอพูดเสมอว่า “เราจะล้มเหลว เมื่อเราหยุดคิด หยุดทำ ไม่พยายามทำอย่างต่อเนื่อง”

 

2.สร้างโอกาส แล้วคว้าให้มั่น

หลายคนมองบุคคลผู้ประสบความสำเร็จ แล้วพูดว่า “เขาช่างโชคดีจริง ๆ เลย” แต่โอปราห์วินฟรีย์ ยืนยันชัดถ้อยชัดคำระหว่างการให้สัมภาษณ์ถึงความสำเร็จในชีวิตว่า “ไม่เคยมีคำว่า ‘โชคดี’ ในชีวิตของฉัน ชีวิตของฉันไม่ได้สวยงาม ไม่ได้บังเอิญเจอะเจอสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งที่ฉันสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวฉันเอง”

โอปราห์วินฟรีย์ ยึดหลักการทำงานว่า จงทำทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด โอปราห์เชื่อว่า ทุกสิ่งถูกจัดเตรียมไว้เพื่อให้เกิด ‘โอกาสสำคัญของชีวิต’ แค่ลงมือทำอย่างเต็มที่ แล้วบางสิ่งจะเกิดขึ้น ซึ่งคุณไม่ทางรู้ได้หรอกว่ามันคืออะไร แต่พอจังหวะแห่งโอกาสนั้นมาถึง คุณจะรู้เองว่า คุณต้องคว้ามันไว้ให้มั่น เพราะระหว่างทางแห่งความสำเร็จที่คุณอดทนเก็บเกี่ยวเป็นประสบการณ์มายาวนาน กำลังฉุดให้คุณโดดเด่นขึ้นมาเหนือใคร ๆ

 

3.ปล่อยให้อดีต เป็นเพียงอดีต

ถ้าคุณเคยอ่านประวัติชีวิตของโอปราห์วินฟรีย์ คุณจะรู้ว่าเธอผ่านประสบการณ์ชีวิตอันเลวร้ายมามากมาย โดยเฉพาะชีวิตครอบครัวอันขมขื่นและเจ็บช้ำ แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างให้เธอยังคงจมอยู่กับอดีต

โอปราห์ย้ำเสมอว่า ถ้าใครก็ตามยึดติดกับอดีต คุณจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ เธอเล่าให้ฟังว่า ตอนเธออายุ 20 เธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้เดียงสาที่อยู่ภายใต้การกดขี่ของเพศชาย แต่มันได้ผ่านไปแล้ว มันคืออดีตที่ผ่านพ้น สิ่งที่สำคัญสำหรับเธอ คือปัจจุบัน และอนาคต   อดีตได้มอบบทเรียนอันล้ำค่า ทำให้เธอรู้ว่าสิ่งไม่ดีคืออะไร และทำให้เธอรู้เช่นกันว่า เธอต้องไม่เหมือนเดิม ไม่ผิดพลาดแบบเดิมซ้ำอีก

 

4.ทำงานในแบบที่เป็นคุณ

ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการใช้ชีวิต คุณไม่สามารถฝืนตัวตนที่แท้จริงของคุณได้ โอปราห์แนะนำหลักการเบื้องต้นสู่ความสำเร็จว่า ให้พยายามมองให้ออก ว่าคุณเป็นคนยังไง ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ค้นหาบุคลิกพิเศษ ตัวตนที่แท้จริงภายในให้เจอ

โอปราห์เปรียบเทียบคนหนึ่งคน เหมือนแก้วหนึ่งแก้ว คุณต้องมองให้ออกว่าแก้วใบนี้มีรูปทรงอย่างไร เหมาะจะใส่น้ำประเภทไหน ใช้งานแก้วใบนี้ให้ถูก เติมน้ำให้เหมาะกับมัน นั่นคือเหตุผลที่แก้วใบนี้ถูกสร้างขึ้นมา ซึ่งไม่ต่างกับเหตุผลที่มนุษย์แต่ละคนเกิดมา แค่ค้นให้เจอว่าคุณเหมาะกับอะไร เติมสิ่งนั้นให้เต็มที่ เมื่อคุณมีบางสิ่งที่คนอื่นไม่มี คุณก็พร้อมมอบมันให้กับคนอื่น ๆ ในสังคม

 

โอปราห์บอกว่า “มันคือคุณค่าในตัวเอง มันคือสิ่งมหัศจรรย์”

 

5.แข่งแต่กับตัวเองอย่างสุดความสามารถ

สัญชาตญาณของมนุษย์แทบทุกคนคือการเปรียบเทียบ เราชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น หลายคนคิดว่าการเปรียบเทียบเป็นการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขัน ทำให้เกิดการพัฒนาตนเอง แต่สำหรับ โอปราห์วินฟรีย์ เธอสอนพนักงานในบริษัทของเธอเสมอว่า

 

อย่าพยายามมองว่าคนอื่นทำอะไร อย่าสนใจรายการอื่น ให้สนใจเพียงแค่สิ่งที่เรากำลังทำอยู่”

 

โอปราห์เล่าให้เห็นภาพว่า เหมือนเรากำลังอยู่ในเกมการแข่งขัน อยู่บนลู่วิ่ง เราสามารถควบคุมจังหวะการก้าวขาของเราให้เร็วให้ช้าแค่ไหนก็ได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามัวกังวลผู้แข่งขันคนอื่น ๆ ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมจังหวะก้าวของเขาได้ แทนที่พลังของเราจะใช้ไปกับการขยับเท้าเพื่อไปให้ถึงเส้นชัย กลับถูกดึงไปใช้กับการมองด้านหลัง ด้านข้าง สังเกตจังหวะก้าวของคนรอบข้าง

โอปราห์ย้ำว่า อย่าไปเสียพลังงานกับการกังวล การเปรียบเทียบกับคนอื่น สิ่งที่คุณควรทำคือลุยไปข้างหน้า คุณต้องวิ่งในลู่ของคุณให้เต็มที่เท่าที่คุณจะทำได้ เพื่อชัยชนะของตัวคุณเอง

 

6.เชื่อมั่นในความคิดตน

บ่อยครั้ง เรามักถูกบอกให้คิดอย่างนั้น ทำอย่างนี้ ไม่เว้นแม้แต่โอปราห์วินฟรีย์ ที่คุณยายของเธอบอกกับเธอตั้งแต่เด็กว่า สักวันโอปราห์จะเป็นแม่บ้านที่ดี มีครอบครัวที่ดี แต่โอปราห์ในวัยเพียงแค่ 4-5 ขวบ กลับไม่คิดอย่างนั้น เธอจ้องมองคุณยายหยิบเสื้อขึ้นพาดบนราวตากผ้า แล้วคิดในใจ

 

นั่นคือสิ่งที่คุณยายคิดว่าฉันจะเป็น แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันเป็น”

 

โอปราห์เชื่อมาตลอดว่า เธอมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ มีความสามารถมากกว่าแค่เป็นแม่บ้าน ยืนตากผ้าอยู่ในสนามหลังบ้าน ที่มิสซิสซิปปี้ และความเชื่อที่ว่า ‘เธอมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่’ ได้วนเวียน ตอกย้ำอยู่ในหัวทุกวัน ๆ เธอไม่เคยเชื่อตามสิ่งที่คุณยายพูด ว่าจะเป็นแค่แม่บ้านที่ดี แต่เธอเชื่อว่าเธอจะเป็นผู้หญิงอัฟริกัน-อเมริกันที่ประสบความสำเร็จระดับประเทศ

ด้วย ‘ความเชื่ออย่างแรงกล้า’ ดังกล่าว ได้ฝังลึกลงสู่จิตใต้สำนึก และจากการให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง เธอพูดถึงความเชื่อมั่นในตน ว่า

“เพราะฉันเชื่อ ว่าฉันคือบุคคลผู้ประสบความสำเร็จ ฉันจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จ ซึ่งถ้าฉันไม่เชื่อในความคิดของตัวเอง ทุกวันนี้คงเป็นแค่แม่บ้านธรรมดา ๆ อย่างที่คุณยายบอกกับฉันตอนเด็ก”

 

7.แปรความปรารถนา เป็นแรงขับเคลื่อน

เพราะเราทุกคนล้วนต้องการในสิ่งเดียวกัน นั่นคือต้องการการยอมรับในความสามารถ ต้องการความรัก ต้องการการเติมเต็มจากคนในสังคม โอปราห์วินฟรีย์ ก็เช่นกัน

เธอยอมรับว่า เพราะเธอมีแรงปรารถนาอันแรงกล้าที่จะได้รับการยอมรับจากคนในสังคม แล้วยิ่งเธอเป็นผู้หญิงเชื้อสายอัฟริกัน-อเมริกัน การจะประสบความสำเร็จในสังคมอเมริกัน ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอจึงอาศัยความต้องการลึก ๆ ที่ว่า “ฉันต้องประสบความสำเร็จ ฉันคือพิธีกรรายการโทรทัศน์ที่ทุกคนพูดถึง” เป็นแรงขับเคลื่อนให้เธอก้าวต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่ย่อท้อ

โอปราห์บอกเคล็ดลับที่คนประสบความสำเร็จทุกคนมี ไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม คุณล้วนต้องการการยอมรับจากคนอื่นเหมือน ๆ กัน จงนำมันมาเป็นพลังขับเคลื่อนให้คุณทำสิ่งที่คุณทำอยู่อย่างสุดความสามารถ แล้วคนรอบข้างก็จะยอมรับในสิ่งที่คุณทำ

 

8.มุ่งสู่เป้าหมายในชีวิต

ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จ คุณต้องหาเป้าหมายในชีวิตให้เจอ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ ยิ่งดี เพราะการรู้ว่าคุณต้องการเป็นอะไร ต้องการให้คนพูดถึงคุณในฐานะอะไรในบั้นปลายชีวิต จะช่วยทำให้คุณไม่สับสนไปกับสิ่งเร้ารอบข้างช่วงระหว่างทางไปสู่จุดหมายนั้น

โอปราห์วินฟรีย์ ชัดเจนในเป้าหมายตัวเองตั้งแต่เด็ก เธอไม่อยากเป็นแค่แม่บ้านธรรมดา ๆ ในมิสซิสซิปปี้ เธออยากเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ที่คนรู้จักทั่วประเทศ เธอบอกว่า “นับตั้งแต่ฉันชัดเจนกับเป้าหมายของตัวเอง ฉันมองหาเพียงแค่หนทางที่จะทำมันให้ได้ ฉันจะไม่ยอมไขว้เขวเวลามีคนเสนออะไรที่ไม่ตรงกับความต้องการ และไม่เคยสนใจคำพูดดูถูกเหยียดหยามใด ๆ เพราะฉันรู้ชัดว่า ฉันต้องการอะไร”

 

9.ต้องไม่ถือดี อวดตัว

ตลอดอาชีพการเป็นพิธีกรของโอปราห์วินฟรีย์ เธอบอกทีมงานทุกคนในรายการว่า “ผู้ชมรายการทุกคนต้องมองเห็นตัวพวกเขาเองในตัวฉัน ฉันขอเป็นเพียงคนธรรมดาที่นั่งสัมภาษณ์แขกรับเชิญในรายการ อย่าทำให้ฉันเป็นคนพิเศษ ดูเป็นคนมีฐานะ คุยโวโอ้อวด เพราะมันไม่ใช่ตัวฉันเลย”

หลักการวางตัว ‘ทำดีแล้ว ต้องไม่ถือดี มิเช่นนั้น จะไม่เหลือดี’ เป็นสิ่งที่โอปราห์ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด แม้เธอจะผ่านความทุกข์ยากลำบาก จนกลายมาเป็นคนร่ำรวย เป็นบุคคลมีชื่อเสียงผู้ประสบความสำเร็จระดับประเทศ แต่เธอขอใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาติดดิน เธอเคยพูดแซวเล่นติดตลกในการสัมภาษณ์ว่า “แม้ฉันจะสวมรองเท้าคู่สวยออกรายการ แต่ฉันก็ยืนบนพื้นดินเหมือนทุก ๆ คนนั่นแหละ”

 

10. ยิ้มสู้ทุกสถานการณ์

ชีวิตทุกวันนี้ เราล้วนเจอะเจอเรื่องราวมากมาย บางครั้งสดใสสวยงาม บางสถานการณ์ชวนให้กังวลทนทุกข์ แต่สำหรับ โอปราห์วินฟรีย์ แล้ว เธอบอกกับเราว่า เวลาที่เจอะเจอเรื่องแปลกใหม่ในชีวิต “จงอย่ากังวลไปเลย”

มีรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ได้สัมภาษณ์โอปราห์ โดยให้เธอหยิบภาพถ่ายในอดีตขึ้นมา แล้วเล่าถึงภาพ ๆ นั้น โอปราห์บรรยายว่า ในภาพเป็นสาวน้อยคนสวย ดวงตาเปล่งประกายความหวังอันสดใส ตอนนั้นอายุน่าจะประมาณ 20 ปี เธอยืนอยู่หน้าสถานีโทรทัศน์ที่เธอทำงานในฐานะผู้รายงานข่าว เธอดูสงบ ยิ้มอย่างมีความสุข แต่ฉันรู้ดีว่าลึก ๆ แล้ว เธอกำลังกังวลและหวาดหวั่นมากขนาดไหน

 

ถ้าฉันอยู่ตรงนั้น และสามารถพูดอะไรกับเธอได้ ฉันจะบอกเธอว่า “อย่ากังวลไปเลย จงผ่อนคลาย แล้วทุกสิ่งจะเรียบร้อยลงตัว”

 

เรื่องจาก : leaderwings

ภาพจาก : achievement


บทความที่น่าสนใจ

ชายผู้ไม่เคยหมด แรงบันดาลใจโอม ชาตรี คงสุวรรณ

เรไรรายวัน บันทึกประจำวันของเด็กหญิงมากจินตนาการ

สุดยอดเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ ดอกเตอร์จากกองขยะ

keyboard_arrow_up