คนขี้ระแวง

เป็น คนขี้ระแวง อย่างไรให้มีความสุข?

คนขี้ระแวง
คนขี้ระแวง

เป็นคนขี้ระแวงอย่างไรให้มีความสุข?

คุณเป็น คนขี้ระแวง หรือเปล่าคะ?

แล้วเวลาที่คุณรู้สึกระแวงใครสักคน หรืออะไรบางอย่างในชีวิตคุณจะรู้สึกวุ่นวายใจ ทุรนทุรายอยู่ลึกๆใช่ไหม?

และแน่นอน ทุกครั้งที่คุณรู้สึกระแวง คุณไม่มีความสุข!

…ผู้เขียนเองก็เป็น คนขี้ระแวง เช่นกันค่ะ ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ คิดเยอะ มโนแจ่มมาก ชอบคิดไปเองล่วงหน้าทั้งที่ไม่รู้หรอกว่าเหตุการณ์นั้นจริงหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องความรัก…

ช่วงปลายปี พ.ศ.2560 ผู้เขียนมีโอกาสไปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เป็นวัดที่ไปประจำทุกปี และปีนี้ก็เช่นกัน ผู้เขียนไปปฏิบัติธรรม 8 วัน 7 คืน และครั้งนี้มีเพื่อนสาวคนสนิทไปด้วย ไปพร้อมกับที่มีความหวาดระแวงบางเรื่องที่ยังอยู่ในใจ

คนขี้ระแวง

เมื่อถึงเวลาเข้าวัดจริงๆ จิตใจว้าวุ่นมาก เพราะจิตหวนคิดถึงแต่สิ่งที่ตัวเองคิดระแวง เดินจงกรมก็ไม่เป็นสุข นั่งสมาธิก็ไม่ได้ ทำอย่างไรก็สลัดความเป็น คนขี้ระแวง ออกไปไม่ได้เสียที จนในที่สุดทนไม่ไหว ตัดสินใจคลานเข่าไปหาพระอาจารย์ พร้อมคำถามว่า

“พระอาจารย์คะ หนูเป็น คนขี้ระแวง มาก หนูไม่มีความสุขเลยค่ะ หนูไม่อยากเป็นแบบนี้ หนูเคยเจอเรื่องไม่ดีมาเท่าไหร่ ทำให้หนูเป็น คนขี้ระแวง จนหนูสลัดไม่หลุด หนูควรทำจิตอย่างไรไม่ให้เป็น คนขี้ระแวง คะ”

พระอาจารย์มองผู้เขียนด้วยกระแสแห่งความเมตตา ท่านนิ่งไปนิดก่อนจะตอบว่า

“ทุกครั้งที่เราคิดระแวง เราก็จ้องแต่จะจับผิดเขาใช่ไหม บางทีเขาไม่ได้ทำอะไร แต่เรามองเขาผิดไปหมด สักพักเขาก็จะอึดอัด แล้วก็จะไม่อยากคุยกับเราต่อ แล้วก็เลิก ทำไมโยมไม่เปลี่ยนเป็นส่งคำพูดดีๆ ส่งพลังดีๆ ให้กับเขาล่ะ เขาก็จะไม่อึดอัด รู้สึกสบาย เราก็ไม่ทุกข์ และถ้าโยมเชื่อในพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสไว้ว่า การเจอกันของคนทุกคนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกอย่างมีเหตุเสมอ ถ้ายังมีบุญกรรมต่อกันก็ยังอยู่ แต่ถ้าหมดแล้วก็ต้องจาก โยมทำให้ดีที่สุดก็พอแล้ว”

ฟังพระอาจารย์จบ ผู้เขียนย้อนคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตทันที ผู้เขียนระแวงเรื่องความรักเพราะเคยเจอคนเจ้าชู้ ทำให้หลังจากนั้นใครเข้ามา ก็จะระแวงเขาไปหมด จากคุยดีๆ กลายเป็นจับผิด สุดท้ายก็กลายเป็นเลิกรา เพราะผู้ชายเองก็ไม่แฮปปี้ที่โดนจับผิดทุกกระเบียดนิ้ว ครั้นพอมาเจอผู้ชายคนใหม่ แรกๆก็ไม่คิดระแวง เพราะยังไม่มีเรื่องผู้หญิงเข้ามากวนใจ แต่พอเริ่มเห็นอะไรนิดๆหน่อยๆ ความระแวงเริ่มเข้าครอบงำ กลายเป็นความไม่สบายใจทันที

แต่พอตกผลึกความคิดได้จากคำพระอาจารย์ว่าไว้ รู้สึกใจเบา สามารถเดินจงกรมได้อย่างสงบ

ตอนนี้ผู้เขียนคิดได้แล้วว่า ในวันที่ยังมีกันและกันอยู่ ทำสิ่งดีๆให้กันดีกว่า เราเองให้สิ่งดีๆ เขา ใจเราเบา เขาก็แฮปปี้ ทำให้ดีที่สุดค่ะ เพราะอย่างน้อยหากเกิดอะไรขึ้นเราจะได้ไม่เสียดายในภายหลัง:)

Dhamma Daily: เมื่อคนรักเปลี่ยนไป ยังฝังใจ ยากจะลืม

ความรักไม่เคยทำร้ายใคร แต่สิ่งนี้ต่างหากที่กำลังทำร้ายตัวเราเอง

5 เรื่องร้ายๆ ที่จะทำให้คุณกลายเป็นคนรักตัวเองมากขึ้นกว่าที่เคย

keyboard_arrow_up