สลัดตัวขี้เกียจ

7 เคล็ดลับ สลัดตัวขี้เกียจ ให้อยู่หมัด!

สลัดตัวขี้เกียจ
สลัดตัวขี้เกียจ

7 เคล็ดลับ สลัดตัวขี้เกียจ ให้อยู่หมัด!

ใครกำลังรู้สึกว่าช่วงนี้ห้องหับเริ่มรกรุงรังเพราะร้างราจากการกวาดเก็บ  เริ่มมีข้ออ้างกับทุกสิ่งทุกอย่าง และพูด “เดี๋ยว” จนติดเป็นนิสัย อาการข้างต้นอาจเป็นสัญญาณว่าตัวขี้เกียจกำลังเกาะติดตัวคุณ  ซีเคร็ต จะพาคุณ สลัดตัวขี้เกียจ ออกไปให้ไกล

Step1หาแรงจูงใจ

สาเหตุลำดับต้น ๆ ของความขี้เกียจคือการขาดแรงจูงใจ เรื่องนี้แก้ไขได้ด้วยการกระตุ้นให้ตนเองคิดถึงเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา เช่น หากคุณต้องจัดบ้านใหม่ ลองหาภาพเกี่ยวกับการแต่งห้องสวย ๆ มาแปะไว้ในที่ที่สามารถเห็นได้บ่อย ๆ

นอกจากนี้ยังสามารถนำเทคนิคของ ดร.กุ๊กกานดาบุญโสธรสถิตย์ เจ้าของงานเขียน เรียนเป็นที่โหล่โผล่เป็นนักเรียนทุน(เมืองนอก) มาใช้ได้ คือหากตั้งเป้าจะทำอะไรแล้ว ต้องป่าวประกาศให้โลกรับรู้ เช่น “วันนี้ฉันจะเคลียร์งานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จ” “ฉันจะอ่านหนังสือสอบให้จบ” การทำเช่นนี้ช่วยเป็นแรงกระตุ้นได้เป็นอย่างดีเพราะเมื่อไหร่ที่เริ่มขี้เกียจ คุณจะตระหนักได้ว่า มีหลายคนกำลังเฝ้ารอดูคุณอยู่

Step2ทำทีละอย่าง

หลายคนพยายามจัดการงานทุกอย่างที่มีในมือไปพร้อม ๆ กัน อาจฟังดูเป็นเรื่องดีที่งานทุกอย่างสามารถสำเร็จทันเวลาแล้วได้พักผ่อนยาว ๆ รวดเดียว แต่การทำเช่นนี้อาจส่งผลให้งานผิดพลาดได้ง่าย แถมยังสูบพลังชีวิตไปอย่างมหาศาล ทำให้คุณโหยหาการหยุดพักบ่อยขึ้น และเข้าสู่ภาวะขี้เกียจง่ายขึ้นเช่นกัน ทางที่ดีควรจดจ่อกับงานทีละอย่าง โดยทำงานที่ต้องส่งก่อนเป็นอันดับแรก

 

สลัดตัวขี้เกียจ
Photo by STIL on Unsplash

Step3แบ่งงานออกเป็นส่วน

หลายคนผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ๆ เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำงานใหญ่และยากเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี เคล็ดลับสำคัญคือ คุณต้องหัดแบ่งงานออกเป็นส่วน ๆ แล้วเริ่มอุ่นเครื่องด้วยการทำส่วนที่ง่ายที่สุดหรือเล็กน้อยที่สุดก่อน เมื่อทำงานชิ้นเล็กเสร็จคุณจะรู้สึกว่าการทำงานขั้นต่อไปจนจบไม่ใช่เรื่องหนักหนาอย่างที่กังวลไว้แต่แรก

Step4พักเบรกให้เป็น

การปั่นงานยิงยาวรวดเดียวจนจบแล้วค่อยพักอาจไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไหร่ เพราะการทำอะไรอย่างต่อเนื่องนานกว่า 30 - 40 นาทีจะทำให้สมองเริ่มชินชาและประสิทธิภาพของงานเริ่มลดลง สอดคล้องกับที่ โจโรบินสัน (JoeRobinson) นักจัดการความเครียดและเทรนเนอร์ด้านคุณภาพชีวิตการทำงานกล่าวว่า การทำงานสัปดาห์ละ 48 ชั่วโมงทำให้สมองเครียดขึ้นสองเท่า และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นโรคหัวใจ นี่เองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชาวยุโรปจึงนิยมงีบหลับตอนกลางวัน

ลองพักเบรกระหว่างการทำงานดูบ้างด้วยการใช้เทคนิค 20 / 10 คือทำงาน 20 นาทีแล้วสลับไปพัก 10 นาที หรืออาจใช้เทคนิค 45 / 15 คือทำงาน 45 นาที พัก 15 นาทีก็ได้

 

คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าถัดไป>>>

keyboard_arrow_up